ทำไมเพลงที่เราฟังตอนวัยรุ่น ถึงติดหูมาจนถึงปัจจุบัน

เพื่อน ๆ เคยเป็นกันไหมคะ ฟังเพลงเก่า ๆ ทำให้เรานึกถึงสมัยเป็นวัยรุ่น และเราก็ยังสามารถร้องเพลงนั้นอยู่ได้ เรียกได้ว่าเพลงนั้นที่เราฟังสมัยตอนยังเป็นวัยรุ่น ติดตราตรึงใจมาจนถึงปัจจุบัน และหลาย ๆ ครั้งเราก็เผลอแอบร้องเพลงนั้น ๆ ออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว

Continue reading “ทำไมเพลงที่เราฟังตอนวัยรุ่น ถึงติดหูมาจนถึงปัจจุบัน”

เกาะติด 3 กิจกรรมของเหล่าศิลปินตัวพ่อ(หรือแม่) มาดูว่าพวกเขาเหล่านี้ชอบทำอะไรบ้าง

นักดนตรีมักจะสนใจในการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความบันเทิง พวกเขาชอบที่จะเล่นเกมอย่างหลากหลายและไปในสถานที่ ๆ มีแหล่งผจญภัยหลากหลายแห่ง และพวกเขามักจะให้ตัวเองมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตาตื่นใจ เหล่าศิลปินรักที่จะมีกลุ่มแฟน ๆ เป็นจำนวนมาก แต่บางครั้งกลุ่มคนเหล่านี้ก็กลายเป็นคนที่สร้างความปวดหัวให้กับเหล่าศิลปินได้

Continue reading “เกาะติด 3 กิจกรรมของเหล่าศิลปินตัวพ่อ(หรือแม่) มาดูว่าพวกเขาเหล่านี้ชอบทำอะไรบ้าง”

เหตุผลที่มนุษย์ทุกชนชาติชอบเสียงดนตรีและเสียงเพลง

มนุษย์เรานั้น ถึงแม้ว่าจะมีอยู่หลากหลายชนชาติ เชื้อชาติ แตกต่างจากแต่ละถิ่นที่อยู่และมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ภาษาที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกัน นั่นก็คือความชื่นชอบในเสียงดนตรี ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภาษาการสื่อสารที่คนทั่วทั้งโลกต่างมีเหมือนๆ กัน

Continue reading “เหตุผลที่มนุษย์ทุกชนชาติชอบเสียงดนตรีและเสียงเพลง”

3 เหตุผลดีๆ ที่ควรฟังเพลงไปพร้อมๆ กับการทำงาน

หลายๆ คนอาจจะมีความรู้สึกว่าหากต้องใช้สมาธิในการนั่งทำงานหรือนั่งอ่านหนังสือ การหาที่เงียบๆ ไร้เสียงรบกวน ดูจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสมมากที่สุด แต่ล่าสุดได้มีการศึกษาออกมาแล้วว่าการฟังดนตรีในขณะที่ทำงานหรืออ่านหนังสือนั้น ช่วยให้มีสมาธิและสามารถทำให้งานสำเร็จลุล่วงได้จริง

.

.

และวันนี้เรามี 3 เหตุผลดีๆ ที่ควรฟังเพลงไปพร้อมๆ กับการทำงานมาใากเพื่อนๆ กัน เรามาดูกันดีกว่า ว่าการฟังเพลงขณะอ่านหนังสือนั้นดีอย่างไร

.

1. ช่วยให้คุณจดจ่อกับสิ่งที่เรียนรู้ได้ดีมากยิ่งขึ้น

ขณะอ่านหนังสือหรือทำงาน หากเลือกเพลงที่มีเนื้อหาเบาๆ สบายๆ หรือเพลงบรรเลง จะช่วยใก้คุณโฟกัสกับการทำงานหรือการอ่านหนังสือได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะจังหวะเพลงจะช่วยให้เราจดจ่อกับสิ่งตรงหน้าได้ดีกว่าเดิม

.

