ดนตรีกับการตลาด สิ่งที่เกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก

ปัจจุบันดนตรีมีความหลากหลาย ซึ่งผู้ฟังสามารถเลือกเสพได้ตามความสนใจของตนเอง ซึ่งนักการตลาดได้นำข้อมูลเหล่านี้ มาใช้ประกอบเพื่อวิเคราะห์กลุ่มคนฟัง เพื่อจะนำมาใช้กับวิธีในการโปรโมทสินค้าเพื่อที่จะทำการสร้างโฆษณา

จากรสนิยมของการฟังเพลงและดนตรี ทำให้สามารถระบุวัยของผู้ฟังได้ เพราะมันสะท้อนถึงการใช้ชีวิต ความเป็นอุดมคติของตัวตนอีกด้วย อาทิเช่น ผู้ที่ฟังเพลงลูกทุ่ง รูปแบบการใช้ชีวิตก็จะแตกต่างกับผู้ฟังเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือช่วยสะท้อนความเป็นอัตลักษณ์ของผู้ชมแต่ละกลุ่ม และด้วยลักษณะอันเฉพาะเจาะนี้ ทำให้นักการตลาดนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาใช้เป็นส่วนประกอบในการทำตลาด เพื่อให้สินค้าของตนเองเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะอย่างแม่นยำมากขึ้น หากจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่ามีความคล้องจองกันอย่างไร ลองนึกย้อนกลับไปดูเมื่อเราอยู่ในช่วงโรงเรียนมัธยมเราชอบร้องเพลงตามศิลปินที่เราชื่นชอบ เรานำสไตล์การแต่งตัวของศิลปินเหล่านั้น มาปรับใช้กับตนเอง และเลียนแบบให้เหมือนให้ได้มากที่สุด ในทำนองเดียวกันการใช้ข้อมูลเหล่านี้ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในด้านดนตรีและนำมาป็นแผนการตลาด จะสามารถช่วยให้นักการตลาดได้เกิดความคิดใหม่ ๆ ถึงวิธีการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคออกเป็นลักษณะต่าง ๆ ให้เข้ากับสินค้า และแน่นอนว่ารสนิยมทางดนตรีของเราเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในขณะที่เรามักจะยึดติดอยู่กับเพลงโปรด ในช่วงชีวิตช่วงหนึ่ง ตัวอย่างเช่นในช่วงวัยรุ่นเรามักจะได้รับอิทธิพลจากแนวดนตรีที่มีความก้าวร้าว รุนแรง เช่น ดนตรีร็อค หรือพังก์ แต่เมื่อเราเปลี่ยนไปสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น เรามีแนวโน้มที่จะเริ่มฟังเพลงป๊อปมากขึ้น แต่เมื่อเราถึงวัยกลางคน ความเป็นอัตลักษณ์ของเราก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปตามช่วงวัยด้วย ดังจะเห็นได้ว่าดนตรีแจ๊สและดนตรีคลาสสิค จะทำตลาดได้ดีกับผู้คนในช่วงวัยกลางคน

สิ่งเหล่านี้เอง ที่ทำให้นักการตลาดได้เข้าใจแง่มุมของความหลากหลาย และนำรายละเอียดเหล่านี้มาเชื่อมโยงถึงกันและใช้ในการตีความไต้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ประโยชน์ในการขยายกลุ่มเป้าหมายให้ดรงและชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นที่เราใช้เพลงในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการตลาด นั่นคือการใช้ศิลปินที่มีผู้ฟังเฉพาะ มีความจงรักภักดีต่อศิลปิน และแฟน ๆ เราสามารถนำศิลปินเข้ามาเป็นจุดขายและมุ่งเน้นไปที่ผู้บริโภคที่เรากำหนดไว้แล้ว ตั้งแต่เริ่มต้นการทำแคมเปญ หรือการใช้โซเชียลเล็ก ๆ ในการทำการโฆษณา การตลาดด้วยเพลงหรือตัวศิลปิน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้กับสินค้าของตนเองมากขึ้น นอกจากนี้หากเรามองภาพออกในการจับคู่ศิลปินให้มีความเหมาะสมกับสินค้าของเรา จะทำให้ประสบความสำเร็จจากการขายสินค้านั้น ๆ มากขึ้นด้วย

