ดนตรีและความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรม

ในโลกของเรานั้น มนุษย์เรามีความแตกต่างทั้งลักษณะทางกายภาพหรือขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม ที่แต่ละประเทศก็มีลักษณะเฉพาะของตนเอง แต่ละประเทศนอกจากนี้แต่ละประเทศก็มีบทเพลงเป็นของตนเอง ที่แทรกซึมอยู่ในวัฒนธรรมนั้น ๆ และแตกต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัย แต่ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อย่างใดเลย เพราะดนตรีจะเป็นสื่อกลางในการรวมเชื้อชาติหรือความเป็นปัจเจกของแต่ละบุคคล ให้มีความสัมพันธ์อันดี นอกจากนี้ดนตรียังปรากฏตัวในช่วงตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และถูกนำมาใช้ในโอกาสที่แตกต่างกัน ถือได้ว่าดนตรีมีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรมโลกและดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในหลายทศวรรษ

                    ดนตรีเพื่อการเฉลิมฉลองต่าง ๆ  เป็นที่สังเกตุได้ว่าจะมีการใช้ดนตรีเข้ามาประกอบในงานเฉลิมฉลองทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานฉลองวันสำเร็จการศึกษา หรืองานวันเกิด ซึ่งถือว่าดนตรีมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความสนุกสนานให้กับพิธีการเหล่านั้น

                    ดนตรีเป็นการแสดงออกในรูปแบบหนึ่ง นักดนตรีจะเป็นที่ผู้ถ่ายทอดบทเพลงและแสดงออกถึงความเป็นตัวตน ในรูปแบบของเสียงเพลงและท่วงทำนองที่ต่างกันออกไป เป็นการสื่อสารที่แสดงออกถึงความรู้สึกในชีวิต ซึ่งทำให้ผู้ฟังสามารถเชื่อมโยงและค้นหาความหมายในตนตรีเหล่านั้นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

                    ดนตรีทำให้เรารู้สึกอยากเต้นรำมากขึ้น ดนตรีที่มีจังหวะสนุกสนานจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้คนที่ต่างวัฒนธรรมกันไปทั่วโลก ได้แสดงออกซึ่งสิ่งเดียวกัน เช่น การเต้นรำ อีกนัยหนึ่งคือเป็นการสื่อสารว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรผ่านการเคลื่อนไหวท่าทางเหล่านั้น

                    วิวัฒนาการของดนตรีไม่เคยหยุดนิ่ง ดนตรีไม่เคยหยุดนิ่ง และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงเวลาและยุคสมัย ในส่วนของศิลปินหรือนักดนตรีที่ได้เรียนมาทางด้านดนตรีโดยตรง อาจจะมีความรู้ใหม่ ๆ ที่ได้คิดค้นท่วงทำนองและเสียงต่าง ๆ และได้พัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย

                    ดนตรีเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ดนตรีเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ สำหรับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และต้องการแสดงออกถึงผลงาน ได้สร้างผลงานต่าง ๆ ผ่านดนตรีประเภทต่าง ๆ และนำมาเผยแพร่ออกสู่โลกภายนอกและแบ่งปันกับผู้อื่น ทำให้ผู้คนที่ได้ฟังเพลงต่าง ๆ เหล่านั้น มีลักษณะร่วมกันและรับรู้ถึงแรงบันดาลใจด้วยกันจากดนตรีด้วย

                    ดนตรีสร้างความใกล้ชิด ดนตรีสามารถทำให้เกิดความใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยศิลปินถ่ายทอดข้อความผ่านเนื้อเพลง หรือการแสดงอารมณ์ที่พวกเขาอาจไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดหรืออธิบายได้ แต่ได้สื่อสารสิ่งเหล่านั้นผ่านเสียงเพลงของตนเอง

                    ดนตรีเป็นการสื่อสารในรูปแบบหนึ่ง หลาย ๆ คนมีปัญหาเมื่อต้องทำการสื่อสารสิ่งที่ตนเองรู้สึกผ่านคำพูด แต่พวกเขาสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกเหล่านั้นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นผ่านบทเพลงต่าง ๆ

                    แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะมีความชอบของตัวเองที่ไม่เหมือนกันกับประเภทของดนตรีที่พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง หรือสนุกไปกับมัน แต่สิ่งหนึ่งที่มีร่วมกันคือ ดนตรีเป็นส่วนสำคัญของชีวิตที่ทำให้เกิดการแสดงออก และบ่งบอกความเป็นตัวเราในฐานะมนุษย์ และดนตรียังเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าที่มีจุดร่วมตรงกลาง ช่วยหลอมรวมผู้คนที่แตกต่างเข้าไว้ด้วยกัน