2. ฟังเพลงโมสาร์ท ช่วยพัฒนาสมอง

การฟังเพลงโมสาร์ท ช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมองได้จริง จากการศึกษาและวิจัยพบว่าคุณแม่ที่ฟังเพลงโมสาร์ท จะมีส่วนช่วยพัฒนาสมองของลูกน้อยในครรภ์ได้เป็นอย่างดี และอีกทั้งการฟังเพลงโมสาร์ท ยังช่วยผ่อนคลายและช่วยให้สมองรู้สึกโปร่งโล่งสบายอีกด้วย

.

3. ฟังเพลงช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์

การฟังเพลงช่วยเสริมสรา้งความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เราได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะจังหวะเพลงจะช่วยให้เรารู้สึกเพลิดเพลิน และรู้สึกสนุก คิดตามไปกับจังหวะเพลง อีกทั้งการที่เรารู้สึกสมองปลอดโปร่งและอารมณ์ดี ทำให้เราคิดสิ่งต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น

.

ทีนี้ลองหาเพลงที่ฟังสบายๆ หรือเพลงบรรเลงที่ไม่จำเป็นต้องมีเสียงร้องมาเปิดฟังขณะอ่านหนังสือหรือทำงานดูสิคะ รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้ จะทำให้คุณประหลาดใจ

 

เปิดกรุ The Beatles วงดนตรีในตำนาน… ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่คุ้นหู

หากพูดถึงวงดนตรีในตำนาน ที่เป็นที่นิยมและยังคงติดตรึงตาตรึงใจสำหรับคนในยุคก่อนๆ นั้น คงจะหนีไม่พ้นวง The Beatles วงดนตรียุค 60 ที่รุ่นปู่รุ่นย่าของเราต่างคลั่งใคล้กันเป็นอย่างมาก

.

.

วง The Beatles เป็นวงดนตรีเพลงร็อกจากประเทศอังกฤษ ซึ่งโด่งดังมากๆ ในยุค 1960 จากเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งที่มานั้นเริ่มต้นมาจากจอห์น เลนนอน  ชวนเพื่อนของเขาชื่อ พอล แม็คคาร์ตนีย์ ตั้งวง The Quarrymen และพอลก็ได้ชวน จอร์จ แฮร์ริสัน ต่อมาเป็น ริงโก สตาร์ ที่เข้ามาอยู่ในวง และเพื่อนของเลนนอน เสนอให้เปลี่ยนชื่อวงเป็น The Beatles เพื่อเป็นเกียรติแก่ บัดดี ฮอลลี

.

ในวงดนตรีนี้แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป

.

พอล แม็คคาร์ตนีย์

ได้รับการบันทึกลงในกินเนสบุคว่าเป็นนักดนตรีและนักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีป๊อป ครอบครัวของเขาสนับสนุนให้เขาเล่นดนตรีมาตั้งแต่ยังเล็ก พอลเป็นนักแต่งเพลง นักร้องนำ และมือกีตาร์ให้แก่วง

.

จอห์น เลนนอน

ถือเป็นบุคคลสำคัญและเป็นนักแต่งเพลงป็อปยอดนิยมหลายเพลงที่อยู่ในความทรงจำและมีอิทธิพลมากที่สุด เลนนอนยังกลายเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพคนสำคัญ บทเพลงของเขาบรรยายถึงทั้งความโกรธแค้นที่มีต่อสงคามเวียดนามและความหวังที่จะให้โลกมีความสงบสุขยิ่งขึ้น แต่ท้ายที่สุดเลนนอนถูกยิงเสียชีวิตโดยแฟนเพลงโรคจิตในวัยเพียง 40 ปีเท่านั้น

.

จอร์จ แฮร์ริสัน

มือกีตาร์ยอดเยี่ยมตลอดกาล เขาทำให้ฐานคนฟังของเดอะบีทเทิลส์กว้างขึ้นเช่นเดียวกับกลุ่มผู้ฟังตะวันตก หลังจากที่วงแตก เขาได้ประสบความสำเร็จจากการเป็นนักร้องเดี่ยวและยังเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์และเพลงอีกด้วย

.

