เพราะดนตรีนั้นคือชีวิต และกำลังใจ

ดนตรี มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์เรามานานมาก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติ ล้วนแล้วแต่มีดนตรีในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ตั้งแต่ออกจากท้องแม่มา ชีวิตของเราก็มีดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกช่วงเวลาของชีวิต ตั้งแต่เพลงกล่อมเด็กที่แม่ร้องให้ฟัง เพลงที่ชอบฟังตอนวัยรุ่น ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ก็มีการใช้ดนตรีในพิธีกรรมทางศาสนา ต้นกำเนิดของดนตรีนั้น ได้มีผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดมาจากความหวาดกลัวปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของมนุษย์ยุคก่อน ซึ่งมีวิถีชีวิตที่ขึ้นอยู่กับธรรมชาติ และมีความเชื่อเรื่องเทพเจ้า จึงได้มีการใช้การเต้น การร้อง เพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับเทพเจ้า เพื่อบวงสรวง ขอพร หรือเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของเทพเจ้าที่ดลบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์

ดนตรีคือภาษาสากลของมนุษยชาติ

เพราะดนตรี เป็นศิลปะที่ง่ายต่อการสัมผัส ด้วยการถ่ายทอดอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ผ่านท่วงทำนองเพลงที่มีความไพเราะ แม้จะเป็นคนละภาษา ไม่สามารถเข้าใจความหมายของถ้อยคำ แต่ก็สามารถสื่อสารอารมณ์ให้ผู้ที่ฟังดนตรีเข้าใจได้อย่างชัดเจน หรือแม้แต่ดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้อง ก็ยังสามารถสื่อสารความหมายในบทเพลงถึงคนฟังได้

รูปแบบของดนตรีในยุคสมัยต่าง ๆ ได้มีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนผ่านตามวัฒนธรรม ความเชื่อ มีการคิดค้นเครื่องดนตรีใหม่ ๆ และผ่านการฉีกกฎและรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ มามากมายนับไม่ถ้วน ทำให้เกิดแนวเพลงต่าง ๆ มากมาย ที่รู้จักกันทั่วไป ก็ได้แก่ เพลงคลาสสิค, โฟล์ค, แจ๊ซ, ร็อคแอนด์โรลล์, ป๊อบ, อาร์แอนด์บี, ฟังก์ ฯลฯ เรียกได้ว่า การพัฒนาของดนตรีในแต่ละยุคสมัยนั้น ไม่ได้เกิดจากการทำตามกฎเกณฑ์ใด ๆ หากแต่เกิดจากการแหวกขนบดั้งเดิม ทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ แนวดนตรีใหม่ ๆ ขึ้นมาบนโลกนี้อยู่เสมอ ดังจะเห็นได้จากการเกิดขึ้นของดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟในยุคหนึ่ง มาจนถึงการเกิดขึ้นของเพลงอินดี้ในปัจจุบัน

ร้อยบทเพลง ร้อยเรื่องราวชีวิต

อย่างที่บอกว่า ดนตรีมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตคนเราตั้งแต่วันแรก จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต หากยังนึกความสำคัญของดนตรีไม่ออก ก็ลองจินตนาการดูเล่น ๆ ว่าถ้าโลกนี้ไม่มีเสียงดนตรีจะเงียบเหงาแค่ไหน บางครั้งบางตอน เหตุการณ์หนึ่งในชีวิตของเรา ก็อาจบอกเล่าได้ด้วยเพลง ๆ หนึ่ง เพราะเพลงก็คือการถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตของคนแต่งเพลงถึงคนฟัง เมื่อพบเจออะไรมาคล้ายกัน หรือมีประสบการณ์ร่วม ก็จะมีความ “อิน” กับเพลง ๆ นั้นได้ไม่ยาก การเรียงร้อยเสียงดนตรีให้เป็นบทเพลง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ จึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่ชักชวนให้คนส่วนใหญ่เกิดอารมณ์ร่วมไปกับบทเพลงได้ไม่ยาก เหตุการณ์สำคัญในชีวิตของเรา จึงมีเพลงเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลประจำปี งานวันเกิด ขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน งานเลี้ยงแสดงความยินดีต่าง ๆ เพลงที่ใช้ในแต่ละงานก็จะแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นในชีวิตของคนคนหนึ่ง อาจมีความเกี่ยวข้องกับเพลงหลายร้อยเพลง เมื่อดนตรีกับวิถีชีวิตคนเราไม่เคยแยกห่างจากกัน ดังนั้น วลีที่ว่า “ดนตรีนั้นคือชีวิต” ก็คงไม่ผิดนัก