พลังของดนตรี ให้อะไรได้มากกว่าแค่ความบันเทิง

เราทุกคนเติบโตมาพร้อมกับเสียงดนตรีในทุกช่วงขณะ ในทุกวันของการทำกิจกรรมใด ๆ  ก็ตาม ดนตรีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตของมนุษย์แทบจะทุกคน ดนตรีอยู่ใกล้ชิดกับเราตั้งแต่เมื่อเราลืมตาตื่นขึ้นมา ระหว่างการเดินทางไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ และสำหรับใครหลายคนดนตรีอาจเหมือนเพื่อนสนิทที่สามารถทำให้เรามีความสุข และช่วยทำให้เราเกิดความผ่อนคลายเมื่อเราต้องเจอกับความกังวลหรือความทุกข์ ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ นอกจากนี้ดนตรียังเป็นเหมือนสื่อกลางที่สามารถทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมารู้จักกันได้ โดยผ่านท่วงทำนองของดนตรี พลังของดนตรีสามารถทำให้เรามีทั้งความสุขหรือถูกปลุกเร้าให้เราลุกขึ้นมาต่อสู้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และช่วยบรรเทาความกังวลของเรา

ดนตรีให้อะไรกับเรามากกว่าแค่ความรื่นรมย์ หรือแค่ความบันเทิงใจ หากแต่นักมานุษยวิทยาและนักสังคมวิทยาเคยศึกษาและพบว่าวัฒนธรรมต่าง ๆ ตามเส้นทางของประวัติศาสตร์นั้น ดนตรีคือส่วนหนึ่งของมนุษย์ตั้งแต่โบราณกาล อาทิเช่น วัฒนธรรมหรืออารยธรรมของชนเผ่าดั้งเดิมและพิธีกรรมทางศาสนา ต่างได้ใช้ดนตรีเป็นพื้นฐาน เป็นสื่อกลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร นอกจากนี้ ดนตรียังถูกนำมาใช้เพื่อการรักษาโรคทางร่างกายบางชนิด รวมถึงความเจ็บป่วยทางจิตใจก็มักใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการสมานแผลด้วยกันทั้งสิ้น ยังมีผลการวิจัยที่พบว่า ดนตรีมีผลกระทบต่อสมองของมนุษย์ด้วย เห็นได้ชัดว่าดนตรีไม่เพียงแต่เข้าถึงเราในระดับสติปัญญาทางสังคมและอารมณ์ความรู้สึกเท่านั้น เครื่องดนตรีและเพลงประเภทต่าง ๆ สามารถทำให้เกิดสภาวะทางจิตวิทยาในทั้งนักดนตรีและผู้ฟังอย่างคาดไม่ถึง ดนตรีสามารถนำเรากลับมาสู่ความเป็นตัวเรา เหมือนเป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นด้านหนึ่งของเราที่อาจหลงลืมไปนานแล้ว ให้กลับมาปรากฎอีกครั้ง ดนตรีมีพลังและมีความหมายมากกว่าแค่เสียงและคำพูด ดนตรีมีพลังมากจนมีอำนาจในการจัดการและโน้มน้าวบุคคลได้ไม่ว่าจะในทางบวกหรือทางลบ

นอกจากนี้ความหมายมากมายในบทเพลงสามารถบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของศิลปินหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาและแม้แต่ความคิดเห็นของนักแต่งเพลงในมุมมองของพวกเขาก็ถูกถ่ายทอดมายังเนื้อเพลงด้วย บางครั้งนักแต่งเพลง นักดนตรียังใช้ดนตรีเพื่อประกาศความคิดเห็น ความอิสระ และเสรีภาพ ได้หยิบยก กลั่นกรอง เขียนเนื้อเพลงและทำนองรูปแบบต่าง ๆ ด้วย ดนตรีบางประเภทมีผลต่อความรู้สึกของผู้คนในระดับต่าง ๆ กันไป เช่นเพลงช้า ๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มีความมั่นคง ในขณะที่เพลงแร็พและร็อคอาจทำให้รู้สึกสนุกสนาน หรือเกรี้ยวกราด

และด้วยเหตุผลที่ว่าดนตรีมีพลัง นั่นก็เพราะมันสามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนคิดและรู้สึก หากเรามีความเข้าใจและความซาบซึ้ง หรือสัมผัสกับมันได้อย่างเต็มที่และถูกวิธี รวมถึงมีความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับพลังของดนตรีว่าสามารถมีอิทธิพลต่อชีวิตได้อย่างไรบ้าง เราจะสามารถนำดนตรีมาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและสังคม