ทำไมต้องเพลงยุค 90? ทำไมคนถึงกล่าวว่ามันดีที่สุดในยุค

ทุกวันนี้หากทุกคนลองสังเกตดูดี ๆ เวลาไปเที่ยวร้านอาหาร หรือตามผับ จะได้ยินบทเพลงที่มาจากยุค 90 อยู่เสมอ ทั้งที่ซาวนด์เพลงก็ดูเชย เนื้อหาก็ดูเก่า ศิลปินก็อายุเยอะมากแล้ว แล้วเพราะเหตุใดเล่า บรรดาเพลงในยุคนั้นถึงได้ครองใจผู้คนแบบไม่เสื่อมคลาย หากใครรู้สึกแบบที่เกริ่นมาข้างต้นแล้วล่ะก็…ลองไปหาคำตอบกันได้เลย

ความทรงจำที่หลั่งไหล

ความทรงจำที่เราไม่ได้สนใจจนเกือบจะเลือนหายไป มักจะผุดออกมาโดยการกระตุ้นจากเพลงในยุค 90 ที่ฟังอยู่ ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าได้นั่งเครื่องย้อนเวลาไปในช่วงเวลานั้นอีกครั้งจริง ๆ อย่างเช่นว่าเพลง ไม่อาจเปลี่ยนใจ ของ เจมส์ เรืองศักดิ์ พอได้ฟัง หลายคนน่าจะนึกถึงเพื่อนสมัยมัธยมที่เคยเปิดหนังสือเพลงดีดกีต้าร์กันอยู่หลังห้องเรียนโดยมีเพื่อน ๆ มาล้อมวงร้องเพลงกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งคุณครูเข้ามา แล้ววงก็แตกกระเจิงกลับไปนั่งประจำโต๊ะเรียนของแต่ละคน เป็นต้น เรียกได้ว่าเพลงยุค 90 ที่โดน ๆ ใช้แทนฟังก์ชั่น วันนี้เมื่อ…ปีที่แล้ว ได้เลย

มีท่าเต้นสุดเจ๋งประจำเพลงนั้น ๆ

เมื่อไรที่จังหวะเพลงยุค 90 ที่คุ้นเคยอย่างเพลง เกรงใจ ของ แร๊ฟเตอร์ เข้าสู่โสตประสาทแล้วนั้น เหมือนกับว่าถูกมนตร์สะกดให้แขนขวายกขึ้นมา แล้วแกว่งไปมาตามท่าเต้นของเพลงนี้ไปเสียอย่างนั้น หรือไม่ก็เจอเสียงเบสท่อนอินโทรของเพลง ชาวนากับงูเห่า ของวง ฟลาย สองมือของทุกคนก็ตั้งชันสูงเหนือหัว พร้อมกับเงยหน้าเลื่อนศีรษะไปข้างหน้าและหลังอย่างพร้อมเพรียงเลยทีเดียว จะเห็นได้เลยว่า ท่าเต้นของแต่ละเพลงในยุค 90 นั้น ไม่ได้เก่าไปตามกาลเวลาเลย

ภาษาและประโยคเด็ดเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์

“ช่วยเก็บผ้าเช็ดหน้าของฉันหน่อยได้ไหม” “ท้อง…ฉันก็ไม่รับ” “มาแล้วยังดีกว่ามาช้า…มาช้ายังดีกว่าไม่มา” “ดูมั้ยดู…ดูไม่เสียตังค์” ประโยคที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ต่างเป็นคำฮิตติดอกติดใจเราหลาย ๆ คนที่ต้องพูดแหย่ หรือแซวเล่นกับก๊วนเพื่อนในช่วงเวลาอดีตที่ผ่านมา มาถึงปัจจุบันประโยคเหล่านี้ก็ยังคงฟังแล้วอมยิ้มอยู่เสมอ ถ้าเราพูดใส่กับคนที่คุ้นเคย หรือมีช่วงเวลาร่วมกันมา นับเป็นการรีไซเคิลนำคำที่หมดยุคไปแล้ว กลับมาใช้ใหม่ในยุคนี้ได้โดยที่ไม่เคอะเขิน

ต้องยอมรับว่าดนตรีบนโลกเรานี้เป็นระบบหมุนเวียน ณ ยุคหนึ่ง เพลงเพลงหนึ่งจะได้รับความนิยมมาก เวลาผ่านไปก็จะค่อย ๆ ลดลงจนหายไป แล้วพอเวลาผ่านไปอีก เพลงเพลงนั้นก็กลับมามีโลดแล่น ได้รับความนิยมอีกครั้ง เป็นเช่นนี้อยู่เรื่อยไป และตอนนี้มันกลับมาแล้ว เหล่าบรรดาเพลงยุค 90 ที่หลับใหลมานานนับสิบปี…มาย้อนเวลาไปด้วยกันเถอะ…

 

ทำไม เมื่อฟังเพลงนั้นทีไร ภาพความทรงจำก็ไหลกลับมา?

