Asphalt 9 ภาคใหม่ของเกมแข่งรถในตำนาน ที่ไม่ได้มีดีแค่ภาพสวย

บนโลกนี้มีเกมอยู่หลากหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งดูจะสอดคล้องกับการที่มนุษย์แต่ละคนก็มีแนวเกมที่ชอบ หรือจุดประสงค์ในการเล่นแตกต่างกันไป เช่น บางคนชอบเล่นเกมที่ไม่ต้องคิดมาก เล่นได้เรื่อย ๆ สบาย ๆ บางคนชอบเล่นเกมที่มีความท้าทาย ต้องวางแผน บางคนเล่นเกมเพื่อความสนุกสนาน และบางคนก็เล่นเกมเพื่อฝึกสมอง เป็นต้น ก่อนหน้านี้เกมออนไลน์ส่วนมากจะสามารถเล่นได้แค่ในคอมพิวเตอร์ แต่ต่อมาเกมเหล่านั้นก็มีการพัฒนามากขึ้น จนสามารถเล่นในโทรศัพท์ได้ด้วย โดยหนึ่งในเกมที่มีมานาน และหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี คือเกมประเภทแข่งรถที่มีชื่อว่า “Asphalt” นั่นเอง

สนุก เร้าใจมากขึ้นกับฉากและเพลงประกอบใหม่ ๆ ใน Asphalt 9

Asphalt 9: Legends คือชื่อเต็ม ๆ ของเกม Asphalt ภาคใหม่ล่าสุดที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2561 นับว่าเป็นการเดินทางที่ยาวไกลมาก ๆ จากจุดเริ่มต้น หรือภาคแรกของเกมนี้ในปีพ.ศ. 2547 โดยมี Gameloft บริษัทเกมในประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้ผลิต ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตัวเกมก็ได้มีการพัฒนาในแต่ละด้านมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่หน้าตาของรถแข่งที่สร้างมาจากยี่ห้อรถที่มีอยู่จริง, การปรับแต่งรูปแบบรถได้ตามใจชอบ, รูปแบบในการแข่ง และฉากสนามแข่งที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย รวมถึงเพลงประกอบสุดเร้าใจที่มีให้ฟังตลอด ทั้งในหน้าเมนูและขณะแข่งรถ

เมื่อมาถึง Asphalt 9: Legends นี้ ทางผู้ผลิตก็ได้มีการต่อยอดจากภาคแปด ด้วยการเพิ่มเติมสิ่งใหม่ ๆ และปรับเปลี่ยนบางส่วนของเกมให้มีความสนุกสนาน น่าสนใจมากกว่าเดิม เช่น การเพิ่มฉากสนามแข่ง, การเพิ่มฟังก์ชันในการบังคับรถ, การเพิ่มตัวเลือกในการแต่งรถ และอื่น ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้ผู้เล่นหลายคนตกใจ คือเพลงประกอบของเกม ที่มีความไพเราะ กระตุ้นอารมณ์ และถึงใจมากกว่าเดิม หากใครที่ได้มีโอกาสลองเล่นทั้งภาคแปดและภาคเก้า จะทำให้เข้าใจได้ว่าเพลงประกอบในภาคเก้านั้น แทบจะใช้ฟังแทนเพลง POP-ROCK ของนักร้องดัง ๆ หรือใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ได้เลยทีเดียว เพราะองค์ประกอบของเพลงมีความสมจริง ไม่เหมือนเพลงประกอบเกมทั่วไปที่จะมีทำนอง จังหวะ หรือเสียงสูง-ต่ำเดียวกันตลอดทั้งเพลง

