ไขข้อสงสัย เพลงในเกม PUBG ขับรถทีไร ได้ยินทุกที

เหล่าสิงห์ปืนไวหลาย ๆ คนคงคุ้นกับเพลงทำนองกำลังมีจังหวะ ด้วยเสียงของนักร้องสาวเสียงใส จนติดอกติดใจมาหาฟังกันนอกเกมมาเป็นแถบ ๆ แต่ถ้าใครยังไม่เคยลองค้นดู เพลง On my way ของ Alan walker คือเพลงพิเศษที่ทำมาเพื่อเกมแห่งปีเกมนี้เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นโปรเจคการร่วมมือระหว่างเกมกับเพลงอีกครั้ง ที่เรียกได้ว่าคืนกำไรให้ทั้งแฟนเกมและแฟนเพลงสุด ๆ

On My Way บนเส้นทางของฉัน

 Alan Walker คือดีเจและศิลปินผู้มากความสามารถชาวนอร์เวย์ที่มีผลงานดังอย่าง Faded ที่ครองใจแฟนเพลงหลายประเทศ เขาอายุน้อยแต่ก็ประสบความสำเร็จในด้านหน้าที่การงานเป็นอย่างมาก แฟนคลับของเขาล้วนแล้วแต่เป็นวัยรุ่นผู้หลงใหลในเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่รังสรรค์จากปลายนิ้วของเขา และเสียงร้องเพราะ ๆ ของ Iselin Solheim

ทาง PUBG จึงไม่รอช้าที่จะดึงตัวศิลปินหนุ่มที่กำลังเป็นที่นิยมสุด ๆ ในหมู่แฟนเพลงอย่าง Alan Walker มาทำโปรเจ็คเพลงร่วมกัน ไม่ให้น้อยหน้าทางเกมคู่แข่งอย่าง Fortnite ที่มี Marshmello มาทำเพลงให้ จนกำเนิดเป็นเพลงอย่าง On My Way ขึ้นมาให้แฟน ๆ ได้ฟังกัน โดยอาศัยผ่านเสียงร้องเพราะ ๆ ของสองสาวอย่าง Sabrina Carpenter และ Farruko

เนื้อเพลงของ On my way สื่อถึงความรักที่ไม่สมหวังก็จริง แต่ในบางท่อนก็ยังย้อนทำให้นึกถึงเกม PUBG ได้อย่างแนบเนียน ทั้งเนื้อเพลงที่พูดถึงการยิงในท่อน So take aim and fire away ที่เหมาะเจาะกับเกมยิง ๆ อย่าง PUBG ได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นท่อนฮุคที่ติดหูที่สุดอีกด้วย ทั้งนี้ ท่อนอื่น ๆ ภายในเพลงอย่าง No, nobody but me can keep me safe and I’m on my way ก็สื่อถึงสมรภูมิการแข่งขันอันดุเดือดที่เป็นการแข่งชนิดที่ต้องต่อสู้กับคนใน Map กันเอาเอง ไม่มีใครช่วยตัวเองได้นอกจากตัวเราเอง และตัวเราเองเท่านั้นที่จะนำพาไปยังหนทางที่ถูกต้องได้

ที่สำคัญ เพลงที่สองที่เขาทำให้ PUBG อย่าง Live Fast ที่ร่วมมือกันกับ A$AP Rocky มาช่วยทำให้เพลงกลมกล่อมมีมิติขึ้นกว่าเดิมด้วยท่อนแรพเทพ ๆ ที่ทำให้กับเวอร์ชัน Mobile โดยเฉพาะอีกด้วย และแน่นอนว่าก็มีแนวโน้มว่าในปีถัด ๆ ไปเราคงได้ยินเพลงดี ๆ จากการร่วมมือกันของ PUBG และ Alan Walker เรื่อย ๆ อย่างแน่นอน

PUBG และผลงานเพลงต่อ ๆ ไป

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เกม PUBG ยังคงเป็นที่นิยมและครองใจเหล่าผู้เล่นมาอย่างยาวนาน เชื่อได้ว่าโปรเจคเพลงอื่น ๆ คงได้ทยอยคลอดออกมาตาม ๆ กัน หรืออาจเป็นกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพลงที่ออกมาก็เรียกได้ว่าประณีตในทุก ๆ ขั้นตอน จนทำให้มีคุณภาพระดับขั้นเทพ ทั้งแนวของเพลง คำร้องและทำนอง เรียกได้ว่าได้ยินเมื่อไหร่เลือดนักรบมันก็หลั่งเวียนอยู่ในใจอยู่ตลอด จนแทบอยากจะควักโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นสักตาสองตากันเลยทีเดียว ถึงแม้บางคนอาจจะปิดเสียงเพลงไปเพราะไม่ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทีมก็ตาม

