ความเป็นมาของดนตรีแจ๊ส

หากเราอยากหาดนตรีหรือเพลงที่ทำให้เรามีความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับช่วงเวลาที่ต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริงและไม่ต้องคิดอะไรมาก ดนตรีแจ๊สน่าจะเป็นอีกแนวดนตรีที่ตอบโจทย์เหล่านักฟังเพลง
ดนตรีแจ๊สมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีรากฐานมาจากดนตรีแนวบลูส์ซึ่งถือกำเนิดในทางตอนใต้ของประเทศอเมริกา โดยกลุ่มคนแอฟริกันอเมริกัน ซึ่งเรารู้สึกได้ถึงการผ่านการเจ็บปวดทางประวัติศาสตร์ จากความรักและความอยุติธรรมที่สูญเสียไป และแสดงให้เห็นถึงชัยชนะแห่งการอยู่รอดของหัวใจที่แตกสลาย ในปัจจุบันเพลงบลูส์ก็ยังเป็นแนวเพลงที่เรายังได้ฟังกันอยู่ มันเป็นรูปแบบดนตรีใหม่ที่ผสมผสานองค์ประกอบของดนตรียุโรปและประเพณีของแอฟริกา และกลายเป็นรูปแบบศิลปะที่สำคัญที่ยังคงมีวิวัฒนาการในวันนี้ การบันทึกดนตรีแจ๊สเริ่มปรากฏในปี ค.ศ.1917 ดนตรีแจ๊สได้พัฒนาเป็นรูปแบบศิลปะและบรรจุอยู่ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยทั่วโลก ดนตรีแจ๊สมีความเป็นลูกผสมของดนตรีชนิดต่าง ๆ  ความสัมพันธ์ของดนตรีแจ๊สสามารถสังเกตได้จากสไตล์ต่าง ๆ การพัฒนาทางนวัตกรรมและมีจังหวะของความซับซ้อนที่แตกต่างกัน ในขณะที่ยืมผลงานสร้างสรรค์จากสไตล์อื่น ๆ เช่นบลูส์และดนตรีพื้นบ้านยุโรป แจ๊สก็ทำดนตรีให้เป็นของตัวเอง ความจริงที่ว่าแจ๊สยังคงมีการเปลี่ยนแปลงในวันนี้แสดงให้เห็นว่าในที่สุดมันก็เป็นอมตะและเป็นประเพณีแบบอเมริกันคลาสสิกที่ยังคงถ่ายทอดกันมาถึงปัจจุบัน

หลุยส์ อาร์มสตรองนับเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงสำหรับแนวดนตรีแจ๊ส และเป็นหนึ่งในศิลปินผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของดนตรี การโซโล่ทรัมเป็ตของเขานั้นไพเราะและมีความขี้เล่นและเต็มไปด้วยพลังงานในทางบวก เขาเกิดที่ นิวออร์ลีนส์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1901 และเริ่มเล่นคอร์เน็ตเมื่ออายุ 13 ปี อาร์มสตรองได้พัฒนาแจ๊สและคิดโซโล่ขึ้นมา จนมีความสมบูรณ์แบบดังเช่นที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ อาร์มสตรอง ได้รับความรักและการชื่นชมไปทั่วโลก เขาเสียชีวิตในมหานครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1971 หากกล่าวถึงในส่วนของเนื้อเพลงแจ๊สนั้นจะเป็นการพูดถึงการแสดงออกของอิสรภาพและมีปฏิภาณโวหารที่เป็นคุณสมบัติที่เราเห็นค่อนข้างมากในความงดงามของดนตรีแจ๊ส เมื่อเปรียบเทียบกับเพลงชนิดอื่น ความนิยมของเพลงแจ๊สเริ่มเพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของยุคสมัย และได้แพร่หลายไปยังเมืองต่าง ๆ ที่มีศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญทั่วประเทศ ในช่วงปีค.ศ.1940 ได้เริ่มมีการแสดงของวงดนตรีแจ๊สขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาฟังเพลง และช่วงเวลานี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อยุคสวิงซึ่งหมายถึงจังหวะที่แกว่งไปตามเสียงเพลง

ดนตรีแจ๊สเป็นรูปแบบศิลปะที่ได้รับการพัฒนามาตลอด และยังแผ่ขยายออกไปในหลายทิศทาง ในแต่ละทศวรรษที่เปลี่ยนไปก็มีความสดใหม่ การปรับเปลี่ยน และแตกต่างจากยุคเดิม ๆ แจ๊สทุกวันนี้มีความหลากหลายและกว้างขวางมากขึ้น ซึ่งมีหลายสิ่งที่แปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับสไตล์ของศิลปินในแต่ละคน