Dragon Quest Overture ทำนองแห่งความร่วมสมัยในใจแฟนเกม

หลาย ๆ เกมมีข้อดีคือ เพลงประกอบมีเอกลักษณ์จนแค่ได้ยินอินโทรก็ทราบแล้วว่าเป็นเกมอะไร หนึ่งในนั้นคือ Dragon Quest ที่มีความชัดเจนในทำนองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ๆ ก็ไม่เคยละทิ้งทำนองแห่งความทรงจำนี้ ตั้งแต่ทำนองแบบ 8 bit จนในที่สุดก็กลายเป็นเพลงบรรเลงโดยวงออเคสตร้า ด้วยวิวัฒนาการที่น่าภูมิใจนี้เอง ไม่ว่าจะได้ยินการเรียงตัวโน้ตเช่นนี้ในเพลงเวอร์ชันไหนก็ตาม ก็มักจะจับจิตจับใจผู้เล่นได้ทุกภาคไป

เพลงเกริ่นก่อนเข้าเรื่องตำนานมังกร

เมื่อย้อนกลับไปฟังเพลงจากภาคแรกแล้ว ความยิ่งใหญ่ฉบับ Dragon Quest ถูกย่อให้เล็กลงเหลือเพียงแค่ 8 bit เท่านั้น ด้วยเสียงดนตรีที่จำกัดแต่ก็ยังสามารถสร้างความคุ้นเคยกับเกมได้เป็นอย่างดี เป็นเช่นนี้เรื่อยมาจนกระทั่งภาค 5 ที่เริ่มมีการใส่เพลงบรรเลงอย่างจริงจังเข้าไปในเกมแล้ว

ไม่แม้กระทั่งภาคเสริมต่าง ๆ ที่ถูกปล่อยออกมา Overture นี้ก็จะมีท่อนที่เหมือน ๆ กันอยู่เสมอ จะมีก็แต่ภาค 9 เป็นต้นมาที่เริ่มมีการเพิ่มเสริมเติมแต่งตัวโน้ตก่อนหน้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น แต่สุดท้ายท่อนแห่งความฮึกเหิมนั้นก็เป็นเหมือนไฟล์ทบังคับที่ต้องมีในเพลงให้ได้

ความยิ่งใหญ่ของเพลงมีพัฒนาการสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งความซับซ้อนของเครื่องดนตรี ลูกเล่นในการไล่โน้ต หรือเทคนิคต่าง ๆ ในการบรรเลง ซึ่งแต่ละภาคก็มีกลิ่นอายที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ก็แตกต่างตามฉบับของตัวเอง เรียกได้ว่าทางผู้พัฒนาใส่ใจทุกหยาดหยดของตัวเกมไม่แม้กระทั่งเพลงบรรเลง

และเพราะเป็นความประทับใจแรกพบระหว่างตัวเกมและผู้เล่น เพลง Overture ของ Dragon Quest จึงกลายเป็นเพลงที่ติดหูสำหรับเหล่าแฟนคลับของเกมนี้เหมือน ๆ กัน ไม่ว่าได้ยินเมื่อไหร่ก็จะขนลุกกับเกมในตำนานที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีบทสุดท้ายปรากฏ เช่นเดียวกันกับภาพยนตร์เรื่อง Dragon Quest: Your Story ที่ใช้เพลง Dragon Quest Overture มาประกอบได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ

เพราะประวัติศาสตร์ของ Dragon Quest มีมาอย่างเนิ่นนานกว่าสามสิบปี ผู้เล่นแต่ละรุ่นก็แตกต่างกัน บางคนอาจเริ่มเล่นจากภาค 11 ในขณะที่บางคนก็เริ่มจากภาค 1 ซึ่งโดยปกติแล้วเนื้อเรื่องของเกม Dragon Quest ไม่ได้มีความเชื่อมเกี่ยวกันนัก หนึ่งสิ่งที่ยึดโยงหัวใจของแฟนเกมเข้าไว้ด้วยกันได้ก็คงจะเป็น Overture อันเป็นเอกลักษณ์นี่เอง

Dragon Quest ในความทรงจำของเรา

ไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ๆ ก็ยังสามารถคงเสน่ห์ของดนตรี 8 Bit ของภาคแรกไว้ได้อย่างดี และเพลงแรกที่ขึ้นหน้าจอไตเติ้ลของเกมที่ผู้เล่นแต่ละคนได้ยินก็ต่างเป็นคนละเวอร์ชันกัน แตกต่างตามวันเวลาและภาคที่เล่น แต่ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันไหน ก็คงสร้างความประทับใจก่อนเล่นได้อย่างไม่ยาก ที่ผสานความยิ่งใหญ่ ความกล้าหาญ และกลิ่นอายของเพื่อนพ้องที่พร้อมลุยไปกับเรา อันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของเกม Dragon Quest ได้อย่างเต็มเปี่ยมมาโดยเสมอ : เกม