เพลงบางเพลง เมื่อฟังแล้วจะทำให้เราย้อนเวลาไปนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ โดยที่ก่อนหน้าที่จะได้ยินเพลงก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้มาก่อนแต่อย่างใด ราวกับว่าเพลง ๆ นั้นเป็นกุญแจเปิดกล่องความทรงจำที่เราอุตส่าห์ปิดล็อกเก็บไว้อย่างดี เพราะฉะนั้น เพลงกับความทรงจำของคนเราจึงมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างแน่นอน

เพลง และ การจดจำ

ขณะที่เราฟังเพลง เสียงเพลงจะกระตุ้นให้สมองทำงานได้ดีขึ้น การจดจำจึงดีขึ้น ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นระหว่างที่เราฟังเพลงนั้น เราก็จะสามารถจดจำภาพเหล่านั้น ความรู้สึก ณ ช่วงเวลานั้นได้อย่างชัดเจน ยิ่งถ้าเป็นเหตุการณ์ดี ๆ ที่ทำให้เรามีความสุขมาก ๆ สารเคมีในสมอง เช่น เอนดอร์ฟิน หลั่งออกมามาก ก็จะยิ่งเป็นการย้ำให้ความทรงจำนั้น ๆ ฝังลึกมากยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมเวลาใครซักคนเลิกกับแฟนแล้ว ยังคิดถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีร่วมกัน แม้เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นมานานแล้วก็ตาม ยิ่งเมื่อได้ฟังเพลงที่เคยฟังด้วยกัน น้ำตามันก็พาลจะไหลออกมาให้ได้สิน่า

การทดลองด้านจิตวิทยา

สิ่งที่น่าสนใจคือ ได้มีผู้ทำการทดลองเกี่ยวกับเรื่องเพลงและความทรงจำนี้ไว้ โดยในปี 1992 ที่ Pensylvania State University ได้มีการทดลองตั้งโจทย์คำถามให้นักศึกษา จำนวน 73 คน ซึ่งโจทย์ก็คือ “มีเพลงไหนรึเปล่าที่ทำให้เขาหวนนึกถึงอดีตของตัวเองในช่วงเวลาหนึ่งได้ชัดเจน?’ ผลการสำรวจพบว่ามีเพียง 3 คนเท่านั้น ที่นึกเพลงไม่ออกเลย ส่วนคนอื่น ๆ ล้วนมีเพลงในความทรงจำทั้งหมด โดยมีถึง 64% ที่จะหวนนึกถึงความรักความสัมพันธ์ในอดีตและปัจจุบัน ทั้งกับคนรักและเพื่อนสนิท ที่เหลือก็จะเป็นเหตุการณ์อื่น ๆ อย่างเช่น การท่องเที่ยว ความทรงจำวัยเด็ก ภาพยนตร์ หรือคอนเสิร์ต ซึ่งเหตุการณ์ที่มีการย้อนนึกถึง ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับอารมณ์ทั้งสิ้น

อันที่จริง มีนักวิจัยที่อธิบายว่าสมองส่วนที่ตอบสนองต่อเสียงเพลง วิวัฒนาการมาก่อนสมองส่วนที่เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ด้านภาษา หลายคนเชื่อว่าเสียงเพลงและดนตรีที่เกิดขึ้นมีเพื่อช่วยดึงข้อมูลบางอย่างออกจากความทรงจำ เช่นในวรรณกรรมสำคัญอย่างมหากาพย์โอดิสซี และอีเลียต ล้วนถูกถ่ายทอดผ่านบทกวีที่มีสัมผัสสระและอักษร ประกอบจังหวะและทำนอง เพื่อให้การถ่ายทอดแม่นยำ

เพลงช่วยฟื้นฟูความทรงจำ

เมื่อมีการค้นพบเพลงช่วยเก็บความทรงจำของเราไว้ได้ จึงมีผู้ที่นำคุณสมบัตินี้มาใช้ประโยชน์ในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมที่มีอาการหลงลืม ซึ่งการเปิดเพลงให้ผู้ป่วยฟังบ่อย ๆ จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองได้เป็นอย่างดี อย่างน้อย ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถจดจำเหตุการณ์ในอดีตได้ แต่เริ่มจดจำเนื้อร้องและทำนองเพลงได้ ก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะเสียงเพลงนั้นประกอบด้วยจังหวะ เนื้อร้องมีการสัมผัสอักษร และทำนองไพเราะ จึงกระตุ้นให้สมองส่วนที่เรียบเรียงความทรงจำ นั่นคือฮิปโปแคมปัสทำงานได้ดีขึ้น

ดังนั้นเสียงเพลง จึงช่วยฟื้นฟูความทรงจำได้เป็นอย่างดี เมื่อรู้อย่างนี้ อยากสมองดี นอกจากกินปลาแล้ว ก็คงต้องฟังเพลงบ่อย ๆ ด้วยแล้วล่ะ