บักแตงโม เพลงดังยอดฮิตกับอีกแง่มุมกระทบปมด้อยสาวอกโต

ในช่วงเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเพลงเว้าเสียงอีสานยอดฮิต 100 กว่าล้านวิว อย่างเพลง บักแตงโม แน่นอน เพลงดังมาแรงที่กำลังพูดถึงชายหนุ่มที่แอบมองหรือแอบชอบสาวสวยที่มีทั้งรูปร่าง หน้าตา และผิวพรรณที่หน้ามอง แต่ที่สะดุดเป็นจุดเด่นที่ทำให้หนุ่ม ๆ เหลียวหลังมองได้มากกว่าคือ ขนาดของหน้าอกของหญิงสาวที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับลูกแตงโมนั้นเอง

                หากฟังเผินก็คงเป็นเพลงอีสานเพลงหนึ่งที่มีจังหวะให้ผู้ฟังได้ร้องตามหรือเต้นกันได้อย่างสนุกสนาน แต่หากมองให้ลึกลงไปในอีกแง่มุมหนึ่ง อาจทำให้มองเห็นกระแสเสียดสีหรือมองว่าเป็นการล้อเลียนกลุ่มสาวที่มีขนาดหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่ เพราะไม่ใช่หญิงสาวทุกคนเสมอไปที่จะชื่นชอบการมีหน้าอกใหญ่จนกลายเป็นสิ่งโดดเด่นและสะดุดตาของคนทั่วไป และปัญหาขนาดหน้าอกที่ใหญ่เกินขนาดลำตัวนี้แหละที่มักจะสร้างความกลุ้มอกกลุ้มใจให้กับสาว ๆ เช่น

                1. ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง

                การมีขนาดหน้าอกที่ใหญ่มักจะทำให้เป็นที่จับตามองของหนุ่ม ๆ และเมื่อมีผู้ชายมามองมากเข้าก็จะทำให้หญิงสาวขาดความมั่นใจในตัวเอง  และเมื่อขาดความมั่นใจในตัวเองก็จะยิ่งทำให้กลายเป็นปมด้อยไม่กล้าที่จะทำอะไร หรือแสดงออกสิ่งใดให้ใครเห็น

                2. หาเสื้อผ้าใส่ยาก

                หญิงสาวที่มีขนาดหน้าอกที่ใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่จะหาเสื้อผ้าใส่ค่อนข้างลำบาก เช่น หากขนาดตัวเล็กแต่หน้าอกใหญ่จะใส่เสื้อผ้าตัวเล็ก ก็จะรัดรูปเกินไปและจะเน้นบริเวณส่วนหน้าอกมากเป็นพิเศษจะยิ่งกลายเป็นที่สะดุดตาเพิ่มขึ้นไปอีกจึงต้องหันมาเลือกเสื้อผ้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่พอใส่แล้วก็จะดูเทอะทะกลายเป็นคนตัวใหญ่ทันที หรือจะใส่เสื้อเชิ้ตที่รัดรูปก็กลัวว่ากระดุมจะปริแตกได้ง่าย ถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับสาว ๆ หน้าอกใหญ่เลยทีเดียว

                3. คนทั่วไปชอบวิจารณ์

                สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าการหาเสื้อผ้าใส่ของสาวอกโตและทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเองมากที่สุด คือเสียงหรือคำพูดวิพากษ์วิจารณ์ของคนทั่วไป บางคนอาจจะพูดโดยที่ไม่คิดหรืออาจจะคิดแค่เพียงว่าเป็นการพูดคุยสนทนากันแค่นั้น แต่สำหรับคนฟังอย่างสาวอกโตแล้ว นั้นคือสิ่งที่ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก แต่ปัญหานี้คงไม่มีผลกระทบใด ๆ สำหรับสาวหน้าอกโตที่มาจากการเสริมอย่างเด็ดขาด เพราะสาวที่ตัดสินใจเสริมหน้าอกต้องมีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง ฉะนั้นคำวิจารณ์เหล่านั้นคงไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด

                ดังนั้น เรื่องของหน้าอกหน้าใจของหญิงสาว คือเรื่องธรรมชาติของแต่ละบุคคล สำหรับหญิงสาวที่มีขนาดหน้าอกใหญ่ก็ขอให้มีความมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง พยายามปรับแต่งให้เหมาะสมและพอดีเพียงเท่านี้ปัญหาหน้าอกใหญ่ก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป และสำหรับคนมองยิ่งโดยเฉพาะเพศชายควรจะให้เกียรติผู้หญิง อย่าหวังเพียงแต่มองจ้องแต่รูปร่าง หน้าตา หรือขนาดหน้าอกหน้าใจของหญิงสาวเพียงอย่างเดียว ความสวยงามจากภายในของหญิงสาวยังมีอะไรให้หนุ่มๆ ได้ค้นหาและน่ามองกว่าอีกเยอะ

