คาราโอเกะฮาเฮ และความเป็นเอเชียกับการผ่อนคลายผ่านเสียงเพลง

ในเมืองไทย การร้องคาราโอเกะเป็นที่นิยมมานานหลายปี จะเห็นได้ว่าตามห้างสรรพสินค้าจะมีตู้คาราโอเกะหยอดเหรียญ หรือบางแห่งก็มีร้านที่ให้บริการคาราโอเกะแบบรายชั่วโมง แม้แต่โปรแกรมร้องคาราโอเกะ ก็ยังมีให้โหลดไปใช้ร้องหัดเพลงที่บ้านได้ หลายคนอาจสงสัยว่าวัฒนธรรมคาราโอเกะนี้มีที่มาจากไหน และมีแต่วัยรุ่นไทยหรือเปล่าที่ชอบร้องคาราโอเกะ ประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย อเมริกา หรือยุโรป เค้าอินกับคาราโอเกะเหมือนบ้านเราหรือไม่ บทความนี้จะพาไปสำรวจความนิยมคาราโอเกะในภูมิภาคเอเชีย และทั่วโลก

ที่มาของการร้องคาราโอเกะ

ไม่ต้องบอกก็คงพอเดากันได้จากภาษาว่า คาราโอเกะ น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นการผสมของคำว่า “คาระ” ที่แปลว่า ว่างเปล่า กับ “โอเกะ” ที่ย่อมาจาก โอเกะซุโตระ ที่แปลว่า วงออร์เคสตร้า อุตสาหกรรมคาราโอเกะในญี่ปุ่น เริ่มต้นตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1970 จากนั้นจึงแพร่หลายไปยังประเทศอื่นในเอเชีย และทั่วโลก เหตุที่คาราโอเกะเป็นที่นิยม นอกจากความชื่นชอบในเสียงดนตรีแล้ว การได้ใช้เวลาเพื่อสนุกเฮฮากับเพื่อนฝูงอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องอายว่าจะร้องเพลงเพราะหรือไม่เพราะ และเป็นการที่จะได้ร้องรำทำเพลงไปด้วยกันโดยไม่ต้องเสียค่าบัตรไปดูคอนเสิร์ตแพง ๆ แถมยังมีความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

คนเอเชีย กับคาราโอเกะ

ด้วยความที่วัฒนธรรมคล้ายกัน คาราโอเกะจึงเป็นที่นิยมทั่วเอเชียได้ไม่ยาก ในเมืองไทยเอง ยุคที่คาราโอเกะเข้ามาใหม่ ๆ ก็จะเห็นร้านที่ให้บริการคาราโอเกะผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด โปรแกรมร้องคาราโอเกะที่บ้านกลายเป็นที่เสาะแสวงหา จนถึงปัจจุบันแม้จะไม่ได้มีกระแสมาก แต่ความนิยมในคาราโอเกะก็ยังคงอยู่ ส่วนชาติอื่น ๆ ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หรือเวียดนาม และที่ไกลออกไปหน่อย อย่างเกาหลี หรือจีน ก็ล้วนมีความนิยมในการร้องคาราโอเกะเช่นกัน นั่นเป็นเพราะว่าวัฒนธรรมในเรื่องของการแฮงค์เอาท์กับเพื่อนฝูงนั้นคล้ายกัน นั่นคือเน้นความเฮฮา บ้าบอ ไม่เน้นสาระ จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้เป็นอย่างดี

ชาวตะวันตก กับคาราโอเกะ

ในประเทศแถบยุโรป และอเมริกา แม้ว่าคาราโอเกะจะถูกเผยแพร่ไปถึง แต่ความนิยมก็ไม่ได้ล้นหลามเหมือนกับประเทศในเอเชีย จากประสบการณ์ตรงของหลายคน จะพบว่าร้านที่ให้บริการคาราโอเกะนั้นแทบจะไม่มีเลย นั่นเป็นเพราะว่าวัฒนธรรมการแฮงค์เอาท์กับเพื่อนฝูงของชาวตะวันตกนั้นแตกต่างออกไป หากไปผับ ก็เน้นดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กับแดนซ์กระจายไปเลย หรือหากเป็นงานปาร์ตี้ที่จัดกันเองก็จะเน้นกินดื่ม พูดคุย เปิดเพลงวนไป ซึ่งการได้พูดคุยกันนั่นแหละ ที่จะถือว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ส่วนใครอยากร้องเพลงก็ไปหาห้องซ้อมดนตรี หรือซ้อมร้องเพลงเองแบบจริงจังไปเลยดีกว่า

หากใครอยากลองเผยแพร่วัฒนธรรมเอเชียอย่างเรา หากมีเพื่อนชาวยุโรป หรืออเมริกา ลองชวนมาคาราโอเกะด้วยกันซักครั้ง อาจจะติดใจก็เป็นได้

ทำไมบางคนถึงร้องเพลงเพราะ แต่บางคนเสียงเพี้ยน?

