มนตราแห่งเสียงเพลงอันน่าอัศจรรย์ใจใน Harry Potter

สิ่งที่เราอาจไม่เคยคิดกันมาก่อนคือโจทย์ที่ท้าทายของเหล่าทีมงานด้านเสียงของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Harry Potter ที่ต้องแบกความคาดหวังเอาไว้อย่างหนัก เพราะนี่ไม่ใช่หนัง หากแต่เป็นตำนานที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จบ และจะเวียนกลับมาเล่นใหม่เสมอตามการเปลี่ยนแปลงของวันเวลาและเด็กที่กำลังเติบโต ดังนั้นแล้ว เสียงหลาย ๆ อย่างในโลกแห่งเวทมนตร์ไม่ได้มีจริงในชีวิตของเรา สิ่งสำคัญคือต้องอาศัยจิตนาการอย่างสูงที่จะสร้างเสียงของเวทมนตร์ เสียงไม้กายสิทธิ์ หรือเจ้าต้นแมนเดรกขึ้นมาให้ได้ เช่นกันกับบทเพลงบรรเลงประกอบด้วย

เสียงที่ดังก้องในไม้กายสิทธิ์

ความมหัศจรรย์ของเวทมนตร์และคาถา คือสิ่งที่หลับใหลอยู่ในใจของเรามาช้านาน จนกระทั่ง Harry potter เข้ามา เสียงเหล่านั้นก็เริ่มชัดเจนขึ้นไปในทางเดียวกัน เราสามารถนึกเสียงคร่าว ๆ ในหัวได้คล้าย ๆ กันจากคาถาเดียวกัน และถ้าฟังดูเผิน ๆ ใครจะรู้ได้ว่าองค์ประกอบของเสียงเหล่านั้นคืออะไรกันบ้าง

เช่นเดียวกับเพลงภายในเรื่อง ที่ขับเร้าอารมณ์ออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ และเป็นที่น่าประทับใจที่เพลงแต่ละเพลงมีแนวทางอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเพลงตีมของสถาบันเวทมนตร์ต่าง ๆ ทั้งโบซ์บาตงและเดริมสแตรงค์ที่ออกแบบมาอย่างดีเพื่อใช้เป็นการโชว์เปิดตัวในภาค แฮรี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี ทั้งความอ่อนหวานนุ่มนวลของโบซ์บาตง และความฮึกเหิมแข็งแกร่งของเดริมแสตรงค์ จนหนังฉากนี้กลายเป็นที่จดจำของใครหลาย ๆ คน

และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือเพลง hedwig’s theme ที่แค่เพียงได้ยินก็รับรู้ได้ถึงการมาของ แฮรี่ พอตเตอร์ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงหลักสำหรับหนังเรื่องนี้เลยทีเดียว เพราะจะถูกนำมาใช้ในซีนสำคัญ ๆ แทบทุกครั้ง เช่นเดียวกันกับ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ที่ปัจจุบันกลายเป็นเพลงที่ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น เป็นเพลงบรรเลงในกล่องดนตรีสำหรับกล่อมเด็ก หรือใช้ในสินค้าต่าง ๆ

ทั้งนี้ต้องบอกว่า จอห์น วิลเลียมส์ ผู้แต่งเพลงนี้เป็นนักดนตรีที่มีความสามารถสุด ๆ ในทุก ๆ ด้านอย่างค้านไม่ได้ เพราะนอกจากเขาจะเป็นผู้แต่งเพลง hedwig’s theme แล้ว เขายังเป็นนักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังอีกหลาย ๆ ที่เราคุ้นหูกันดี อย่าง สตาร์ วอร์ส (Star Wars) และ จูราสสิค พาร์ค (Jurassic Park) แน่นอนว่าเพลงจากแฮรี่ พอตเตอร์ ก็กลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาเช่นกัน