อยากสนุกด้วยเพลงแนวไหน Asphalt มีทางให้ลองเลือก

ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ว่าในเกม Asphalt จะมีเพลงประกอบทั้งในหน้าเมนูและขณะแข่งรถ โดยใน Asphalt 9 เพลงของหน้าเมนูจะเป็นเพลงแบบที่มีเนื้อร้อง มีคนขับร้องจริง แต่เพลงในขณะแข่งรถจะเป็นดนตรีอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เพลงที่ทำให้คนส่วนใหญ่ติดอกติดใจ แล้วหาดาวน์โหลดมาฟังต่อ จึงมักจะเป็นเพลงในหน้าเมนูนั่นเอง ถึงกระนั้น เพลงประกอบในขณะแข่งรถก็ไม่ได้น้อยหน้า เพราะตั้งแต่ภาคก่อน ๆ จนถึงภาคนี้ Asphalt ก็มีฟังก์ชันที่ให้ผู้เล่นสามารถเลือกแนวเพลงที่ต้องการจะฟังขณะแข่งรถได้เอง ซึ่งมีอยู่สามแนวด้วยกัน ได้แก่ Base, Rock และ Electronic

การที่จะเล่นเกมให้สนุก จำเป็นต้องมีเพลงดี ๆ ที่เหมาะสมประกอบด้วย บางเกมอาจสนุก แต่มีเพลงประกอบน่ารำคาญ หรือไม่เข้ากันก็ทำให้ผู้เล่นหมดอารมณ์ได้ ดังนั้นหากใครกำลังมองหาเกมที่ทั้งสนุก ภาพสวย และมีเพลงประกอบไพเราะ Asphalt 9: Legends คือเกมหนึ่งที่ไม่ควรพลาด แค่ลองเล่นเพียงสักครั้งแล้วคุณจะไม่มีทางผิดหวังอย่างแน่นอน

Hollywood in Vienna เทศกาลดนตรีสุดอลังการ จากภาพยนตร์ฮอลลีวูด

ส่วนประกอบหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในภาพยนตร์คือเพลงประกอบ เพราะเพลงประกอบมีหน้าที่ช่วยเสริมให้คนดูเข้าถึงความรู้สึกของแต่ละฉากได้มากขึ้น หากนึกไม่ออกอาจจะลองย้อนมองที่ตัวเองหรือคนใกล้ตัว ในบางครั้งที่ดูหนังหรือซีรี่ส์ที่มีเนื้อหาหนักหน่วง เช่น ในฉากที่มีตัวละครเอกตาย ตอนดูนักแสดงเล่นเฉย ๆ ก็ยังกลั้นน้ำตาไว้ได้แท้ ๆ แต่พอเพลงประกอบขึ้นเท่านั้นน้ำตาที่กลั้นไว้กลับพรั่งพรูลงมาทันที อาการเหล่านี้เองคือสิ่งที่พิสูจน์ว่าเพลงประกอบมีอิทธิพลต่อคนดูมากแค่ไหน ดังนั้นในวงการภาพยนตร์เองจึงมีรางวัล และเทศกาลดนตรีของภาพยนตร์ต่าง ๆ เพื่อให้เกียรตินักแต่งเพลง

The Max Steiner Award รางวัลแห่งเกียรติยศของนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์

บางคนอาจจะเคยเห็นวิดิโอที่มีวงออร์เคสตราเล่นเพลงของภาพยนตร์ดัง ๆ อยู่ในโรงละครใหญ่ ๆ และมีบรรดาแขกเหรื่อแต่งตัวหรูหรานั่งชมอยู่ด้านล่าง ดูราวกับว่าเป็นฉากสำคัญฉากหนึ่งของหนังสักเรื่อง ไม่แน่ว่าการแสดงดนตรีในวิดิโอนั้น อาจจะบันทึกมาจากงาน “Hollywood in Vienna” ก็เป็นได้ เพราะงานนี้เป็นเทศกาลดนตรีประกอบภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย เทศกาล Hollywood in Vienna นี้ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2007 ถือเป็นงานหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติมาก ๆ สำหรับวงการนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์