ในชีวิตนี้คงไม่มีใครไม่เคยฟังเพลง เพราะเราต่างมีเพลงโปรดที่ฟังอยู่บ่อย ๆ มีคลื่นวิทยุที่เปิดทุกวัน หรือเพลย์ลิสต์ส่วนตัวที่ฟังเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ แต่กลับไม่ใช่ทุกคนที่จะร้องเพลงได้ตรงกับโน้ตดนตรี ดังนั้นการร้องเพลงให้เพราะจึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการฝึกฝน เพราะนอกจากจะต้องร้องให้ตรงคีย์แล้ว ยังต้องมีเทคนิคการออกเสียงเพื่อให้เสียงที่เปล่งออกมามีความไพเราะ มีพลัง และมีช่วงเสียงที่กว้างพอที่จะร้องเพลงยาก ๆ ได้ นอกจากเรื่องของพรสวรรค์แล้ว ยังต้องมีเรื่องของการฝึกฝน แต่ทำไมบางคนถึงฝึกฝนยังไง ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเสียงเพี้ยนให้เป็นเสียงที่เพราะได้ หรือถ้าเปลี่ยนได้ก็ยากเย็นเหลือเกิน ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ๆ เรื่องนี้มีคำอธิบาย

เสียงเพี้ยนนี้ท่านได้แต่ใดมา?

ว่ากันว่า หากมีคนร้องเพลงเพี้ยนให้ฟังบ่อย ๆ เมื่อตอนเป็นทารก เด็กคนนั้นก็ร้องเพลงเสียงเพี้ยนไป นั่นเป็นเพราะว่าเด็กเรียนรู้จากการฟัง และจดจำเอาว่าเสียงนั้นคือเสียงที่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะทำให้การออกเสียงแบบนั้นฝังติดเป็นความทรงจำระยะยาวได้ ทำให้การแก้ไขให้กลับมาร้องตรงคีย์นั้นทำได้ยากทีเดียว ปัญหาหลัก ๆ ของการร้องเพลงจึงเกิดจากการรับรู้เสียงที่ได้ยิน และการเปล่งเสียงให้ตรงกับที่ได้ยิน เพราะความสามารถในการเปล่งเสียงของคนเราไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเส้นเสียง และสรีระของกะโหลก ซึ่งจะมีช่องและโพรงต่าง ๆ ช่วยสะท้อนเสียงให้มีความกังวาน และยังขึ้นอยู่กับวิธีการใช้เสียงของแต่ละคนด้วย

สาเหตุของการร้องเพลงเพี้ยน

  • ความบกพร่องของหู – คือการที่หูได้รับเสียง แต่ประมวลผลออกมาไม่ตรงกับที่ได้ยิน ซึ่งปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ แก้ไขได้ยาก ส่วนความบกพร่องเล็ก ๆ ที่มักเกิดกับคนทั่วไปก็คือการแยกแยะระดับเสียง หรือ pitch ที่ใกล้เคียงกันมาก ๆ ไม่ได้
  • ความบกพร่องของเส้นเสียง – มีปัญหาที่เส้นเสียง ทำให้ไม่สามารถบังคับควบคุมเสียงที่ออกมาให้ตรงตามที่ต้องการได้ ต้องอาศัยการฝึกฝนมาก ๆ จึงจะแก้ไขปัญหานี้ได้
  • ขาดเทคนิคการร้องที่ดี – เช่น ลมไม่พอ แรงไม่ถึง ทำให้เกิดอาการเพี้ยนสูง หรือเมื่อร้องเสียงสูงแล้วเพี้ยน ปัญหานี้แก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแค่เรียนรู้เทคนิคการร้อง ฝึกร้อง ออกกำลังกาย บริหารปอด ฝึกควบคุมลมหายใจ

อยากร้องเพลงเพราะต้องทำยังไง

องค์ประกอบสำคัญของการร้องเพลงให้เพราะ ก็คือเสียง หากสามารถแก้ไขความบกพร่องของหูและเส้นเสียงได้แล้ว หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและพยายาม โดยอาจไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติม หรืออาจฝึกฝนด้วยตัวเอง เพื่อให้การเปล่งเสียงร้องมีพลัง มีความดังสม่ำเสมอ และสามารถควบคุมระดับเสียงได้ดี องค์ประกอบอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน คือร่างกาย ซึ่งในการร้องเพลงจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการออกเสียงและหายใจ และใช้พลังที่มีอยู่ในร่างกาย ดังนั้นการออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ รับประทานอาหารให้เพียงพอ และ การพักผ่อนให้เพียงพอจึงมีส่วนช่วยให้การร้องเพลงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น