หลับตาสัมผัสเกมไปกับเพลงของ The witcher 3 ใน Spotify

หลายครั้งที่เราไม่สามารถซึมซาบการเล่นเกมได้ในเวลาอันสั้น แต่ความรู้สึกและอารมณ์ที่ฮึกเหิมอยู่ในใจยังคงดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทาง CD Projekt ที่เป็นผู้พัฒนาเกม The Witcher 3 ได้เล็งเห็นถึงปัญหาตรงนี้ จึงส่งเพลงเพราะ ๆ จากเกมมาลง spotify ให้ได้ฟังกันเพื่ออรรถรสระยะยาวฉบับพกพาที่ว่าไม่ว่าที่ไหนหรือเมื่อไหร่ เมื่อคิดถึงการเล่นเกมอยู่หน้าจอขึ้นมา เพลงบรรเลงเหล่านี้ก็คงพอช่วยประวิงเวลาก่อนจะถึงคราวได้กลับบ้านเพื่อเล่นเกมในดวงใจนี้ได้

ออกผจญภัยไปใน Spotify

เพลงประกอบเกมอย่าง The Witcher 3 เองก็ได้รับความนิยมในหมู่แฟนเกมเป็นอย่างมากในเรื่องของการสร้างอารมณ์ร่วมให้กับการผจญภัยที่แสนตื่นเต้นของแกรอลท์ ที่ทางเน็ตฟลิกซ์ยังนำไปทำเป็นซีรีส์ ทั้งนี้เพลงที่ลงอยู่ในแอปพลิเคชัน spotify ก็คือเพลงที่เป็น Original Game Sountrack ที่มาจากภาค 3 และภาคเสริมอย่าง ภาค  Blood and Wine และ Hearts of Stone

แต่เพลงที่เป็นไฮไลท์เลยคือ เพลง Original Game Sountrack ของภาคหลักที่ถูกบรรเลงขึ้นสด ๆ  ที่งาน Video Game Show ในปี 2016 ก็ถูกบันทึกแล้วนำมาให้แฟนเพลงได้ฟังพร้อม ๆ กันผ่าน Spotify อีกด้วย

อีกอย่างที่จะขาดไม่ได้ คือเป็นที่รู้กันดีอยู่ว่า The Witcher 3 มีมินิเกมอันเลื่องชื่ออยู่หนึ่งเกม มันคือเกมการ์ดที่เรียกว่า GWENT ซึ่งทางผู้พัฒนาถึงกับดึงส่วนนี้มาเป็นเกมแยก แน่นอนว่าทำให้เกิดเพลงใหม่เพื่อประกอบเกมใหม่ ๆ เช่นกัน ในทำนองเดียวกันกับ Thronebreaker ที่เป็นเกมแยกออกมาจากแฟรนไชน์ The witcher 3 และได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม

เพลงประกอบทั้งจาก GWENT และ Thronebreaker จึงถูกนำมาใส่ลงไปใน spotify กับเขาด้วย แต่ทั้งนี้ใครที่ยังฟังในแอปพลิเคชันไม่สะใจ อยากซื้อเพลงผ่านทางสตรีมอีก ทาง CD projekt เองก็มีบริการเป็น package ให้ซื้อกันได้อย่างอิสระ

ส่วนเพลงของ The Witcher ที่เป็นซีรีส์จากเน็ตฟลิกซ์เองก็มีเพลงลงใน spotify กับเขาเหมือนกัน ให้สมกับปรากฏการณ์ที่หลาย ๆ คนฮัมเพลง Toss a coin to your Witcher กันเป็นแถบ ๆ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความสำเร็จจากทั้งซีรีส์และตัวเกมได้เป็นอย่างดี ทีนี้เราก็แค่มาร่วมรอซีรีส์ซีซั่นสอง และเกมในภาคถัดไปกันอย่างใจเย็นและไว้วางใจในคุณภาพดังเช่นที่ผ่านมา

การเฟ้นหากลุ่มแฟนเพลง

หลายเกมมีการลงเพลงประกอบลงใน spotify แล้ว บางครั้งผู้ฟังอาจไม่ใช่กลุ่มแฟนเกมแท้ ๆ หากแต่ก็เป็นนักฟังเพลงที่เชี่ยวชาญในวงการ และรู้สึกประทับใจกับเพลงประกอบในเกมขึ้นมา เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า วงการเกมให้ความสำคัญกับเพลงเป็นอย่างมาก เพราะมันเปรียบเป็นเสมือนปากที่คอยพร่ำพูดกับผู้เล่นตลอดเวลา จึงต้องมีความละเอียดในการรังสรรค์ เพื่อให้ได้แนวทางของเพลงที่เหมาะสมกับการเล่าเรื่อง และความรู้สึกขณะเล่นมากที่สุด จนเมื่อนำมาฟังข้างนอกแล้วก็ยังเพราะจับใจ ทำเอาต้องสร้างเพลย์ลิสท์ใหม่กันเลยทีเดียว