เพลงที่ใช่ ฉากที่ชอบ

เหล่า Potterhead หลาย ๆ คนคงมีฉากที่ชอบในดวงใจ และแน่นอนว่าในซีนเหล่านั้นคงมีเพลงประกอบบรรเลงเพื่อเสริมอารมณ์ให้เข้ากับเนื้อเรื่องไปด้วย เมื่อหลับตาแล้วคิดถึงฉากนั้นดูแล้ว รายละเอียดต่าง ๆ ที่ภาพยนตร์ได้ใส่ลงไปก็ยังทำให้ประทับใจได้เสมอ โดยเฉพาะเรื่องเสียงประกอบ ที่มีทั้งเสน่ห์ความน่าหลงใหลของความกล้าหาญและมิตรภาพระหว่างตัวละครที่ผสมกับเล่ห์เหลี่ยมของเวทมนตร์ ความน่าอัศจรรย์ใจของคาถามาผสมรวมเข้ากันได้อย่างกลมกล่อม

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/1RcxugxksvmFt5Sj7

5 เพลง Theme หนังเด่นหนังดังที่แค่ได้ยินก็ขนลุกซู่

ความรู้สึกตอนที่ได้สัมผัสกับเบาะนุ่ม ๆ ในโรงหนัง อากาศเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศ บรรยากาศเงียบสงัดและมืดสนิท กับหนังเรื่องหนึ่งที่กำลังฉายบนจอยักษ์ใหญ่ด้วยเครื่องเสียงระดับดังกระหึ่ม แต่ความประทับใจแรกต่อหนังสักเรื่อง หลาย ๆ ครั้งก็เป็นเพลงตีมที่เหล่าทีมงานเลือกมาใช้ ในขณะเดียวกันเพลงก็อาจกลายเป็นบางสิ่งที่หลงเหลือจากการดูหลังจากลุกออกจากเบาะแล้วเดินไปทางประตูทางออก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเพลง Theme นั้นสำคัญเหลือเกิน

หลับตาแล้วฟังนิ่ง ๆ อาจมีน้ำตาไหลเพราะปลาบปลื้มกันได้

1.Hedwig’s Theme

ถึงอ่านแค่ชื่อก็น่าจะรู้ว่ามาจากหนังเรื่องอะไรโดยไม่ต้องค้นหา เพราะ Hedwig’s Theme เป็นเพลงประกอบหนังที่ติดหูและได้รับความนิยมอย่างล้นหลามมาเนิ่นนานแล้วจนกระทั่งในปัจจุบัน แต่ก็แอบน่าใจหายเช่นกันที่เด็กสมัยนี้บางคนก็ไม่รู้จัก แฮรี่ พอตเตอร์ แล้วด้วยซ้ำ

2.Pirates Of The Caribbean Theme Song

หรืออีกชื่อก็คือ He’s a Pirate ที่มีทำนองตื่นเต้นเร้าใจ และยิ่งใหญ่สมกับการเป็นโจรสลัดที่โลดโผนอย่าง Jack Sparrow ที่ยังคงความตลกขี้เล่นไว้อยู่นิด ๆ เรียกได้ว่าเหมาะเจาะกับหนังได้เป็นอย่างดี

3.The Avengers – Theme Song

เป็นเพลงที่ได้ยินเมื่อไหร่ก็อดขนลุกไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นแฟนหนังของ Marvel ก็ตาม แต่ทุกครั้งที่เพลงนี้พร้อมกับโลโก้ของหนังแต่ละภาคขึ้นมาก็ทำให้ตื่นเต้นตามได้ทุกครั้ง กับความแฟนตาซีและฮึกเหิมของเหล่าอเวนเจอร์ส์ ที่เรากำลังจะได้เจอในหนัง

4.The Lion King Theme Song

อย่างที่รู้กันว่าเมื่อพูดถึง Lion King ก็ต้องนึกถึงเพลง Circle of life หรือบางคนอาจรู้จักเพลงนี้ในนามของเพลง อา ซิเพ่นยา พร้อมกับฉากชูลูกสิงโตที่หน้าผา Pride Rock ขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ทำเอาความทรงจำในวัยเด็กย้อนกลับมาหมด กระทั่งในภาคใหม่ของดีสนีย์ก็มีการนำเพลงนี้กลับมาอีกครั้ง ยังน่าประทับใจไม่เปลี่ยน

