ไม่ชอบเสียงดนตรี ไม่ได้แปลว่าเป็นคนไร้หัวใจนะ

ในสังคมปัจจุบันนี้การฟังเพลงถือว่าเป็นเรื่องที่สากลยอมรับ เพราะเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก ล้วนรักในการฟังเพลงกันทั้งนั้น แล้วเมื่อพูดถึงการฟังเพลง หรือแนวดนตรีเจ๋ง ๆ แล้วล่ะก็ คนเราส่วนใหญ่ก็จะสามารถพูดคุยถึงแนวดนตรีที่ชื่นชอบกันได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งแตกต่างต่างคนบางกลุ่มที่รู้สึกว่าเสียงดนตรีนี่มันช่างบาดหูเหลือเกิน  แต่วันนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจว่า คนที่ไม่ชอบฟังเพลง หรือไม่ชอบเสียงดนตรีนี่มันเป็นเพราะอะไรกันแน่

อายุมากแล้ว ฟังแล้วหนวกหู

                อย่างที่เรารู้กันดีว่าเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มจะเสื่อมสภาพลง รวมไปถึงประสาทสัมผัสทางด้านการฟังอีกด้วย ในบางรายอาจจะมีอาการประสาทหูเสื่อม คือการมีภาวะที่มีความสามารถในการได้ยินและรับเสียงน้อยลง ซึ่งในกลุ่มนี้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เขาจะไม่ชอบเสียงอึกกระทึกครึ้กโครม หรือเสียงแหลม ๆ จากกีต้าร์ลีดและเสียงทุ้ม ๆ ของเบสซักเท่าไหร่ ถ้าเราอยากให้เขาฟังจริง ๆ แล้วล่ะก็ คงสามารถฟังได้ไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่นัก ยกเว้นบางคนที่ประสาทหูเสื่อมจริง ๆ ก็อาจจะไม่ได้ยินอะไรเลย

คนที่กำลังใช้สมาธิ  หรือจดจ่ออยู่กับสิ่งใตสิ่งหนึ่ง

คนกลุ่มนี้มักจะเพ่งสมาธิไปที่จุดจุดเดียว ดังนั้นเขาจะไม่ชอบเสียงอะไรที่ไปรบกวนสมาธิเลยแม้แต่น้อย แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่ชอบฟังเพลงนะ อาจจะแค่ไม่ฟังในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ในสังคมวัยทำงาน เพราะส่วนใหญ่มักจะมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอย่างล้นหลาม จึงทำให้ไม่มีเวลาได้มาฟังเพลงบ่อย ๆ

คนที่เป็นโรคไม่ชอบเสียง ไม่ชอบฟังเพลง

ถ้าไม่มีการวิจัยออกมายืนยันว่ามีโรคนี้อยู่จริง คงไม่มีใครเชื่อเลยว่าจะมีคนที่ไม่ชอบเสียงอยู่เป็นจำนวนมากจนน่าตกใจ ซึ่งความจริงในทางหลักวิทยาศาสตร์นั้น คนกลุ่มนี้มักจะมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อเสียงมากกว่าคนปกติทั่วไป เนื่องมาจากสมองผลิตสารบางอย่างที่ทำให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าในรูปแบบของเสียงมากเกินไป มีงานวิจัยที่ระบุบว่าสมองของผู้คนที่เป็นโรคไม่ชอบเสียงนี้ เกิดจากการที่เสียงมีการสั่งการสมองส่วนที่แสดงความรู้สึกนึกคิดไวเกินคนทั่วไป เมื่อมีเสียงต่าง ๆ เข้ามา ก็จะทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด หนวกหู อารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง และอยากจะหนีไปจากเสียงตรงนั้นเสียดื้อ ๆ

สำหรับใครที่บังเอิญไปพบเห็นหรือรู้จักคนที่ไม่ชอบเสียงดนตรีและเสียงเพลงละก็ ให้ลองทำความเข้าใจดูว่า เป็นเพราะสาเหตุอะไรทำไมเขาจึงไม่ชอบฟังเพลง เชื่อว่าคุณจะได้ฟังเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นและแปลกใหม่ แถมยังได้มิตรสหายเพิ่มขึ้นอีกคนด้วยนะ