ริงโก สตาร์

นักร้อง นักแต่งเพลง และเป็นมือกลองของวง ชีวิตของเขาอาจจะไม่ราบรื่นนักเนื่องจากอาการเจ็บป่วยตั้งแต่ยังเล็ก จนทำให้เรีนไม่ทันเพื่อน และรู้สึกอ่อนแอ เขาจึงหันมาเอาดีด้านดนตรีและประสบความสำเร็จอย่างที่เรารู้จักกันดี

.

แต่ละคนนี่ถือว่าน่าสนใจกันมากเลยทีเดียว เสียดายที่เด็กๆ รุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จักวงดนตรีสุดร็อกในตำนานนี้ แต่อย่างไรก็ตามวงดนตรีนี้จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

5 เหตุผลที่คนเราชอบฟังเพลง… ถึงแม้ว่าเราจะไม่เข้าใจในภาษานั้นก็ตาม

เชื่อว่าใครๆ หลายๆ คนต่างก็ชื่นชอบที่จะฟังเพลง ไม่ว่าเพลงนั้นจะเป็นเพลงไทย หรือเพลงต่างประเทศ และเพลงต่างประเทศหลายๆ เพลงนั้นก็มีดนตรีที่ดี จนเราชอบฟังทั้งๆ ที่เราไม่เข้าใจภาษานั้นเลยสักนิดเดียว

.

.

แต่ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคด้านภาษา เราก็ยังคงชื่นชอบที่จะฟังเพลงเหล่านั้นอยู่ดี คุณอาจจะเกิดความสงสัยขึ้นมาแล้วสินะคะ เรามาดูกันดีกว่า ว่าทำไมเพลงที่เราฟังไม่เข้าใจ แต่เรายังคงชอบฟังเพลงเหล่านั้นอยู่

.

1. สามารถเรียนรู้ภาษาใหม่ผ่านเพลงนั้นได้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนเรานั้นสามารถเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ผ่านการฟังเพลงได้ ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่ได้รับการพิสูจน์กันมาเรียบร้อยแล้วว่าการฟังเพลงภาษาต่างประเทศนั้น จะช่วยให้เราพัฒนาภาษาได้จริงๆ ทั้งในด้านของการออกเสียง สำเนียง การฟัง และการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ

.

2. คุณรู้สึกอินกับดนตรี

ถึงแม้ว่าเราจะไม่เข้าใจในเนื้อหาของเพลงเลยแม้แต่นิด แต่ดนตรีก็ยังคงทำให้คุณรู้สึกอินได้ ด้วยท่วงทำนองที่ทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลิน ไม่รู้เบื่อ

.

3. คุณสามารถเต้นไปกับเพลงได้

แน่นอนว่าการเต้นคือภาษาสากลที่ทุกคนทุกชนชาติต่างแสดงออกเหมือนกันทั่วทั้งโลก ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันไปบ้างตามวัฒนธรรม แต่การที่เราฟังเพลงที่มีจังหวะดีๆ จะช่วยทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินและเต้นไปกับเสียงเพลงได้

.

4. เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านบทเพลง

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เข้าใจในเนื้อหาของบทเพลงเลยแม้แต่น้อยนิด แต่การที่คุณฟังเพลง จะทำให้คุณซึมซับและรับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาผ่านแนวทางของดนตรี และมิวสิควีดีโอ ซึ่งการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ นี้ ทำให้คุณได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น

.

5. คุณสามารถแปลเนื้อหาเพลงได้หลังจากนั้น

หากคุณมีความชื่นชอบในการฟังเพลงใดเพลงหนึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่าคุณจะไม่เข้าใจในภาษานั้นๆ เลยก็ตามที แต่คุณก็จะหาทางที่จะได้หาเนื้อเพลงและแปลมันออกมาเป็นภาษาของคุณ และนั่นคือหนึ่งในวิธีในการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ และวัฒนธรรมใหม่ๆ อย่างไม่รู้จบ

เสียงเพลงแว่วมา ความเครียดเลยหายไป

 