5.Titanic Theme Song

ตำนานความรักของแจ็คกับโรสที่ปลดเปลื้องพันธนาการทางด้านสังคม ชนชั้น และทิฐิระหว่างกันออกไปสามารถบรรยายได้ในบทเพลง My Heart Will Go On ที่ปัจจุบันก็ยังคงเป็นตำนานในด้านของการใช้เสียงร้องอันทรงพลังของ Celine Dion บรรยากาศเหงาเศร้าของเพลง และฉากกางแขนที่หัวเรือในตำนาน ก็ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่ฟังแล้วต้องขนลุกได้อย่างไม่ยากเย็น

เพลงกับแฟนหนัง

ย้อนกลับไปสมัยก่อน เพลง Theme หลาย ๆ เพลงถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ในชีวิต เช่น เป็นริงโทนโทรศัพท์ เป็นเพลงที่ถูกบรรจุอยู่ในเมมโมรี่การ์ดของเครื่องเล่น MP3 กระทั่งใช้เป็นเสียงนาฬิกาปลุกในบางครั้ง ปัจจุบันการกระทำเหล่านั้นเริ่มลดลง แต่เราก็ยังสามารถหาฟังเพลงอย่างถูกลิขสิทธิ์ได้จากแอปพลิเคชันสตรีมเพลงต่าง ๆ อีกทั้งยังกลายเป็นสัญลักษณ์ของอารมณ์ต่าง ๆ ในการบอกเล่าอย่างคมคาย เพราะเพลง Theme เหล่านั้นได้ดังเข้าไปในใจของแฟนหนังอย่างลุ่มลึกและตราตรึง

รวมเพลงดังประกอบหนังไทย-เทศปี 2019 ที่ดังทั้งหนังทั้งเพลง

ปีนี้ เป็นอีกปีที่มีหนังดังหลายเรื่องตบเท้าเข้าสู่โรงภาพยนตร์ ทั้งหนังต่างประเทศภาคต่อ หนังไทยโรแมนติกคอมมาดี้ หนังแอนิเมชั่น รวมไปถึงหนังที่เคยเป็นการ์ตูนแล้วนำมาแสดงโดยคนจริงที่น่าสนใจหลายเรื่อง เมื่อตัวหนังประสบความสำเร็จอีกหนึ่งอย่างที่จะได้รับความนิยมตามมาก็ไม่พ้นเพลงประกอบหนัง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ผู้ผลิตใส่ใจ เพื่อใช้ตัวช่วยในการสร้างอารมณ์ร่วมหรือบอกเล่าเรื่องราวในตัวหนังผ่านเพลง ลองมาดูกันว่าปีนี้มีเพลงไหนบ้างที่ฮิตมาพร้อม ๆ หนังดัง