อย่างที่ทราบกันว่า ดนตรีมีผลต่อสมองของเราโดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ ดังนั้นเรามักจะเห็นสินค้าหลาย ๆ อย่างใช้เพลงในการพูดถึงการสร้างแบรนด์ ซึ่งอาจไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่าการใช้ดนตรีเพื่อช่วยให้ลูกค้าจดจำลักษณะเฉพาะของแบรนด์นั่นเอง

5 เหตุผลที่คนเราชอบฟังเพลง… ถึงแม้ว่าเราจะไม่เข้าใจในภาษานั้นก็ตาม

เชื่อว่าใครๆ หลายๆ คนต่างก็ชื่นชอบที่จะฟังเพลง ไม่ว่าเพลงนั้นจะเป็นเพลงไทย หรือเพลงต่างประเทศ และเพลงต่างประเทศหลายๆ เพลงนั้นก็มีดนตรีที่ดี จนเราชอบฟังทั้งๆ ที่เราไม่เข้าใจภาษานั้นเลยสักนิดเดียว

.

.

แต่ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคด้านภาษา เราก็ยังคงชื่นชอบที่จะฟังเพลงเหล่านั้นอยู่ดี คุณอาจจะเกิดความสงสัยขึ้นมาแล้วสินะคะ เรามาดูกันดีกว่า ว่าทำไมเพลงที่เราฟังไม่เข้าใจ แต่เรายังคงชอบฟังเพลงเหล่านั้นอยู่

.

1. สามารถเรียนรู้ภาษาใหม่ผ่านเพลงนั้นได้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนเรานั้นสามารถเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ผ่านการฟังเพลงได้ ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่ได้รับการพิสูจน์กันมาเรียบร้อยแล้วว่าการฟังเพลงภาษาต่างประเทศนั้น จะช่วยให้เราพัฒนาภาษาได้จริงๆ ทั้งในด้านของการออกเสียง สำเนียง การฟัง และการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ

.

2. คุณรู้สึกอินกับดนตรี

ถึงแม้ว่าเราจะไม่เข้าใจในเนื้อหาของเพลงเลยแม้แต่นิด แต่ดนตรีก็ยังคงทำให้คุณรู้สึกอินได้ ด้วยท่วงทำนองที่ทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลิน ไม่รู้เบื่อ

.

3. คุณสามารถเต้นไปกับเพลงได้

แน่นอนว่าการเต้นคือภาษาสากลที่ทุกคนทุกชนชาติต่างแสดงออกเหมือนกันทั่วทั้งโลก ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันไปบ้างตามวัฒนธรรม แต่การที่เราฟังเพลงที่มีจังหวะดีๆ จะช่วยทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินและเต้นไปกับเสียงเพลงได้

.

4. เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านบทเพลง

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เข้าใจในเนื้อหาของบทเพลงเลยแม้แต่น้อยนิด แต่การที่คุณฟังเพลง จะทำให้คุณซึมซับและรับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาผ่านแนวทางของดนตรี และมิวสิควีดีโอ ซึ่งการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ นี้ ทำให้คุณได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น

.

5. คุณสามารถแปลเนื้อหาเพลงได้หลังจากนั้น

หากคุณมีความชื่นชอบในการฟังเพลงใดเพลงหนึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่าคุณจะไม่เข้าใจในภาษานั้นๆ เลยก็ตามที แต่คุณก็จะหาทางที่จะได้หาเนื้อเพลงและแปลมันออกมาเป็นภาษาของคุณ และนั่นคือหนึ่งในวิธีในการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ และวัฒนธรรมใหม่ๆ อย่างไม่รู้จบ