ความเป็นมาของดนตรีแจ๊ส

หากเราอยากหาดนตรีหรือเพลงที่ทำให้เรามีความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับช่วงเวลาที่ต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริงและไม่ต้องคิดอะไรมาก ดนตรีแจ๊สน่าจะเป็นอีกแนวดนตรีที่ตอบโจทย์เหล่านักฟังเพลง
ดนตรีแจ๊สมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีรากฐานมาจากดนตรีแนวบลูส์ซึ่งถือกำเนิดในทางตอนใต้ของประเทศอเมริกา โดยกลุ่มคนแอฟริกันอเมริกัน ซึ่งเรารู้สึกได้ถึงการผ่านการเจ็บปวดทางประวัติศาสตร์ จากความรักและความอยุติธรรมที่สูญเสียไป และแสดงให้เห็นถึงชัยชนะแห่งการอยู่รอดของหัวใจที่แตกสลาย ในปัจจุบันเพลงบลูส์ก็ยังเป็นแนวเพลงที่เรายังได้ฟังกันอยู่ มันเป็นรูปแบบดนตรีใหม่ที่ผสมผสานองค์ประกอบของดนตรียุโรปและประเพณีของแอฟริกา และกลายเป็นรูปแบบศิลปะที่สำคัญที่ยังคงมีวิวัฒนาการในวันนี้ การบันทึกดนตรีแจ๊สเริ่มปรากฏในปี ค.ศ.1917 ดนตรีแจ๊สได้พัฒนาเป็นรูปแบบศิลปะและบรรจุอยู่ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยทั่วโลก ดนตรีแจ๊สมีความเป็นลูกผสมของดนตรีชนิดต่าง ๆ  ความสัมพันธ์ของดนตรีแจ๊สสามารถสังเกตได้จากสไตล์ต่าง ๆ การพัฒนาทางนวัตกรรมและมีจังหวะของความซับซ้อนที่แตกต่างกัน ในขณะที่ยืมผลงานสร้างสรรค์จากสไตล์อื่น ๆ เช่นบลูส์และดนตรีพื้นบ้านยุโรป แจ๊สก็ทำดนตรีให้เป็นของตัวเอง ความจริงที่ว่าแจ๊สยังคงมีการเปลี่ยนแปลงในวันนี้แสดงให้เห็นว่าในที่สุดมันก็เป็นอมตะและเป็นประเพณีแบบอเมริกันคลาสสิกที่ยังคงถ่ายทอดกันมาถึงปัจจุบัน

หลุยส์ อาร์มสตรองนับเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงสำหรับแนวดนตรีแจ๊ส และเป็นหนึ่งในศิลปินผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของดนตรี การโซโล่ทรัมเป็ตของเขานั้นไพเราะและมีความขี้เล่นและเต็มไปด้วยพลังงานในทางบวก เขาเกิดที่ นิวออร์ลีนส์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1901 และเริ่มเล่นคอร์เน็ตเมื่ออายุ 13 ปี อาร์มสตรองได้พัฒนาแจ๊สและคิดโซโล่ขึ้นมา จนมีความสมบูรณ์แบบดังเช่นที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ อาร์มสตรอง ได้รับความรักและการชื่นชมไปทั่วโลก เขาเสียชีวิตในมหานครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1971 หากกล่าวถึงในส่วนของเนื้อเพลงแจ๊สนั้นจะเป็นการพูดถึงการแสดงออกของอิสรภาพและมีปฏิภาณโวหารที่เป็นคุณสมบัติที่เราเห็นค่อนข้างมากในความงดงามของดนตรีแจ๊ส เมื่อเปรียบเทียบกับเพลงชนิดอื่น ความนิยมของเพลงแจ๊สเริ่มเพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของยุคสมัย และได้แพร่หลายไปยังเมืองต่าง ๆ ที่มีศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญทั่วประเทศ ในช่วงปีค.ศ.1940 ได้เริ่มมีการแสดงของวงดนตรีแจ๊สขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาฟังเพลง และช่วงเวลานี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อยุคสวิงซึ่งหมายถึงจังหวะที่แกว่งไปตามเสียงเพลง