เครดิตภาพ : https://store.steampowered.com/app/578080/PLAYERUNKNOWNS_BATTLEGROUNDS/

พามารู้จักกับนักร้องเจ้าของเสียงในเพลง Super Mario Bros. Theme

ก่อนอื่นเลยคงมีหลายคนยังไม่รู้ว่าเพลงประจำเกม Super Mario Bros. ที่เราเล่นกันตั้งแต่เด็กยันโตที่มีจังหวะทำนองติดหูจนเลิกเล่นแล้วก็ยังเวียนอยู่ไม่รู้จบ เจ้าเพลงที่แสนจะมีเอกลักษณ์นี่แหละก็มีเนื้อเพลงกับเขาด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าของเสียงร้องที่อยู่ในเพลงก็เป็นนักร้องเสียงหวานมากความสามารถที่อยากจะพามาให้ทุกคนรู้จักกัน กับเพลงประจำใจของเหล่าเกมเมอร์ที่อย่างน้อย ๆ ต้องเคยฟังผ่านหูกันสักครั้ง

เพลงนี้มีเนื้อร้องด้วยหรือ

ในปี 1985 เป็นปีที่นินเทนโด้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าเพลงประกอบเกมแห่งตำนานที่ใช้ดนตรี 8 bit นี้ก็มีเนื้อร้องกับเขาด้วยเหมือนกัน เป็นเรื่องน่าเซอร์ไพร์สสำหรับคนเล่นเกมยุคใหม่ที่อาจไม่เคยได้ยินมาก่อน ต้นเรื่องการมาของเนื้อเพลงนั้นมาจากรายการวิทยุในญี่ปุ่นอย่าง Takao Komine All Night Nippon จัดการประกวดเนื้อเพลงสำหรับเกมนี้ขึ้นมา แน่นอนว่าย่อมมีเพชรเม็ดงามซ่อนอยู่ในนั้น นั่นคือเนื้อเพลงจากแฟนเกมคนหนึ่งที่แต่งออกมาได้ดีจนทางบริษัทต้องขอรับไปทำต่อนั่นเอง

เนื้อเพลงกล่าวถึงในมุมมองของเจ้าหญิงพีชที่คอยเชียร์ให้มาริโอ้ผู้เปี่ยมไปด้วยพลัง ปราบปรามเหล่าศัตรูตัวร้ายแล้วเดินทางมาช่วยเธอให้สำเร็จให้จงได้ ซึ่งผู้ขับร้องเพลงนี้ก็คือศิลปินมากความสามารถอีกท่านหนึ่งอย่าง Hiroko Taniyama ที่มีผลงานล้นหลาม

เธอคือผู้หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดเมื่อ วันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ.1956 ผู้เชี่ยวกรากในวงการเพลงประกอบภาพยนตร์มาอย่างยาวนาน และส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์การ์ตูน ผลงานที่โดดเด่นของเธอ เช่น เป็นผู้ประพันธ์เพลงประกอบหนังจากสตูดิโอชื่อดังอย่างจิบลิเรื่อง From Up On Poppy Hill และ Tales from Earthsea

และที่สำคัญ เธอยังเคยรับบทพากย์ตัวละครจาก Atagoal wa Neko no Mori ภาพยนตร์อนิเมชันจากญี่ปุ่นที่อาจไม่คุ้นหูคนไทยนัก โดยเธอรับบทเป็น Themari อีกด้วย           

เห็นได้ชัดเลยว่ากระทั่งเสียงร้องของเพลงก็ยังได้มือดีมือหนึ่งของญี่ปุ่นมาร่วมทำงานด้วย ทีนี้ใครที่มีแผ่นไวนิลของเพลงนี้ก็คงน่าอิจฉามาก ถือเป็นสมบัติล้ำค่าเลยก็ว่าได้ เพราะก็ใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆ เรียกได้ว่าเป็นของแรร์เลยทีเดียว

เพลงและเกม พี่น้องที่ตัดกันไม่ขาด

วงการเกมและวงการเพลงเป็นเสมือนเส้นสองเส้นที่ตีคู่ขนานกันไป และมีการหักเลี้ยวมาผสานกันในบางครั้ง ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ทั้งคู่ และมีการพึ่งพากันเสมอไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง เช่นกันกับเกมแนวแพลตฟอร์มในตำนานอย่างมาริโอ้ ที่ถึงแม้จะมีเพลงมามากมายหลายเวอร์ชัน แต่เพลงที่มีเนื้อร้องที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ความผูกพันทางใจของค่ายกับแฟนเกมทำให้เพลงนี้กลายเป็นยิ่งกว่าตำนาน เป็นเรื่องน่าจดจำในหมู่นักเล่นเกมด้วยกัน และเป็นเรื่องที่ไม่ว่าหยิบมาเล่าเมื่อไหร่ก็น่าสนใจเสมอ

