NieR: Automata เพลงประกอบเกมจากโลกอนาคต ภาษาจากจินตนาการ

NieR: Automata เป็นอีกเกมที่ได้รับความนิยม เป็นภาคต่อจาก NIER Gestalt ที่วางจำหน่ายในปี 2010 โดยภายใต้การผลิตของ Platinum Games ผลงานการกำกับของ Yoko Taro ตอนที่ NieR: Automata วางจำหน่าย กิมมิคที่ผู้เล่นสะดุดตาที่สุดจะเป็นกางเกงในสีขาวของตัวละคร กลายเป็นเรื่องแซวกันให้ว่อนโซเชียลกันเลยทีเดียว เนื้อหาของตัวเกมจะพูดถึงโลกแห่งอนาคตที่ล่มสลาย ผู้คนย้ายไปอยู่ดวงจันทร์และมีตัวละครที่ได้รับภารกิจให้ปฏิบัติการล่มเครื่องจักรเอเลี่ยนที่ครอบครองโลกอยู่ เนื้อหาของเกมจะพูดถึงจิตใจของมนุษย์ เนื้อเรื่องจะอยู่ในโทน เศร้า เหงา และดราม่าอยู่มาก

นอกจากกางเกงในสีขาวที่โดนพูดถึงมากแล้ว อีกอย่างที่ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมากก็คือ เพลงประกอบเพลง เนื้อเพลงเป็นภาษาสมมุติว่าจะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ ซึ่งคนในยุคปัจจุบันฟังไม่เข้าใจ ได้ยังสัมผัสได้กับความรู้สึกที่ส่งผ่านมาจากเพลง โดยเพลงประกอบเกม NieR: Automata ได้รับการสร้างสรรค์จาก Keiichi Okabe และ Keigo Hoashi เป็นผู้ออกแบบและทำการเรียบเรียงดนตรีประกอบเกม หลายสำนักข่าวยกย่องว่าเป็นส่วนประกอบที่ดีที่สุดในเกม มีเพลงที่ถูกบรรจุในเกมกว่า 40 เพลง แต่ละเพลงได้รับการพูดถึงว่าเข้ากับเนื้อหาในเกมได้เป็นอย่างดี หลายคนได้ยินครั้งแรกต่างก็สงสัยว่าเป็นภาษาอะไรจนผู้ผลิตได้ออกมาบอกว่ามันเป็นภาษาสมมุติ หลังจากอณาจักรของโลกปัจจุบันล่มสลาย การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เกิดขึ้น ภาษาก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จึงได้จินตนาการถึงภาษาที่จะเกิดขึ้นคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพลงที่โดดเด่นที่สุดในเกม ก็คือเพลง THE WEIGHT OF THE WORLD  ซึ่งถูกแปลออกมาหลายภาษา มีทั้งภาษาญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, อังกฤษ

สำหรับคอเกมที่ประทับใจผลงานเพลงในเกม NieR: Automata เป็นโอกาสดีที่จะได้ดูการบรรเลงเพลงกันแบบสด ๆ ผ่านวงดนตรีในรูปแบบออสเครต้าเต็มวง จากการบรรเลงของวง Thailand Philharmonic Orchestra ได้ Emi Evans รวมด้วยวาทยกรที่ได้รับรางวัลแกรมมี่มาแล้ว อย่าง Arnie Roth โดยการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้จะจัดในอเมริกา ยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นการจัดเสิร์ตแบบ World Tour ที่ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในแถบนี้ที่จะได้เสพแสง สี เสียง และบรรยากาศของการเล่นเพลงสุดประทับใจกันแบบสด ๆ เรียกว่าคอเกม NieR: Automata พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ใครที่เคยไปดู คอนเสิร์ต Distant Worlds: Music from FINAL FANTASY  แล้วประทับใจ ก็ไม่ควรพลาดงานนี้ เพราะเป็นผู้จัดงานทีมงานเดียวกัน คอนเสิร์ตจะจัดขึ้นที่ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันที่ 15 -16 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 16.00 น. รายละเอียดราคาและการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต สามารถติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/FiveFourRecord

5 บทเพลงที่ถูกเลิกไปประกอบในเกมที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงต้องบอกว่า เพลงประกอบเกม เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกมมีความสนุกสนาน และมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเล่นเกม sound & effect ประกอบเกมจะทำให้เกมมีสีสันมากขึ้น จึงไม่แปลกที่เกมแนว action หรือแม้แต่รูปแบบต่าง ๆ จะต้องมีดนตรีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเพิ่มอรรถรสให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างมาก วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำ 5 เพลงประกอบเกมที่น่าสนใจ และช่วยสร้างความฮึกเหิมเวลาเล่นได้ดี