สังคมใหญ่ ไร้เสียงเพลง

ตึกสูงเฉียดฟ้า มองไกลสุดสายตากลับทำให้รู้สึกตัวเล็กลงเรื่อย ๆ ยิ่งเมืองใหญ่ คนเยอะ ปัญหาที่ได้พบเจอในแต่ละวันก็หลากหลายไม่เคยซ้ำ ทำให้ปัจจุบันสถิติคนเป็นโรคเครียดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในเรื่องของหน้าที่การงานที่มีผลต่อความคิดตลอดจนรูปแบบการดำเนินชีวิตประจำวัน พอเริ่มกดดัน ยิ่งต้องดิ้นรนหาทางออก ทุกวันนี้แค่เดินสวนกัน ทำไมจึงสัมผัสไม่ได้ถึง “รอยยิ้ม” ที่เคยมี เพราะทุกคนต่างเร่งรีบในความรับผิดชอบต่อหน้าที่  จนบางครั้งทำให้หลงลืมคนรอบข้าง เพราะคนส่วนใหญ่มีความเชื่อที่ว่า “หน้าที่ต้องมาก่อน” ความกดดันจากนอกบ้านกลับส่งผลถึงคนในบ้าน ซึ่งคงไม่ใช่ผลดีในระยะยาวแน่นอน ความเครียดที่ทุกคนเผชิญอยู่ส่วนหนึ่งมาจากภาระหน้าที่ แต่อีกส่วนกลับมาจากสิ่งที่คิดที่สร้างมันขึ้นมา โดยไม่เคยรู้เลยว่ามันทำร้ายจิตใจตัวเอง พอใจเริ่มอ่อนแอ ก็ทำให้รู้สึกป่วยไปโดยปริยาย ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นจากความคิดและมุมมอง หากเราลองเปลี่ยนความเชื่อใหม่เป็น “ความสุขต้องมาก่อน” หากสิ่งใดทำแล้วทุกข์ หรือฝืนความเป็นตัวเองมากไป เราควรเลี่ยงที่จะทำสิ่งนั้น แต่ถ้าหากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ลองพยายามทำหรือสู้กับมันดู จริง ๆ แล้วมันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิด ส่วนวิธีแก้เครียดที่สามารถนำไปลองปฏิบัติกัน คือลองทิ้งตัวเองให้อยู่ในบทเพลง หรือเสียงดนตรี ถึงแม้อาจจะช่วยได้ไม่ทั้งหมดแค่ภายในสามนาที แต่มันจะช่วยให้เรามองหาทางออกของปัญหาได้ดีขึ้น เพราะพอสมองว่าง สติจะเกิด ทำให้สามารถมองเห็นที่มาที่ไปหรือสาเหตุของปัญหา รับรู้ และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ความเครียดที่มี ก็จะค่อย ๆ บรรเทาลง

เพลงแนวไหนแก้โรคทางใจได้ดี

สำหรับบทเพลงหรือแนวดนตรี ที่ช่วยบรรเทาความเครียดได้นั้น ต้องขึ้นอยู่กับความชอบหรือรสนิยมของแต่ละคน อาจจะลองมองหาเพลงช้าความหมายดี ให้กำลังใจกับคนที่กำลังหมดหวังได้ลุกขึ้นมาพยายามต่อสู้อีกครั้ง เพลงที่เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก หรือลองเลือกเป็นเพลงเร็วสนุก ๆ ที่เราสามารถปลดปล่อยตัวเองไปตามบทเพลงนั้น แต่เพลงที่ควรเลี่ยงคือเพลงที่มีเนื้อหาตอกย้ำความเศร้าเข้าไปอีก หากวันนี้รู้สึกว่าทุกอย่างที่แบกอยู่มันหนักมาก หนักจนไม่รู้ว่าจะหล่นลงมาทับเมื่อไร ลองหยิบเพลงโปรดสักเพลงขึ้นมาฟัง บางทีปัญหาที่คิดว่าใหญ่มาก อาจจะเจอทางออกแค่ไม่กี่วินาทีก็ได้