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/cRggaGiQQihecJ9o8

หลับตาสัมผัสเกมไปกับเพลงของ The witcher 3 ใน Spotify

หลายครั้งที่เราไม่สามารถซึมซาบการเล่นเกมได้ในเวลาอันสั้น แต่ความรู้สึกและอารมณ์ที่ฮึกเหิมอยู่ในใจยังคงดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทาง CD Projekt ที่เป็นผู้พัฒนาเกม The Witcher 3 ได้เล็งเห็นถึงปัญหาตรงนี้ จึงส่งเพลงเพราะ ๆ จากเกมมาลง spotify ให้ได้ฟังกันเพื่ออรรถรสระยะยาวฉบับพกพาที่ว่าไม่ว่าที่ไหนหรือเมื่อไหร่ เมื่อคิดถึงการเล่นเกมอยู่หน้าจอขึ้นมา เพลงบรรเลงเหล่านี้ก็คงพอช่วยประวิงเวลาก่อนจะถึงคราวได้กลับบ้านเพื่อเล่นเกมในดวงใจนี้ได้

ออกผจญภัยไปใน Spotify

เพลงประกอบเกมอย่าง The Witcher 3 เองก็ได้รับความนิยมในหมู่แฟนเกมเป็นอย่างมากในเรื่องของการสร้างอารมณ์ร่วมให้กับการผจญภัยที่แสนตื่นเต้นของแกรอลท์ ที่ทางเน็ตฟลิกซ์ยังนำไปทำเป็นซีรีส์ ทั้งนี้เพลงที่ลงอยู่ในแอปพลิเคชัน spotify ก็คือเพลงที่เป็น Original Game Sountrack ที่มาจากภาค 3 และภาคเสริมอย่าง ภาค  Blood and Wine และ Hearts of Stone

แต่เพลงที่เป็นไฮไลท์เลยคือ เพลง Original Game Sountrack ของภาคหลักที่ถูกบรรเลงขึ้นสด ๆ  ที่งาน Video Game Show ในปี 2016 ก็ถูกบันทึกแล้วนำมาให้แฟนเพลงได้ฟังพร้อม ๆ กันผ่าน Spotify อีกด้วย

อีกอย่างที่จะขาดไม่ได้ คือเป็นที่รู้กันดีอยู่ว่า The Witcher 3 มีมินิเกมอันเลื่องชื่ออยู่หนึ่งเกม มันคือเกมการ์ดที่เรียกว่า GWENT ซึ่งทางผู้พัฒนาถึงกับดึงส่วนนี้มาเป็นเกมแยก แน่นอนว่าทำให้เกิดเพลงใหม่เพื่อประกอบเกมใหม่ ๆ เช่นกัน ในทำนองเดียวกันกับ Thronebreaker ที่เป็นเกมแยกออกมาจากแฟรนไชน์ The witcher 3 และได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม

เพลงประกอบทั้งจาก GWENT และ Thronebreaker จึงถูกนำมาใส่ลงไปใน spotify กับเขาด้วย แต่ทั้งนี้ใครที่ยังฟังในแอปพลิเคชันไม่สะใจ อยากซื้อเพลงผ่านทางสตรีมอีก ทาง CD projekt เองก็มีบริการเป็น package ให้ซื้อกันได้อย่างอิสระ

ส่วนเพลงของ The Witcher ที่เป็นซีรีส์จากเน็ตฟลิกซ์เองก็มีเพลงลงใน spotify กับเขาเหมือนกัน ให้สมกับปรากฏการณ์ที่หลาย ๆ คนฮัมเพลง Toss a coin to your Witcher กันเป็นแถบ ๆ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความสำเร็จจากทั้งซีรีส์และตัวเกมได้เป็นอย่างดี ทีนี้เราก็แค่มาร่วมรอซีรีส์ซีซั่นสอง และเกมในภาคถัดไปกันอย่างใจเย็นและไว้วางใจในคุณภาพดังเช่นที่ผ่านมา

การเฟ้นหากลุ่มแฟนเพลง

หลายเกมมีการลงเพลงประกอบลงใน spotify แล้ว บางครั้งผู้ฟังอาจไม่ใช่กลุ่มแฟนเกมแท้ ๆ หากแต่ก็เป็นนักฟังเพลงที่เชี่ยวชาญในวงการ และรู้สึกประทับใจกับเพลงประกอบในเกมขึ้นมา เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า วงการเกมให้ความสำคัญกับเพลงเป็นอย่างมาก เพราะมันเปรียบเป็นเสมือนปากที่คอยพร่ำพูดกับผู้เล่นตลอดเวลา จึงต้องมีความละเอียดในการรังสรรค์ เพื่อให้ได้แนวทางของเพลงที่เหมาะสมกับการเล่าเรื่อง และความรู้สึกขณะเล่นมากที่สุด จนเมื่อนำมาฟังข้างนอกแล้วก็ยังเพราะจับใจ ทำเอาต้องสร้างเพลย์ลิสท์ใหม่กันเลยทีเดียว