  • Friend Zone: ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน หนังโรแมนติกคอมมาดี้ จาก GDH ค่ายหนังที่มีแฟนมากที่สุดค่ายหนึ่งของไทย นำแสดงโดยน้องนาย นภัทร และ น้องใบเฟิร์น ตัวหนังประสบความสำเร็จด้วยเนื้อหาใกล้ตัวหนุ่มสาวยุคใหม่ และเสน่ห์การแสดงของนักแสดงนำ ความเก๋ของเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ ก็คือเพลงคิดมากที่ร้องด้วยภาษา 9 ภาษา เป็นภาษาแต่ละประเทศของในตะวันออกเฉียงใต้ ได้นักร้องชื่อดังของแต่ละประเทศมาช่วยขับร้องให้
  • Dumbo หนังสำหรับน้อง ๆ เด็ก ๆ ทั้งหลาย เป็นเรื่องของช้างที่บินได้ กับการผจญภัยสุดตื่นเต้น เดิม Dumbo เป็นการ์ตูน แต่ในปีนี้ผู้กำกับทิม เบอร์ตันนำมาทำใหม่ในรูปแบบ Live Action มีเพลงประกอบที่ใช้ในเวอร์ชันการ์ตูนมาใช้ในเวอร์ชันนี้ด้วย Baby Mine เป็นเพลงคลาสสิคที่ใช้ในตอนที่แม่ช้างใช้กล่อมลูก ในปี 1941 ที่เป็นเวอร์ชันการ์ตูนนั้น มีแฟรงค์ เชอร์ชิลทำดนตรี  เน็ด วอชิงตันแต่งเนื้อร้อง ส่วนในปีเวอร์ชันนี้ได้ชารอน รูนีย์มาขับร้องที่เวอร์ชันที่ใช้เปิดในตัวหนัง ฉากกล่อมลูกช้างดัมโบ้ ส่วนอีกเวอร์ชันในช่วง End Credit เป็นผลงานของ Arcade Fire
  • Avengers: Endgame หนังอีกเรื่องที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ หนังภาคต่อที่ได้รับความนิยมสูงทั่วโลก หนังเรื่องนี้ใช้เพลงและดนตรีประกอบหลายเพลง ผู้ชมที่ไปดูหนังจบต่างก็ออกมาหาเพลงฟังซ้ำ ๆ เพื่อระลึกถึงฉากในเพลงนั้น ๆ แล้วก็กลับเข้าโรงไปดูซ้ำอีกที ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไม Endgame ถึงทำรายได้ถล่มทลาย และสร้างสถิติรายได้ของหนังทำเงินระดับโลก ในส่วนของดนตรีและเพลง เป็นผลงานของ Alan Silvestri ที่แฟนหนังต่างยกย่อง ว่าทำได้เข้ากับอามรณ์ของหนังได้ดีมาก
  • Aladdin ในเวอร์ชันคนแสดง เป็นหนังอีกเรื่องที่พูดถึงหนัง ก็ต้องพูดถึงเพลง ก็มันเป็นมิวสิคัลเวอร์ชันนี้ นอกจากนักแสดงนำในบทอะลาดินและเจ้าหญิงจัสมินที่น่าสนใจแล้ว คนที่ได้ซีนไปอย่างท่วมท้นก็เป็นยักษ์จินนี่ ที่แสดงโดย วิล สมิธนี่แหละ แน่นอนเพลงของ Aladdin ที่โดดเด่นที่สุด ก็ต้องเป็น A Whole New World เวอร์ชันปี 2019 เป็นขับร้องของ ZAYN และ Zhavia Ward ดูแลการผลิตจากทีมงานระดับโลกอย่าง Saltwives aka Alex Oriet และ David Phelan

หากใครยังไม่เคยดูหนังทั้ง 4 เรื่องที่เราแนะนำมานี้ ต้องรีบไปหามาดูโดยด่วน หรือจะลองค้นหาเพลงประกอบฟังเบื่อบิวท์อารมณ์กันก่อนก็ได้

ย้อนฟังเพลงดังคุ้นหู จากหนังในตำนานหลายเรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

ส่วนประกอบที่สำคัญของหนังจะไม่พูดถึงเพลงไม่ได้ ด้วยดนตรีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครมีมากขึ้น หลายเพลงผู้คนประทับใจจากการไปสัมผัสอารมณ์ร่วมระหว่างการดูหนังในโรงภาพยนตร์ จนโด่งดังย้อนหลังกันไปหลายสิบปีเพลงเหล่านั้นก็ยังได้รับความนิยมอยู่ ถูกนำมาร้องใหม่ ทำดนตรีใหม่ก็มี เราลองมาดูกันดีกว่า มีเพลงอะไรบ้างที่เราอาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่รู้ว่าเริ่มต้นจากการใช้ประกอบหนังมาก่อน