ไฮไลท์แรกของงานที่จะกล่าวถึงคือการมอบรางวัล “Max Steiner Film Music Achievement Award” หรือที่หมายความว่า “รางวัล Max Steiner แด่เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ” ชื่อของรางวัลมาจากชื่อของนักแต่งเพลงชาวเวียนนา ที่มีนามว่า Max Steiner เขาเป็นผู้คิดค้นเทคนิคสำคัญในการทำเพลง สำหรับประกอบภาพยนตร์ในปี 1920 อีกทั้งยังเป็นคนแรกที่ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ แบบที่เล่นโดยวงออร์เคสตรา อันเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งนักแต่งเพลงเพื่อประกอบภาพยนตร์” ของฮอลลีวูด เมืองเวียนนาเลยได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งดนตรี จะเห็นได้ว่าการเลือกสถานที่จัดงานเป็นเมืองเวียนนาก็เพื่อเป็นการยกย่อง Max Steiner เช่นกัน รางวัลนี้จึงเป็นสิ่งยืนยันความสามารถของนักแต่งเพลงรุ่นใหม่เรื่อยมา

การแสดงดนตรีที่ดีที่สุดโดย Vienna Radio Symphony Orchestra

ไฮไลท์ที่สองของงานเป็นช่วงสำคัญที่ผู้ชมตั้งตารอ เพราะจะมีการนำเพลงประกอบของภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง มาแสดงสดโดย Vienna Radio Symphony Orchestra หรือวงออร์เคสตราของเวียนนา ซึ่งสามารถการันตีฝีมือของนักดนตรีได้เลยว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ตัวอย่างเพลงที่เคยมีการแสดงไปแล้วในปีก่อนหน้านี้ เช่น เพลง In Dreams ของเรื่อง The Lord of the Rings หรือ The Curse of the Black Pearl Suite ของเรื่อง Pirates of the Caribbean และเพลงประกอบภาพยนตร์ดังอื่น ๆ อีกมากมาย หากใครอยากลองฟังการแสดงดนตรีที่ผ่านมาแล้วแบบนี้ ทางเว็บไซต์ของงานก็มีลงให้ฟังกันแบบฟรี ๆ ในบางชุดการแสดง ส่วนใครที่อยากลองฟังสดที่งานก็สามารถทำได้ เพราะงานนี้เปิดให้คนทั่วไปจองตั๋วเข้าไปดูได้ เพียงแต่ราคาของตั๋วจะแพงสักเล็กน้อย โดยราคาถูกที่สุดเริ่มที่ 2000 กว่าบาท และราคาแพงที่สุดอยู่ที่เกือบๆ 7000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับใครที่เป็นทั้งคอหนังและคอดนตรีงาน Hollywood in Vienna นี้น่าจะเป็นงานที่ควรค่าแก่การเก็บเงินไปรับชม รับฟังให้ได้สักครั้งในชีวิต แม้ว่าราคาค่าเข้าของงานอาจดูแพง แต่ก็คงคุ้มที่จะเสียเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้รับ เพราะความจริงแล้วสุนทรียะจากดนตรีเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เลย

เรื่องที่คุณอาจไม่รู้ บริษัทรับทำ “เพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์”

วงการภาพยนตร์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งนานแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะถูกลดความสำคัญลงแต่อย่างใด เพราะการชมภาพยนตร์เป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างที่มนุษย์ชื่นชอบ เป็นกิจกรรมที่มีส่วนร่วมได้ทุกเพศ ทุกวัย อีกทั้งยังเหมาะสมกับหลาย ๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์เนื้อหาสบาย ๆ กับครอบครัว, ชมภาพยนตร์ระทึกขวัญกับเพื่อน หรือชมภาพยนตร์โรแมนติกกับคนรัก การรับชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งใช้เวลาไม่เกินสามชั่วโมงก็จบ ทว่ากว่าจะดำเนินการสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งออกมาได้ อาจต้องใช้เวลามากกว่าสามเดือน เพราะมีขั้นตอนและรายละเอียดมากมายในการผลิต ตั้งแต่คัดตัวนักแสดง, เขียนบท, จัดฉาก, ตัดต่อเนื้อเรื่อง, ทำเพลงประกอบ และอื่น ๆ อีกมากมาย