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/jnkstzFPGaksXw526

5 บทเพลงที่ถูกเลิกไปประกอบในเกมที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงต้องบอกว่า เพลงประกอบเกม เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกมมีความสนุกสนาน และมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเล่นเกม sound & effect ประกอบเกมจะทำให้เกมมีสีสันมากขึ้น จึงไม่แปลกที่เกมแนว action หรือแม้แต่รูปแบบต่าง ๆ จะต้องมีดนตรีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเพิ่มอรรถรสให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างมาก วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำ 5 เพลงประกอบเกมที่น่าสนใจ และช่วยสร้างความฮึกเหิมเวลาเล่นได้ดี

1. Bloodborne – Cleric Beast

                เกมแนวการต่อสู้ ที่เน้นทางด้านการโจมตีที่รุนแรง ยิ่งใหญ่ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการบรรเลงของดนตรีประกอบ ตลอดการเล่นเกม จะช่วยบิ้วท์อารมณ์ของเกมเมอร์ให้ฮึกเหิม ไม่ถอย พร้อมจะบุกรุกเข้าไปสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุเดือด นับว่าเป็นเพลงประกอบเกมที่จะช่วยผลักดันเหล่าเกมเมอร์ให้สนุกสนาน และสร้างความประทับใจที่ไม่ลืมเลือนไปจากความทรงใจได้เป็นอย่างดี

2. God of War – Overture

                ดนตรีที่มีการประกอบการเล่นเกม ที่สร้างความตรึงตราใจ และความแอคทีฟให้ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงประกอบเกมจาก Bear McCreary ซึ่งการบรรเลงของดนตรีช่วยให้เกมมีความท้าท้าย ความหลงใหล และน่าเล่นมากยิ่งขึ้นไป สำหรับเกมนักรบเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ที่พร้อมจะปลุกระดมความฮึกเหิมในจิตใจให้คุณพร้อมที่จะสู้และฝ่าฟันกับทุกอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่ นอกจากเกมนี้จะใช้สำหรับการเล่นเกมแล้ว หากคุณได้เปิดฟังในขณะที่กำลังวางเดิมพันบนเว็บ VWIN ก็จะทำให้เพิ่มอรรถรสได้เช่นกัน

3. Dovahkiin – The Elder Scrolls V: Skyrim

                เพลงนี้นับว่าเป็นเพลงในตำนานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมส์ และน่าจะต้องเคยฟังกันไม่มากก็น้อย เพราะด้วยความที่เพลงนี้ปลุกความฮึกเหิมให้กับการเล่นเกมให้ผู้เล่นมีความรู้สึกที่พร้อมจะลุยและฟันฝ่าอุปสรรคและขวากหนามที่ขวางอยู่ข้างหน้า นับว่าเป็นเพลงที่ตราตรึงใจอยู่ในดวงใจของผู้เล่นเกมจำนวนมาก

4. Main Menu Theme – Dark Souls 3               

                เป็นเพลงประกอบเกมที่สุดยอด และยิ่งใหญ่มากในหลาย ๆ ด้าน ที่บรรเลงออกมาได้น่าประทับใจ น่าติดตาม ซึ่งเป็นบทปิดฉากเกมที่น่าสนใจ และปลุกความกระปรี้กระเปร่า ความกระฉับกระเฉงในตัวผู้เล่นได้ดีมาก

5. The Witcher3: Wild Hunt – Sword of Destiny

                หากคุณเป็นหนึ่งในเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแนวดาร์ก ๆ หน่อย คงจะไม่พลาดเกมนี้ ซึ่งเป็นเกมคุณภาพ ที่ได้รับเป็น Game of the Year 2015 เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีเพลงประกอบเกมที่ช่วยปลุกอารมณ์ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี การผจญภัยที่สุดแสนจะท้าทาย เพื่อทดสอบพลังจิตในตัวคุณให้มีความกล้าลุย กล้าที่จะสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุดัน

                อาจกล่าวได้ว่า เหล่าเกมเมอร์ทุกคนที่เล่นเกมนั้นคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เพลง หรือ ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการเล่นเกมนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยบิ้วท์อารมณ์และความฮึกเหิมในใจของผู้เล่นได้ดีมาก หากขาดสิ่งนี้ไป คงจะทำให้สูญเสียอรรถรสในการเล่นเกมลงไปเป็นอย่างมากเลยทีเดียว