เครดิตภาพ : https://store.steampowered.com/app/742120/DRAGON_QUEST_XI_Echoes_of_an_Elusive_Age__Digital_Edition_of_Light/

5 บทเพลงที่ถูกเลิกไปประกอบในเกมที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงต้องบอกว่า เพลงประกอบเกม เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกมมีความสนุกสนาน และมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเล่นเกม sound & effect ประกอบเกมจะทำให้เกมมีสีสันมากขึ้น จึงไม่แปลกที่เกมแนว action หรือแม้แต่รูปแบบต่าง ๆ จะต้องมีดนตรีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเพิ่มอรรถรสให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างมาก วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำ 5 เพลงประกอบเกมที่น่าสนใจ และช่วยสร้างความฮึกเหิมเวลาเล่นได้ดี

1. Bloodborne – Cleric Beast

                เกมแนวการต่อสู้ ที่เน้นทางด้านการโจมตีที่รุนแรง ยิ่งใหญ่ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการบรรเลงของดนตรีประกอบ ตลอดการเล่นเกม จะช่วยบิ้วท์อารมณ์ของเกมเมอร์ให้ฮึกเหิม ไม่ถอย พร้อมจะบุกรุกเข้าไปสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุเดือด นับว่าเป็นเพลงประกอบเกมที่จะช่วยผลักดันเหล่าเกมเมอร์ให้สนุกสนาน และสร้างความประทับใจที่ไม่ลืมเลือนไปจากความทรงใจได้เป็นอย่างดี

2. God of War – Overture

                ดนตรีที่มีการประกอบการเล่นเกม ที่สร้างความตรึงตราใจ และความแอคทีฟให้ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงประกอบเกมจาก Bear McCreary ซึ่งการบรรเลงของดนตรีช่วยให้เกมมีความท้าท้าย ความหลงใหล และน่าเล่นมากยิ่งขึ้นไป สำหรับเกมนักรบเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ที่พร้อมจะปลุกระดมความฮึกเหิมในจิตใจให้คุณพร้อมที่จะสู้และฝ่าฟันกับทุกอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่ นอกจากเกมนี้จะใช้สำหรับการเล่นเกมแล้ว หากคุณได้เปิดฟังในขณะที่กำลังวางเดิมพันบนเว็บ VWIN ก็จะทำให้เพิ่มอรรถรสได้เช่นกัน

3. Dovahkiin – The Elder Scrolls V: Skyrim

                เพลงนี้นับว่าเป็นเพลงในตำนานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมส์ และน่าจะต้องเคยฟังกันไม่มากก็น้อย เพราะด้วยความที่เพลงนี้ปลุกความฮึกเหิมให้กับการเล่นเกมให้ผู้เล่นมีความรู้สึกที่พร้อมจะลุยและฟันฝ่าอุปสรรคและขวากหนามที่ขวางอยู่ข้างหน้า นับว่าเป็นเพลงที่ตราตรึงใจอยู่ในดวงใจของผู้เล่นเกมจำนวนมาก

4. Main Menu Theme – Dark Souls 3               

                เป็นเพลงประกอบเกมที่สุดยอด และยิ่งใหญ่มากในหลาย ๆ ด้าน ที่บรรเลงออกมาได้น่าประทับใจ น่าติดตาม ซึ่งเป็นบทปิดฉากเกมที่น่าสนใจ และปลุกความกระปรี้กระเปร่า ความกระฉับกระเฉงในตัวผู้เล่นได้ดีมาก

5. The Witcher3: Wild Hunt – Sword of Destiny

                หากคุณเป็นหนึ่งในเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแนวดาร์ก ๆ หน่อย คงจะไม่พลาดเกมนี้ ซึ่งเป็นเกมคุณภาพ ที่ได้รับเป็น Game of the Year 2015 เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีเพลงประกอบเกมที่ช่วยปลุกอารมณ์ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี การผจญภัยที่สุดแสนจะท้าทาย เพื่อทดสอบพลังจิตในตัวคุณให้มีความกล้าลุย กล้าที่จะสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุดัน

                อาจกล่าวได้ว่า เหล่าเกมเมอร์ทุกคนที่เล่นเกมนั้นคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เพลง หรือ ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการเล่นเกมนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยบิ้วท์อารมณ์และความฮึกเหิมในใจของผู้เล่นได้ดีมาก หากขาดสิ่งนี้ไป คงจะทำให้สูญเสียอรรถรสในการเล่นเกมลงไปเป็นอย่างมากเลยทีเดียว