เพลงป๊อบ เพลงที่ไม่เคยหายไปจากยุคสมัย มาทำความรู้จักกับเพลงป๊อบให้มากขึ้นกันเถอะ

ในปัจจุบัน มีเพลงประเภทต่าง ๆ อยู่มากมาย ที่ให้เหล่าผู้ฟังได้เลือกเสพตามความพอใจ ตามรสนิยมของตนเอง เพลงป๊อปจัดเป็นเพลงอีกประเภทหนึ่งที่ฟังง่าย เข้ากับยุคสมัย

เพลงป๊อบมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงค.ศ. 1950 คำว่า “เพลงยอดนิยม” และ “เพลงป๊อป” มักใช้แทนกันได้ แม้ว่าในอดีตเพลงยอดนิยมเหล่านั้น อาจจะมีความแตกต่างไปตามลักษณะดนตรี แต่ก็มักใช้คำว่า “เพลงยอดนิยม” อธิบายถึงเพลงทั้งหมดที่ได้รับความนิยมในช่วงขณะนั้น ไม่ว่าจะมีความแตกต่างหลากหลายสไตล์ อาจจะเป็นดนตรี “ป๊อป” หรือ “ร็อค” จนเมื่อปลายค.ศ. 1960 จึงเริ่มมีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างประเภทของดนตรีเกิดขึ้น เพลงป๊อบมีลักษณะเฉพาะตัวด้วยท่วงทำนองที่ฟังง่าย มีรูปแบบและโครงสร้างที่มีความซ้ำ ๆ ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่ มีจังหวะที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เราอาจพบว่าเพลงป๊อบมักเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของดนตรีประเภทต่าง ๆ เช่น ฮิปฮอป, เร้กเก้, R & B, แจ๊ส, อิเล็กทรอนิกส์ ในช่วงปี ค.ศ. 1920 – 1950 เพลงป๊อปได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่มาจากดนตรีแจ๊ส และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา ได้รับอิทธิพลมาจากเพลงฮิปฮอป

เพลงป๊อปอาจถูกเขียนขึ้นโดยนักแต่งเพลงมืออาชีพ เพื่อที่จะให้นักร้องมืออาชีพนำไปถ่ายทอดต่อ หรือในบางครั้งอาจถูกเขียนโดยตัวของนักร้องเอง ยกตัวอย่างเช่นวง The Beatles ในปี 1960 ที่พวกเขาได้ทั้งแต่งเนื้อร้องและทำนอง รวมถึงถ่ายทอดออกมาด้วยตนเอง เป็นที่โด่งดังและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในยุคสมัยที่มีความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาวิธีการบันทึกเสียง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างสำคัญต่อลักษณะเสียงของเพลงป๊อป ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากดนตรีคลาสสิกและดนตรีแจ๊ส ในเพลงและดนตรีบางประเภทอาจต้องการเสียงร้องที่ฟังเป็น “ธรรมชาติ” มากกว่า ดังนั้นนักร้องเพลงป๊อปมักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและสตูดิโอบันทึกเสียงที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้เสียงตามที่ต้องการ การเผยแพร่เพลงป๊อบนั้นมีทั้งการเผยแพร่แบบเพลงเดี่ยว หรือทั้งอัลบั้ม และช่องทางในการจัดจำหน่ายก็มีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงแผ่นเสียงไวนิลเทปคาสเซ็ตคอมแพคดิสก์หรือการดาวน์โหลดทางอินเทอร์เน็ต โดยทั่วไปแล้วเพลงป๊อปมักใช้ทำนองเพลงที่เรียบง่ายและน่าจดจำ เน้นในส่วนของจังหวะ สไตล์การขับร้องและเส้นเสียงที่นักร้องใช้ในการขับร้องที่เป็นเอกลักษณ์ และส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากขนบธรรมเนียมประเพณีของดนตรีแอฟริกันอเมริกัน เช่นจังหวะบลูส์, หรือดนตรีแจ๊ส และเมื่อซีดีและดีวีดีเริ่มมีราคาถูกลง อายุของผู้บริโภคเพลงป๊อปโดยเฉลี่ยก็ลดลงตามไปด้วย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเด็ก ๆ กลายเป็นผู้บริโภคเพลงป๊อบใหญ่ที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้เพลงป๊อบยังเป็นสื่อกลางที่สำคัญในเรื่องวัฒนธรรมต่อเยาวชน ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการชี้นำพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมต่อเยาวชน

แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่เพลงป๊อบก็มีการปรับตัว และไม่ได้มีความเก่าแก่หรือคร่ำครึ เหมือนเพลงบางประเภท ที่เมื่อเวลาผ่านไป ก็อาจเสื่อมสลายและไม่ได้รับหยิบยกมาฟังหรือมาทำใหม่อีก จัดว่าเป็นดนตรีประเภทหนึ่งที่ไม่ได้หายไปตามกาลเวลาเลย