  • Que Sera, Sera (Whatever Will Be, Will Be) เด็ก ๆ หลายคนคงเคยได้ยินเพลงนี้และถูกสอนให้ร้อง พร้อมกับคิดตาม ความหมายของเพลง ที่พูดถึงเด็กคนหนึ่งที่สงสัยว่าอนาคตจะเป็นยังไง คำตอบจากแม่ก็คือ อะไรจะเกิดก็คงเกิด เป็นเพลงที่ฟังง่าย ๆ เนื้อเพลงเล่าแบบตรงไปตรงมาแต่มีความลึกซึ้ง เพลงนี้ใช้ประกอบหนังเรื่อง The Man Who Knew Too Much ในปี 1956 ขับร้องโดย ดอริส เดย์ นางเอกของหนังเรื่องนี้เอง
  • Fame ชื่อเพลงเดียวกับชื่องหนัง Fame สร้างขึ้นในปี 1980 เป็น มิวสิคัลที่เล่าเรื่องความฝันจะเป็นศิลปินของนักเรียนในโรงเรียน นิวยอร์ค ซิตี ไฮสคูล ออฟ เพอร์ฟอร์มิ่ง อาร์ตส์ ความยอดเยี่ยมของ Fame ก็คือฉากออกมาเต้นที่ถนนของเหล่านักเรียนของโรงเรียน ทำให้คว้ารางวัลออสการ์ ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและดนตรีประกอบยอดเยี่ยมอีกด้วย
  • When You Say Nothing At All อีกหนึ่งเพลงรัก ของหนังโรแมนติกที่ทุกคนประทับใจ จากหนังรักชื่อดัง Nothing Hill ปี 1999 เป็นหนังที่จูเลีย โรเบิร์ตสวยมาก และเพลงก็ดังมาก จนทุกวันนี้ในแต่งงานก็ยังต้องเพลงอยู่ในลิสต์ของใครหลายคน เพลงนี้เป็นเพลงแรกของการเป็นศิลปินเดี่ยวหลังจากออกจากบอยแบนด์ Boyzone ของ Ronan Keating แจ้งเกิดอย่างงดงาม
  • I Don’t Want To Miss A Thing จากยุคที่มีหนังกอบกู้โลกจาก Armageddon ในปี1995 เป็นเพลงหวาน ๆ แบบเข้ม ๆ จากเสียงร้องของ Aerosmith ในวินาทีที่ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง การถ่ายทอดให้คนรักรู้ว่า รักมากแค่ไหน อยากอยู่ด้วยกันตลอดไป เมื่อประกอบอารมณ์ของตัวละครในหนัง กับเนื้อเพลงที่หวานขนาดนี้ เรียกน้ำตาและความประทับใจกับคนดูได้ไม่รู้ลืม
  • You Light Up My Life อีกเพลงในตำนานที่มีคนนำมาร้องใหม่อยู่หลายครั้ง เวอร์ชันที่ได้รับความนิยมมาก จะเป็นที่ลีแอน ไรม์, วิทนีย์ ฮูสตัน และเด็บบี้ โบเน่นำมาร้อง แต่ต้นฉบับนั้นก็คือการร้องโดยดีดี้ คอนน์ นางเอกของหนังเรื่อง You Light Up My Life ในปี1977 เพลงนี้ใช้ตัวแทนความฝันและความหวังของการทำในสิ่งที่รัก ฟังทีไรกำลังใจก็มาเต็ม

และทั้งหมดนี้คือเพลงเก่า ๆ ที่เราอยากแนะนำให้คนยุคใหม่ได้ลองไปหาฟัง รับรองว่าเพราะจนจับใจ และอาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งเพลงในดวงใจของคุณก็ได้

เรื่องที่คุณอาจไม่รู้ บริษัทรับทำ “เพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์”

วงการภาพยนตร์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งนานแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะถูกลดความสำคัญลงแต่อย่างใด เพราะการชมภาพยนตร์เป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างที่มนุษย์ชื่นชอบ เป็นกิจกรรมที่มีส่วนร่วมได้ทุกเพศ ทุกวัย อีกทั้งยังเหมาะสมกับหลาย ๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์เนื้อหาสบาย ๆ กับครอบครัว, ชมภาพยนตร์ระทึกขวัญกับเพื่อน หรือชมภาพยนตร์โรแมนติกกับคนรัก การรับชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งใช้เวลาไม่เกินสามชั่วโมงก็จบ ทว่ากว่าจะดำเนินการสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งออกมาได้ อาจต้องใช้เวลามากกว่าสามเดือน เพราะมีขั้นตอนและรายละเอียดมากมายในการผลิต ตั้งแต่คัดตัวนักแสดง, เขียนบท, จัดฉาก, ตัดต่อเนื้อเรื่อง, ทำเพลงประกอบ และอื่น ๆ อีกมากมาย