ทำไมเพลงที่เราฟังตอนวัยรุ่น ถึงติดหูมาจนถึงปัจจุบัน

เพื่อน ๆ เคยเป็นกันไหมคะ ฟังเพลงเก่า ๆ ทำให้เรานึกถึงสมัยเป็นวัยรุ่น และเราก็ยังสามารถร้องเพลงนั้นอยู่ได้ เรียกได้ว่าเพลงนั้นที่เราฟังสมัยตอนยังเป็นวัยรุ่น ติดตราตรึงใจมาจนถึงปัจจุบัน และหลาย ๆ ครั้งเราก็เผลอแอบร้องเพลงนั้น ๆ ออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว

Continue reading “ทำไมเพลงที่เราฟังตอนวัยรุ่น ถึงติดหูมาจนถึงปัจจุบัน”

5 เหตุผลที่คนเราชอบฟังเพลง… ถึงแม้ว่าเราจะไม่เข้าใจในภาษานั้นก็ตาม

เชื่อว่าใครๆ หลายๆ คนต่างก็ชื่นชอบที่จะฟังเพลง ไม่ว่าเพลงนั้นจะเป็นเพลงไทย หรือเพลงต่างประเทศ และเพลงต่างประเทศหลายๆ เพลงนั้นก็มีดนตรีที่ดี จนเราชอบฟังทั้งๆ ที่เราไม่เข้าใจภาษานั้นเลยสักนิดเดียว

.

.

แต่ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคด้านภาษา เราก็ยังคงชื่นชอบที่จะฟังเพลงเหล่านั้นอยู่ดี คุณอาจจะเกิดความสงสัยขึ้นมาแล้วสินะคะ เรามาดูกันดีกว่า ว่าทำไมเพลงที่เราฟังไม่เข้าใจ แต่เรายังคงชอบฟังเพลงเหล่านั้นอยู่

.

1. สามารถเรียนรู้ภาษาใหม่ผ่านเพลงนั้นได้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนเรานั้นสามารถเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ผ่านการฟังเพลงได้ ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่ได้รับการพิสูจน์กันมาเรียบร้อยแล้วว่าการฟังเพลงภาษาต่างประเทศนั้น จะช่วยให้เราพัฒนาภาษาได้จริงๆ ทั้งในด้านของการออกเสียง สำเนียง การฟัง และการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ

.

2. คุณรู้สึกอินกับดนตรี

ถึงแม้ว่าเราจะไม่เข้าใจในเนื้อหาของเพลงเลยแม้แต่นิด แต่ดนตรีก็ยังคงทำให้คุณรู้สึกอินได้ ด้วยท่วงทำนองที่ทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลิน ไม่รู้เบื่อ

.

3. คุณสามารถเต้นไปกับเพลงได้

แน่นอนว่าการเต้นคือภาษาสากลที่ทุกคนทุกชนชาติต่างแสดงออกเหมือนกันทั่วทั้งโลก ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันไปบ้างตามวัฒนธรรม แต่การที่เราฟังเพลงที่มีจังหวะดีๆ จะช่วยทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินและเต้นไปกับเสียงเพลงได้

.

4. เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านบทเพลง

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เข้าใจในเนื้อหาของบทเพลงเลยแม้แต่น้อยนิด แต่การที่คุณฟังเพลง จะทำให้คุณซึมซับและรับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาผ่านแนวทางของดนตรี และมิวสิควีดีโอ ซึ่งการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ นี้ ทำให้คุณได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น

.

5. คุณสามารถแปลเนื้อหาเพลงได้หลังจากนั้น

หากคุณมีความชื่นชอบในการฟังเพลงใดเพลงหนึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่าคุณจะไม่เข้าใจในภาษานั้นๆ เลยก็ตามที แต่คุณก็จะหาทางที่จะได้หาเนื้อเพลงและแปลมันออกมาเป็นภาษาของคุณ และนั่นคือหนึ่งในวิธีในการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ และวัฒนธรรมใหม่ๆ อย่างไม่รู้จบ