เลือกเพลงที่ชอบ เลือกนักร้องที่ใช่ ใช้นำทางชีวิตได้

เลือกเพลงเพราะชอบฟัง

เคยไหม บางช่วงชีวิตของเรากลับมีเรื่องราวที่ตรงกับเพลงเพลงหนึ่งแบบไม่น่าเชื่อ เพลงที่มีเวลาในการบอกเล่าเพียงแค่สามนาที  แต่ดันครอบคลุมทุกความรู้สึก พอได้ฟังก็รู้สึกว่ามีใครอีกคนที่กำลังคิดแบบเดียวกับเรา อาจจะเป็นเพลงเก่าที่ไม่ได้ฟังมานาน พอกลับมาฟังก็ชอบแบบไม่รู้ตัว ทำได้แค่ฟังวน ๆ อยู่อย่างนั้น ด้วยความที่บางคำพูดบางความรู้สึกเราพูดหรือแสดงออกไปไม่ได้ เพลงจึงเป็นตัวแทนที่อธิบายสิ่งเหล่านั้นได้ดีกว่า การที่เพลงมีเนื้อหาดีและตรงกับใจของเราก็ถือว่าเป็นสิ่งเยี่ยมมาก ๆ แล้ว การมีทำนองที่สื่อได้ถึงอารมณ์ ณ ตอนนั้น คงทำให้ตกอยู่ในภวังค์ได้ไม่น้อย ส่วนเพลงบางเพลงพอได้ฟังกลับรู้สึกดีแบบบอกไม่ถูก สบายใจ หรือเพลงให้กำลังใจเพียงแค่ไม่กี่นาที กลับทำให้คนที่กำลังหมดหวัง ท้อแท้ หาทางออกจากสิ่งที่กำลังเผชิญไม่ไหว ลุกขึ้นมาสู้ พยายามหาทางออก แล้วในที่สุดเขาก็ทำได้ เพราะจริง ๆ แล้ว การฟังเพลงให้อะไรมากกว่าความสุขแค่ชั่วขณะ แนวเพลงที่เราฟังมีส่วนช่วยบ่มเพาะให้เราตอบโต้กับสิ่งที่เรากำลังพบเจอ การแสดงออก รวมถึงวิธีหาทางออกจากปัญหาที่เผชิญ จึงทำให้เพลงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของทุกคน

เลือกนักร้องเพราะชอบมอง

คงเป็นเรื่องที่พบเจอกันได้บ่อย หลายคนฟังเพลงเพราะชอบนักร้อง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะบอกว่าไม่ดีหรือบอกว่าสิ่งนั้นผิด เพราะนักร้องก็กลายไปเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนเหมือนกัน การที่มีแบบอย่างในการดำเนินชีวิตเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่การบังคับให้ชอบแต่เป็นเพราะชอบแล้วจึงทำ ซึ่งต่างกับการทำแต่เต็มไปด้วยความอึดอัด คนที่มีแรงบันดาลใจสามารถตอบคำถามเรื่องความฝันหรือสิ่งที่เขาอยากเป็นได้ดี เพราะมีจุดมุ่งหมายและแนวทางที่ชัดเจน   แต่คนส่วนใหญ่ที่มองมากลับไม่ได้มองในมุมนี้ อาจจะคิดว่าฟังเพลงแค่เพราะนักร้องหน้าตาดีเลยมีฐานแฟนคลับแน่น การชอบนักร้องต้องตามไปในทุกคอนเสิร์ต เสียเวลาเรียนหรืออะไรทำนองนี้ แต่จริง ๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะชอบจึงต้องรู้จักที่จะแบ่งเวลา รู้จักรับผิดชอบในงานของตัวเองก่อน  เมื่อว่างแล้วการหาความสุขใส่ตัวจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพียงแค่ต้องรู้ว่าอันไหนคือเยอะเกินไป จะทำอย่างไรให้เกิดความพอดีได้ เท่านั้นเอง