Audiomachine เพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์และโฆษณาระดับโลก

                ดังที่ได้กล่าวไปว่าในการผลิตภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนั้น ประกอบไปด้วยรายละเอียดยิบย่อย แต่จะมีอยู่ขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะมีผลต่อกำไรที่จะได้รับ ขั้นตอนที่ว่าคือการโปรโมทภาพยนตร์นั่นเอง ทั้งการโปรโมทผ่านการทำโปสเตอร์และตัวอย่างภาพยนตร์ โดยเฉพาะตัวอย่างภาพยนตร์ ที่มักจะถูกใช้เป็นตัวตัดสินใจในการไปรับชมเลยทีเดียว เนื่องจากตัวอย่างภาพยนตร์เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องย่อที่มีการเปิดเผยฉากเด็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อโน้มน้าวให้คนมาดู ดังนั้นการทำตัวอย่างภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตทุ่มเทสร้างเช่นกัน

                 “Audiomachine” คือชื่อของบริษัทรับทำเพลงประกอบของตัวอย่างภาพยนตร์โดยเฉพาะ คงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะคนส่วนมากอาจจะคิดว่าเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ ก็มาจากเพลงประกอบในภาพยนตร์ตัวเต็มอีกที แต่ในความเป็นจริงผลงานแต่ละเรื่องของวงการภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด หรือระดับโลกจะมีการจ้างบริษัทเหล่านี้แยกออกมาต่างหาก เพราะเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการสรรค์สร้างท่วงทำนอง เพื่อเติมเต็มอารมณ์ของเรื่องราวได้อย่างพอดิบพอดีกับเวลาไม่กี่นาทีนั้น “Audiomachine” ได้ทำงานให้กับภาพยนตร์ดัง ๆ หลายเรื่อง ยกตัวอย่างจากเรื่องที่เพิ่งเข้าโรงในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ เช่น Avengers : End Game, Mary Poppins Returns, Aquaman, Dumbo, Venom และ เรื่องอื่น ๆ อีกมากมายที่มีมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้บริษัทยังรับทำเพลงประกอบโฆษณาให้กับแบรนด์ดัง ๆ อีกด้วย

ภาพยนตร์ระทึกขวัญหรือต่อสู้ Really Slow Motion ทำให้ได้

                บริษัทที่รับทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ ไม่ได้มีเพียงแค่บริษัทเดียวอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถรองรับภาพยนตร์ที่มีอยู่มากมายในตลาดได้ บริษัทอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ ได้แก่บริษัทที่มีชื่อว่า “Really Slow Motion” ซึ่งรับทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ที่มีความตื่นเต้น หรือเนื้อหาเข้มข้น เช่น แนวระทึกขวัญ เหนือธรรมชาติ  แฟนตาซี ไล่ล่า และต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแนวครอบครัว สบาย ๆ หรือน่ารักบ้าง “Really Slow Motion” ทำผลงานให้กับภาพยนตร์ดังหลายเรื่องมาก ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เช่น Percy Jackson, The Maze Runner, Saw, John Wick,  Annabelle, Jurassic world, The Conjuring, Coco  และเรื่องอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ชนิดที่ว่าถ้าลองไปไล่ดูในลิสต์ของบริษัทแล้วจะอดทึ่งไม่ได้กับรายชื่อภาพยนตร์ดัง ๆ ที่บริษัทนี้มีส่วนร่วม

                ถึงตรงนี้คงทำให้เข้าใจได้แล้วว่าการจะสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเบื้องหลังของการผลิตมีรายละเอียดที่ต้องเก็บอยู่มากมาย การทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์นี้ อาจดูเหมือนเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ แต่ถ้าปราศความช่วยเหลือจากบริษัทเหล่านี้ ภาพยนตร์ที่เราชมก็อาจไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ได้