1. Bloodborne – Cleric Beast

                เกมแนวการต่อสู้ ที่เน้นทางด้านการโจมตีที่รุนแรง ยิ่งใหญ่ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการบรรเลงของดนตรีประกอบ ตลอดการเล่นเกม จะช่วยบิ้วท์อารมณ์ของเกมเมอร์ให้ฮึกเหิม ไม่ถอย พร้อมจะบุกรุกเข้าไปสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุเดือด นับว่าเป็นเพลงประกอบเกมที่จะช่วยผลักดันเหล่าเกมเมอร์ให้สนุกสนาน และสร้างความประทับใจที่ไม่ลืมเลือนไปจากความทรงใจได้เป็นอย่างดี

2. God of War – Overture

                ดนตรีที่มีการประกอบการเล่นเกม ที่สร้างความตรึงตราใจ และความแอคทีฟให้ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงประกอบเกมจาก Bear McCreary ซึ่งการบรรเลงของดนตรีช่วยให้เกมมีความท้าท้าย ความหลงใหล และน่าเล่นมากยิ่งขึ้นไป สำหรับเกมนักรบเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ที่พร้อมจะปลุกระดมความฮึกเหิมในจิตใจให้คุณพร้อมที่จะสู้และฝ่าฟันกับทุกอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่ นอกจากเกมนี้จะใช้สำหรับการเล่นเกมแล้ว หากคุณได้เปิดฟังในขณะที่กำลังวางเดิมพันบนเว็บ VWIN ก็จะทำให้เพิ่มอรรถรสได้เช่นกัน

3. Dovahkiin – The Elder Scrolls V: Skyrim

                เพลงนี้นับว่าเป็นเพลงในตำนานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมส์ และน่าจะต้องเคยฟังกันไม่มากก็น้อย เพราะด้วยความที่เพลงนี้ปลุกความฮึกเหิมให้กับการเล่นเกมให้ผู้เล่นมีความรู้สึกที่พร้อมจะลุยและฟันฝ่าอุปสรรคและขวากหนามที่ขวางอยู่ข้างหน้า นับว่าเป็นเพลงที่ตราตรึงใจอยู่ในดวงใจของผู้เล่นเกมจำนวนมาก

4. Main Menu Theme – Dark Souls 3               

                เป็นเพลงประกอบเกมที่สุดยอด และยิ่งใหญ่มากในหลาย ๆ ด้าน ที่บรรเลงออกมาได้น่าประทับใจ น่าติดตาม ซึ่งเป็นบทปิดฉากเกมที่น่าสนใจ และปลุกความกระปรี้กระเปร่า ความกระฉับกระเฉงในตัวผู้เล่นได้ดีมาก

5. The Witcher3: Wild Hunt – Sword of Destiny

                หากคุณเป็นหนึ่งในเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแนวดาร์ก ๆ หน่อย คงจะไม่พลาดเกมนี้ ซึ่งเป็นเกมคุณภาพ ที่ได้รับเป็น Game of the Year 2015 เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีเพลงประกอบเกมที่ช่วยปลุกอารมณ์ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี การผจญภัยที่สุดแสนจะท้าทาย เพื่อทดสอบพลังจิตในตัวคุณให้มีความกล้าลุย กล้าที่จะสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุดัน

                อาจกล่าวได้ว่า เหล่าเกมเมอร์ทุกคนที่เล่นเกมนั้นคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เพลง หรือ ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการเล่นเกมนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยบิ้วท์อารมณ์และความฮึกเหิมในใจของผู้เล่นได้ดีมาก หากขาดสิ่งนี้ไป คงจะทำให้สูญเสียอรรถรสในการเล่นเกมลงไปเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

Hollywood in Vienna เทศกาลดนตรีสุดอลังการ จากภาพยนตร์ฮอลลีวูด

ส่วนประกอบหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในภาพยนตร์คือเพลงประกอบ เพราะเพลงประกอบมีหน้าที่ช่วยเสริมให้คนดูเข้าถึงความรู้สึกของแต่ละฉากได้มากขึ้น หากนึกไม่ออกอาจจะลองย้อนมองที่ตัวเองหรือคนใกล้ตัว ในบางครั้งที่ดูหนังหรือซีรี่ส์ที่มีเนื้อหาหนักหน่วง เช่น ในฉากที่มีตัวละครเอกตาย ตอนดูนักแสดงเล่นเฉย ๆ ก็ยังกลั้นน้ำตาไว้ได้แท้ ๆ แต่พอเพลงประกอบขึ้นเท่านั้นน้ำตาที่กลั้นไว้กลับพรั่งพรูลงมาทันที อาการเหล่านี้เองคือสิ่งที่พิสูจน์ว่าเพลงประกอบมีอิทธิพลต่อคนดูมากแค่ไหน ดังนั้นในวงการภาพยนตร์เองจึงมีรางวัล และเทศกาลดนตรีของภาพยนตร์ต่าง ๆ เพื่อให้เกียรตินักแต่งเพลง