 

เสียงดนตรี กับการเยียวยาจิตใจและร่างกาย

ทุกวันนี้ ในการดำเนินชีวิต หลายคนต้องเผชิญกับความเครียดสะสม จากภาระความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน และการดูแลครอบครัว จึงต้องหาวิธีผ่อนคลายสมองและจิตใจกันบ้าง ซึ่งการฟังเพลงก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยจัดการความเครียด พักผ่อนสมอง ได้รับความเพลิดเพลิน แต่นอกจากความบันเทิงที่จะได้รับแล้ว เสียงเพลงก็ยังมีผลดีต่อสมองและจิตใจมากกว่าที่คาดคิด หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับ “ดนตรีบำบัด” หรือ Music therapy มาบ้างแล้ว ดนตรีบำบัดนั้น เป็นการใช้กิจกรรมทางดนตรี ไม่ว่าจะเป็นฟังเพลง ร้องเพลง แต่งเพลง เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ อารมณ์ และสติของผู้ป่วย ซึ่งส่วนใหญ่การใช้ดนตรีบำบัดจะใช้ในโรงพยาบาล สถานบำบัด ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ฯลฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อร่างกายและจิตใจ โดยจะช่วยลดความกังวล สร้างแรงจูงใจ ผ่อนคลายอารมณ์ และช่วยให้เกิดสมาธิได้

ดนตรีบำบัด กับภาวะทางจิต

สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยด้วยภาวะทางจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ซึ่งรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันนั้น การฟังดนตรีจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ตอบสนองต่อเสียงเพลง ทำให้ผู้ป่วยจัดการกับภาวะทางจิตใจได้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามมา ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ได้มีอาการทางจิต แต่มีความเครียด และกังวลจากอาการป่วยที่ตัวเองกำลังเผชิญ รวมถึงวิตกไปถึงการเข้ารับการรักษา เช่น ต้องเข้ารับการผ่าตัด การฟังดนตรี ก็จะช่วยทำให้เกิดความผ่อนคลาย ลดความเครียด และความวิตกกังวลของผู้ป่วยลงได้

ดนตรีบำบัด กับภาวะทางสมอง

ปัจจุบัน มีการคาดการณ์ว่าดนตรีอาจมีผลดีต่อสมอง โดยในผู้ป่วยที่ประสบกับภาวะสมองเสื่อม ดนตรีบำบัดอาจช่วยลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ลงได้ เช่น พฤติกรรมก้าวร้าว กระวนกระวาย อารมณ์แปรปรวน ทำให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ส่วนในเด็กที่มีความผิดปกติทางพัฒนาการ เช่น ออทิสติก สมาธิสั้น เรียนรู้ช้า การใช้ดนตรีจะช่วยกระตุ้นทักษะการสื่อสารของเด็ก ทั้งการพูด การแสดงออกทางกาย รวมไปถึงช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กได้

ความเชื่อ กับความจริง

ในความพยายามหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการใช้ดนตรีบำบัดในการบรรเทาอาการเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นทางกาย หรือทางจิตใจ ผลการทดลองจากหลาย ๆ แห่งที่ออกมายังคงมีความขัดแย้งกัน และยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนว่าดนตรีบำบัดมีประโยชน์ต่อการรักษาอาการเจ็บป่วย แต่ถึงกระนั้น ดนตรีบำบัดก็ยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถช่วยส่งเสริมการรักษาเยียวยาของผู้ป่วยได้ และยังคงได้รับความสนใจนำมาศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเสมอ ซึ่งในอนาคต หากมีวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น ก็อาจมีงานวิจัยที่สามารถยืนยันประสิทธิผลของดนตรีบำบัดได้อย่างชัดเจน และการใช้ดนตรีบำบัดก็อาจมีการนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้น