เพราะชาวไทยดำเนินชีวิตบนเสียงเพลง

ร้อง – เล่น แบบไทย

“รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก” เพลงที่คนยุคไหนก็ร้องได้ คงเป็นเรื่องแปลกสำหรับประเทศอื่น แต่สำหรับประเทศไทยแล้วทุกการละเล่นและการดำเนินชีวิต “เสียงเพลง” ถือเป็นตัวเล่าเรื่องที่วิเศษที่สุด คงเป็นเพราะลักษณะนิสัยร่าเริง อารมณ์ดี เจ้าบทเจ้ากลอน มาตั้งแต่อดีต จึงมีบทเพลงที่ถ่ายทอดกันมาถึงปัจจุบัน บางเพลงมีอายุเป็นร้อย ๆ ปี เรียกว่าอยู่มาหลายแผ่นดินเลยทีเดียว ถึงแม้จะมีเนื้อที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ก็ยังคงเป็นที่นิยม ว่ากันด้วยเรื่องการละเล่นแบบไทยที่ต้องมีบทเพลงหรือจังหวะประกอบอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น มอญซ่อนผ้า งูกินหาง และโพงพาง  โดยแต่ละการละเล่นก็มีเอกลักษณ์ หรือวิธีการเล่นที่แตกต่างกันออกไป ในยุคที่ยังไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ความบันเทิงที่จึงสามารถหารับชมได้คงได้มาจากการแสดงประจำภาค เช่น ลิเก เป็นการแสดงของภาคกลาง โดยได้รับอิทธิพลมาจากมาลายู เป็นการแสดงสดโดยการขับบทกลอนในการเล่าเรื่อง ปัจจุบันยังคงมีให้เห็นอยู่และสามารถหารับชมได้ตามงานวัด อย่างภาคอีสานก็มีการแสดงหมอลำ เป็นการร้องเพลงหรือต่อกลอนกันในภาษาอีสานเอง ส่วนภาคเหนือก็จะมีการแสดงตีกลองสะบัดชัยที่ถือเป็นการแสดงที่โดดเด่นมาก ส่วนภาคใต้คงไม่มีใครไม่รู้จักการแสดงโนรา เป็นการแสดงที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ของไทย เป็นการแสดงท่าร่ายรำที่แตกต่างออกไปจากภาคอื่น ๆ มีการดัดตัว และขับร้องเพลงกลอนแบบภาษาใต้ เป็นต้น ส่วนเพลงหรือการแสดงที่แสดงออกถึงการดำเนินชีวิตชาวไทย คงหนีไม่พ้นเพลง “รำวงเกี่ยวข้าว” เพราะหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการลงแขกเกี่ยวข้าว สิ่งที่จะสร้างความสนุกและบันเทิงแก่กันได้ คือการรำวง ซึ่งก็มีบทเพลงประกอบการรำ เพื่อเพิ่มสีสันให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า

ส่งต่อเพลงเก่าให้เยาวชนรุ่นใหม่

อาจจะด้วยความที่ปัจจุบันโลกก้าวมาสู่ยุคโลกาภิวัตน์ ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะเป็นเรื่องง่าย ทั้งความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น ความรวดเร็วในการสื่อสาร อาจมีบางบทเพลงที่ควรค่า แต่ได้ถูกเวลากลืนกิน จนเดินทางมาไม่ถึงทุกวันนี้ เด็กรุ่นหลังจึงไม่เคยได้ยินทำนอง หรือจังหวะเหล่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะสิ่งที่เรามีในทุกวันนี้ก็มีค่ามากพอถ้าเทียบกับเวลาที่ผ่านพ้นไป ทุกบทเพลงมีเรื่องราวบอกเล่าถึงความเป็นไป มีเสน่ห์ในตัว ทุกวันนี้ยังมีมหาวิทยาลัยนาฏศิลป์ หรือการสอนนอกโรงเรียน ซึ่งได้รับความนิยมจากเด็กรุ่นหลังอยู่ไม่น้อย เราอาจโดนปลูกฝังจากครอบครัวในเรื่องของการ “อนุรักษ์” อยู่บ่อยครั้ง เช่น การพาไปชม ร้อง หรือคำบอกเล่า เราซึมซับสิ่งเหล่านี้ไปโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ศิลปะเหล่านี้ยังคงอยู่ในลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไปแล้ว

บอกเล่าเรื่องราวทุกยุคทุกสมัยผ่านเพลงลูกทุ่ง

เพลงลูกทุ่งสะท้อนความเป็นไทย

เพลงลูกทุ่งอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน บทเพลงลูกทุ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในแต่ละยุคสมัย และยังมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับโลกได้อย่างกลมกลืน แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นลูกทุ่งไว้อย่างเต็มเปี่ยม