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/jnkstzFPGaksXw526

5 บทเพลงที่ถูกเลิกไปประกอบในเกมที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงต้องบอกว่า เพลงประกอบเกม เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกมมีความสนุกสนาน และมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเล่นเกม sound & effect ประกอบเกมจะทำให้เกมมีสีสันมากขึ้น จึงไม่แปลกที่เกมแนว action หรือแม้แต่รูปแบบต่าง ๆ จะต้องมีดนตรีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเพิ่มอรรถรสให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างมาก วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำ 5 เพลงประกอบเกมที่น่าสนใจ และช่วยสร้างความฮึกเหิมเวลาเล่นได้ดี

1. Bloodborne – Cleric Beast

                เกมแนวการต่อสู้ ที่เน้นทางด้านการโจมตีที่รุนแรง ยิ่งใหญ่ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการบรรเลงของดนตรีประกอบ ตลอดการเล่นเกม จะช่วยบิ้วท์อารมณ์ของเกมเมอร์ให้ฮึกเหิม ไม่ถอย พร้อมจะบุกรุกเข้าไปสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุเดือด นับว่าเป็นเพลงประกอบเกมที่จะช่วยผลักดันเหล่าเกมเมอร์ให้สนุกสนาน และสร้างความประทับใจที่ไม่ลืมเลือนไปจากความทรงใจได้เป็นอย่างดี

2. God of War – Overture

                ดนตรีที่มีการประกอบการเล่นเกม ที่สร้างความตรึงตราใจ และความแอคทีฟให้ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงประกอบเกมจาก Bear McCreary ซึ่งการบรรเลงของดนตรีช่วยให้เกมมีความท้าท้าย ความหลงใหล และน่าเล่นมากยิ่งขึ้นไป สำหรับเกมนักรบเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ที่พร้อมจะปลุกระดมความฮึกเหิมในจิตใจให้คุณพร้อมที่จะสู้และฝ่าฟันกับทุกอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่ นอกจากเกมนี้จะใช้สำหรับการเล่นเกมแล้ว หากคุณได้เปิดฟังในขณะที่กำลังวางเดิมพันบนเว็บ VWIN ก็จะทำให้เพิ่มอรรถรสได้เช่นกัน

3. Dovahkiin – The Elder Scrolls V: Skyrim

                เพลงนี้นับว่าเป็นเพลงในตำนานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมส์ และน่าจะต้องเคยฟังกันไม่มากก็น้อย เพราะด้วยความที่เพลงนี้ปลุกความฮึกเหิมให้กับการเล่นเกมให้ผู้เล่นมีความรู้สึกที่พร้อมจะลุยและฟันฝ่าอุปสรรคและขวากหนามที่ขวางอยู่ข้างหน้า นับว่าเป็นเพลงที่ตราตรึงใจอยู่ในดวงใจของผู้เล่นเกมจำนวนมาก

4. Main Menu Theme – Dark Souls 3               

                เป็นเพลงประกอบเกมที่สุดยอด และยิ่งใหญ่มากในหลาย ๆ ด้าน ที่บรรเลงออกมาได้น่าประทับใจ น่าติดตาม ซึ่งเป็นบทปิดฉากเกมที่น่าสนใจ และปลุกความกระปรี้กระเปร่า ความกระฉับกระเฉงในตัวผู้เล่นได้ดีมาก

5. The Witcher3: Wild Hunt – Sword of Destiny

                หากคุณเป็นหนึ่งในเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแนวดาร์ก ๆ หน่อย คงจะไม่พลาดเกมนี้ ซึ่งเป็นเกมคุณภาพ ที่ได้รับเป็น Game of the Year 2015 เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีเพลงประกอบเกมที่ช่วยปลุกอารมณ์ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี การผจญภัยที่สุดแสนจะท้าทาย เพื่อทดสอบพลังจิตในตัวคุณให้มีความกล้าลุย กล้าที่จะสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุดัน

                อาจกล่าวได้ว่า เหล่าเกมเมอร์ทุกคนที่เล่นเกมนั้นคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เพลง หรือ ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการเล่นเกมนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยบิ้วท์อารมณ์และความฮึกเหิมในใจของผู้เล่นได้ดีมาก หากขาดสิ่งนี้ไป คงจะทำให้สูญเสียอรรถรสในการเล่นเกมลงไปเป็นอย่างมากเลยทีเดียว