ดนตรีหมอลำ เอกลักษณ์ของภาคอีสาน ที่ฟังเมื่อไหร่ ก็แสนจะมีเสน่ห์

หากกล่าวถึงดนตรีในประเทศไทยเราจะพบว่ามีความหลากหลายของวัฒนธรรม รูปแบบดนตรีก็แตกต่างกันไป บ้างก็ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ และความนิยมฟังดนตรีประเภทต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ฟังที่อาจแตกต่างกันไปตามช่วงวัยและสภาพแวดล้อมทางสังคมของตนด้วย ดนตรีหมอลำก็เป็นดนตรีประเภทหนึ่งที่อยู่กับประเทศไทยมานาน

ดนตรีหมอลำเป็นดนตรีพื้นบ้านทางภาคอีสานของประเทศไทย ที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ รวมถึงมีรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง มีแนวทางที่เป็นของตนเองอย่างชัดเจน เป็นเวลากว่าศตวรรษแล้ว ที่เพลงพื้นบ้านหมอลำอยู่คู่กันกับประเทศไทย และมีทำนองละม้ายคล้ายคลึงกับประเทศลาว จนกระทั่งมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากยุคหนึ่งไปยังอีกยุคหนึ่งและมีการผสมผสานระหว่างช่วงเวลาที่เกิดขึ้น นั่นคือในช่วงปี พ.ศ.2503 ถึงปี พ.ศ.2513 ในเวลาต่อมาแนวดนตรีหมอลำได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีแนวร็อกและดิสโก้ จนทำให้เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่ซึ่งคือดนตรีลูกทุ่งในปัจจุบันนั่นเอง ดนตรีหมอลำ มีความคล้ายคลึงกับลักษณะของดนตรีลูกทุ่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเนื้อเพลงที่มุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของการดำรงชีวิต ความยากลำบาก อัตคัด ขัดสน หรือการอพยพย้ายถิ่นฐานจากชนบทที่ยากจนแร้นแค้นไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในเมือง บางครั้งเนื้อเพลงอาจกล่าวถึงความเชื่อของผู้คนที่มีมาช้านาน หรือกระทั่งรากฐานที่มาจากความเชื่อทางศาสนา นักอนุรักษ์นิยมบางคนยังได้พูดถึงดนตรีหมอลำว่า ดนตรีหมอลำอาจแปรียบเทียบได้กับสินค้าอย่างหนึ่ง ที่ขายความเป็นวัฒนธรรมและความดั้งเดิมของผู้คนในพื้นที่นั้น ทั้งนี้เพราะเนื้อเพลงหมอลำได้นิยมพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคม และยังมีลักษณะเฉพาะตัวที่แนวดนตรีชนิดอื่นยากจะเหมือน เช่น ความเด่นของเสียงร้องที่นำการคุมจังหวะของดนตรี และนักร้องนำส่วนใหญ่จะสามารถเล่นแคนที่เป็นเครื่องดนตรีชิ้นนึงของแนวเพลงหมอลำได้

ดนตรีของหมอลำส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นมาจากการร้องหยอกล้อกันระหว่างหนุ่มสาว เนื้อเพลงมีการเกี้ยวพาราสีหรือพ่อแง่แม่งอน ในส่วนของการแสดงจะเป็นการเล่นโดยนักดนตรีกลุ่มเล็ก ๆ ที่ทั้งร้องและเล่นเครื่องดนตรีแคนไปด้วย นักร้องที่มีชื่อเสียงจากแนวดนตรีหมอลำที่เป็นที่รู้จักคือ บานเย็น รากแก่น, จินตหรา พูนลาภ เป็นต้น

นอกจากนี้ในภาคอีสานยังเป็นที่รู้จักกันในนามของคันตุมซึ่งเป็นเพลงที่โด่งดังรองลงมาจากหมอลำ ซึ่งดนตรีแนวคันตุมนี้ มีที่มาจากประเทศเขมรและประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดนกับประเทศกัมพูชา ลักษณะแนวเพลงจะมีจังหวะที่สนุกสนาน เหมาะแก่การเต้นรำ ในขณะเดียวกันก็ยังคงความดั้งเดิมอยู่

ดนตรีหมอลำจึงเหมือนเป็นวัฒนธรรมของภาคอีสานอย่างหนึ่ง ที่เราสามารถศึกษา ถึงวิถีชุมชนในแบบดัังเดิม และควรที่จะอนุรักษ์สืบไว้ ให้คนรุ่นต่อไปได้สัมผัสความงดงามของเสียงเพลงและความสามารถของคนรุ่นเก่า ๆ ได้เป็นอย่างดี