ยุคหนุ่มสาวบ้านนา

เพลงลูกทุ่งในยุคแรก ๆ ตัวละครในเพลงส่วนใหญ่จะเป็นชาวชนบท หนุ่มสาวบ้านนา มีฐานะยากจน เช่น เพลงกลิ่นโคลนสาบควาย ของชาญ เย็นแข ที่ร้องขึ้นต้นว่า “อย่าดูหมิ่นชาวนาเหมือนดั่งตาสี เอาผืนนาเป็นที่พำนักพักพิงร่างกาย ชีวิตเอยไม่เคยสบาย ฝ่าเปลวแดดแผดร้อนแทบตาย ไล่ควายไถนาป่าดอน” เพลงนี้ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนมีเรื่องเล่าว่า รัฐบาลยุคนั้นห้ามไม่ให้มีการเผยแพร่เพลงนี้ตามวิทยุกระจายเสียง โดยมีข้อสันนิษฐานว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ใช้เป็นเพลงนำในรายการวิทยุกระจายเสียงของฝ่ายคอมมิวนิสต์มานาน ด้วยเป็นเพลงที่มีเนื้อหากินใจ ยกย่องชาวนา และแอบตำหนิผู้ที่มีฐานะทางสังคมดีกว่า ซึ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางสังคม จึงเข้าทางฝ่ายคอมมิวนิสต์ ที่ชูสโลแกนการสร้างสังคมอุดมคติ ที่ทุกคนต้องมีความเท่าเทียมกันพอดิบพอดี แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะแผ่นเสียงเพลงนี้กลับขายดิบขายดี ทุบสถิติขายหมดเกลี้ยง 6,000 แผ่น ในเวลาเพียง 15 วัน

ยุคหนุ่มสาวโรงงาน

ในยุคต่อมา หนุ่มสาวจากชนบทเริ่มเข้ามาทำงานในเมืองกรุงมากขึ้น เราจะเห็นเพลงที่มีเนื้อหาของการเข้ามาทำงานใช้แรงงาน บ้างก็เป็นหนุ่มสาวโรงงาน และการดิ้นรนปากกัดตีนถีบ เช่น เพลงฉันทนาที่รัก ของรักชาติ ศิริชัย ที่มีเนื้อเพลงว่า “ปิดไฟใส่กลอน จะเข้ามุ้งนอน คิดถึงใบหน้า นั่งเขียนจดหมาย แล้วรีบทิ้งไปโรงงานทอผ้า ถึงคนชื่อฉันทนา ที่เคยสบตากันเป็นประจำ” เพลงนี้ดังติดหูจนคำว่า “ฉันทนา” กลายเป็นคำเรียกสาวโรงงานท้อผ้ากันไปเลย

ไม่เคยตกเทรนด์

นอกจากได้เห็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนตามยุคสมัยแล้ว เพลงลูกทุ่งยังทำให้เราเห็นถึงการเข้ามาแทนที่และหายไป โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร จากเดิมที่สื่อสารกันทางจดหมาย เช่น เพลงจดหมายจากแนวหน้า ของยอดรัก สลักใจ หรือจดหมายผิดซอง ของมนต์สิทธิ์ คำสร้อย ก็เปลี่ยนมาสื่อสารผ่านโทรศัพท์ เช่น เพลงโชว์เบอร์ไม่โชว์ใจ ของดวงจันทร์ สุวรรณี หรือเพลงสุดฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง ขอใจแลกเบอร์โทร ของหญิงลี ศรีจุมพล ทุกวันนี้ลูกทุ่งยังก้าวไกลไปทั้งในเฟซบุ๊กและไลน์ เช่น เพลงกดไลค์ให้แนเด้อ ของต่าย อรทัย และเพลงเขาขอไลน์ อ้ายขอลา ของมนต์แคน แก่นคูณ เป็นต้น เพลงลูกทุ่งจึงไม่เคยตกเทรนด์และเป็นอีกหนึ่งบันทึกสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์จริง ๆ