Audiomachine เพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์และโฆษณาระดับโลก

                ดังที่ได้กล่าวไปว่าในการผลิตภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนั้น ประกอบไปด้วยรายละเอียดยิบย่อย แต่จะมีอยู่ขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะมีผลต่อกำไรที่จะได้รับ ขั้นตอนที่ว่าคือการโปรโมทภาพยนตร์นั่นเอง ทั้งการโปรโมทผ่านการทำโปสเตอร์และตัวอย่างภาพยนตร์ โดยเฉพาะตัวอย่างภาพยนตร์ ที่มักจะถูกใช้เป็นตัวตัดสินใจในการไปรับชมเลยทีเดียว เนื่องจากตัวอย่างภาพยนตร์เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องย่อที่มีการเปิดเผยฉากเด็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อโน้มน้าวให้คนมาดู ดังนั้นการทำตัวอย่างภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตทุ่มเทสร้างเช่นกัน

                 “Audiomachine” คือชื่อของบริษัทรับทำเพลงประกอบของตัวอย่างภาพยนตร์โดยเฉพาะ คงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะคนส่วนมากอาจจะคิดว่าเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ ก็มาจากเพลงประกอบในภาพยนตร์ตัวเต็มอีกที แต่ในความเป็นจริงผลงานแต่ละเรื่องของวงการภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด หรือระดับโลกจะมีการจ้างบริษัทเหล่านี้แยกออกมาต่างหาก เพราะเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการสรรค์สร้างท่วงทำนอง เพื่อเติมเต็มอารมณ์ของเรื่องราวได้อย่างพอดิบพอดีกับเวลาไม่กี่นาทีนั้น “Audiomachine” ได้ทำงานให้กับภาพยนตร์ดัง ๆ หลายเรื่อง ยกตัวอย่างจากเรื่องที่เพิ่งเข้าโรงในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ เช่น Avengers : End Game, Mary Poppins Returns, Aquaman, Dumbo, Venom และ เรื่องอื่น ๆ อีกมากมายที่มีมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้บริษัทยังรับทำเพลงประกอบโฆษณาให้กับแบรนด์ดัง ๆ อีกด้วย

ภาพยนตร์ระทึกขวัญหรือต่อสู้ Really Slow Motion ทำให้ได้

                บริษัทที่รับทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ ไม่ได้มีเพียงแค่บริษัทเดียวอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถรองรับภาพยนตร์ที่มีอยู่มากมายในตลาดได้ บริษัทอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ ได้แก่บริษัทที่มีชื่อว่า “Really Slow Motion” ซึ่งรับทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ที่มีความตื่นเต้น หรือเนื้อหาเข้มข้น เช่น แนวระทึกขวัญ เหนือธรรมชาติ  แฟนตาซี ไล่ล่า และต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแนวครอบครัว สบาย ๆ หรือน่ารักบ้าง “Really Slow Motion” ทำผลงานให้กับภาพยนตร์ดังหลายเรื่องมาก ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เช่น Percy Jackson, The Maze Runner, Saw, John Wick,  Annabelle, Jurassic world, The Conjuring, Coco  และเรื่องอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ชนิดที่ว่าถ้าลองไปไล่ดูในลิสต์ของบริษัทแล้วจะอดทึ่งไม่ได้กับรายชื่อภาพยนตร์ดัง ๆ ที่บริษัทนี้มีส่วนร่วม

                ถึงตรงนี้คงทำให้เข้าใจได้แล้วว่าการจะสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเบื้องหลังของการผลิตมีรายละเอียดที่ต้องเก็บอยู่มากมาย การทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์นี้ อาจดูเหมือนเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ แต่ถ้าปราศความช่วยเหลือจากบริษัทเหล่านี้ ภาพยนตร์ที่เราชมก็อาจไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ได้