The Max Steiner Award รางวัลแห่งเกียรติยศของนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์

บางคนอาจจะเคยเห็นวิดิโอที่มีวงออร์เคสตราเล่นเพลงของภาพยนตร์ดัง ๆ อยู่ในโรงละครใหญ่ ๆ และมีบรรดาแขกเหรื่อแต่งตัวหรูหรานั่งชมอยู่ด้านล่าง ดูราวกับว่าเป็นฉากสำคัญฉากหนึ่งของหนังสักเรื่อง ไม่แน่ว่าการแสดงดนตรีในวิดิโอนั้น อาจจะบันทึกมาจากงาน “Hollywood in Vienna” ก็เป็นได้ เพราะงานนี้เป็นเทศกาลดนตรีประกอบภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย เทศกาล Hollywood in Vienna นี้ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2007 ถือเป็นงานหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติมาก ๆ สำหรับวงการนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์

ไฮไลท์แรกของงานที่จะกล่าวถึงคือการมอบรางวัล “Max Steiner Film Music Achievement Award” หรือที่หมายความว่า “รางวัล Max Steiner แด่เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ” ชื่อของรางวัลมาจากชื่อของนักแต่งเพลงชาวเวียนนา ที่มีนามว่า Max Steiner เขาเป็นผู้คิดค้นเทคนิคสำคัญในการทำเพลง สำหรับประกอบภาพยนตร์ในปี 1920 อีกทั้งยังเป็นคนแรกที่ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ แบบที่เล่นโดยวงออร์เคสตรา อันเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งนักแต่งเพลงเพื่อประกอบภาพยนตร์” ของฮอลลีวูด เมืองเวียนนาเลยได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งดนตรี จะเห็นได้ว่าการเลือกสถานที่จัดงานเป็นเมืองเวียนนาก็เพื่อเป็นการยกย่อง Max Steiner เช่นกัน รางวัลนี้จึงเป็นสิ่งยืนยันความสามารถของนักแต่งเพลงรุ่นใหม่เรื่อยมา

การแสดงดนตรีที่ดีที่สุดโดย Vienna Radio Symphony Orchestra

ไฮไลท์ที่สองของงานเป็นช่วงสำคัญที่ผู้ชมตั้งตารอ เพราะจะมีการนำเพลงประกอบของภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง มาแสดงสดโดย Vienna Radio Symphony Orchestra หรือวงออร์เคสตราของเวียนนา ซึ่งสามารถการันตีฝีมือของนักดนตรีได้เลยว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ตัวอย่างเพลงที่เคยมีการแสดงไปแล้วในปีก่อนหน้านี้ เช่น เพลง In Dreams ของเรื่อง The Lord of the Rings หรือ The Curse of the Black Pearl Suite ของเรื่อง Pirates of the Caribbean และเพลงประกอบภาพยนตร์ดังอื่น ๆ อีกมากมาย หากใครอยากลองฟังการแสดงดนตรีที่ผ่านมาแล้วแบบนี้ ทางเว็บไซต์ของงานก็มีลงให้ฟังกันแบบฟรี ๆ ในบางชุดการแสดง ส่วนใครที่อยากลองฟังสดที่งานก็สามารถทำได้ เพราะงานนี้เปิดให้คนทั่วไปจองตั๋วเข้าไปดูได้ เพียงแต่ราคาของตั๋วจะแพงสักเล็กน้อย โดยราคาถูกที่สุดเริ่มที่ 2000 กว่าบาท และราคาแพงที่สุดอยู่ที่เกือบๆ 7000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับใครที่เป็นทั้งคอหนังและคอดนตรีงาน Hollywood in Vienna นี้น่าจะเป็นงานที่ควรค่าแก่การเก็บเงินไปรับชม รับฟังให้ได้สักครั้งในชีวิต แม้ว่าราคาค่าเข้าของงานอาจดูแพง แต่ก็คงคุ้มที่จะเสียเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้รับ เพราะความจริงแล้วสุนทรียะจากดนตรีเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เลย