ดนตรีแจ๊สเป็นรูปแบบศิลปะที่ได้รับการพัฒนามาตลอด และยังแผ่ขยายออกไปในหลายทิศทาง ในแต่ละทศวรรษที่เปลี่ยนไปก็มีความสดใหม่ การปรับเปลี่ยน และแตกต่างจากยุคเดิม ๆ แจ๊สทุกวันนี้มีความหลากหลายและกว้างขวางมากขึ้น ซึ่งมีหลายสิ่งที่แปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับสไตล์ของศิลปินในแต่ละคน


ความเป็นมาของดนตรีฮิปฮอป

ดนตรีฮิปฮอปเกิดขึ้นในช่วง ปี ค.ศ. 1970 มีที่มาจากชาวอเมริกัน แอฟริกัน รวมทั้งละติน ได้พัฒนารูปแบบดนตรีนี้ขึ้นมา ลักษณะดนตรีสามารถเปรียบได้กับพลังงานที่ต้องการระเบิดออกมา และเป็นแนวดนตรีที่มีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการพื้นที่ในการแสดงออกถึงความมีสิทธิและเสรีภาพอย่างชัดเจน เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่นอเมริกันและทั่วโลก

ส่วนประกอบของแนวดนตรีฮิปฮอปซึ่งต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาเป็นวัฒนธรรมประกอบด้วยสี่ส่วนต่อไปนี้คือ MCing, DJing, graffiti และ break dance การแร็พ (MCing) เป็นองค์ประกอบหลักและเป็นการผสมผสานระหว่างการ Scratch แผ่น (Djing) และการร้องเพลง ในส่วนของความเป็นแร็พได้มีการรวมศิลปินที่มีแนวดนตรีประเภทต่าง ๆ ผนวกกันเข้ามาใหม่ ทำให้เกิดความเป็นฮิปฮอป และเพลงที่ศิลปินสามารถใช้การ “แร็พ” ในเพลงนั้น อาจสามารถประกอบด้วยองค์ประกอบของดนตรีในจังหวะใด ๆ หรือจากการผสมเพลงอันหลากหลายประเภทและดนตรีที่แตกต่างกันออกไป เช่นการทำ Beat box ประกอบกับเสียงเพลงโดยใช้ปากของผู้ร้องทำให้เกิดเป็นทำนองและจังหวะขึ้นมา และจังหวะจากกลอง ก็เกิดจากการปรบมือให้เกิดเสียง หรือการผสมผสานของเสียงที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นดนตรีที่มีรูปแบบใหม่ และมีความเป็นสมัยนิยมอย่างชัดเจน ในอดีตดนตรีฮิปฮอปมักแพร่หลายและมีผู้ฟังเพียงแค่กลุ่มคนที่มีผิวสีเท่านั้น แต่เมื่อดนตรีฮิปฮอปได้เติบโตขึ้น ปัจจุบันผู้ฟังจึงมีมากมายหลากหลายมากขึ้น ในการร้องเพลงแร็พ ศิลปินจำเป็นต้องนำความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองมาใช้ในองค์ประกอบดนตรีด้วย เนื้อเพลงแร็พนั้นรวมถึงการนำคำอุปมาอุปมัยมาใช้ และจะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม และเนื้อร้องยังมีการสัมผัสกันคล้ายกับบทกลอน หรือทำให้คล้องจองกันตลอดเวลาด้วยจังหวะของเสียงเพลง และเนื้อหาต้องมีความชัดเจนในเนื้อเพลง ถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อ

สำหรับการเต้นในแนวเบรกแดนซ์นั้น เป็นการเต้นรำที่มุ่งเน้นการแสดงออกที่สร้างสรรค์ของความเป็นฮิปฮอปผ่านรูปแบบของการเต้นและท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ มีวิธีการเต้นหลากหลายวิธี เช่น อาจจะทำเป็นในรูปแบบของกลุ่มทั้งมีหรือไม่มีดนตรีประกอบก็ได้ ในปัจจุบันยังมีวิธีการเต้นและนำการร้องแร็พมาใช้ในการต่อสู้กัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงทางร่างกาย

ในส่วนของ Graffiti คืออีกรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกของความเป็นฮิปฮอปในทางศิลปะ ซึ่งเราสามารถเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ในหลาย ๆ สถานที่ นอกจากนี้สไตล์และเสื้อผ้าของความเป็นฮิปฮอปยังสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่ค่อนข้างชัดเจนกับแนวดนตรีนี้ ซึ่งเสื้อผ้าส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากการแต่งกายของศิลปินที่เรามีความชื่นชอบ โดยเลียนแบบมาจากสิ่งที่เห็นในมิวสิควิดีโอล่าสุด และก็ถูกนำมาลอกเลียนแบบอย่างรวดเร็ว ศิลปินฮิปฮอปหลายคนจึงมีทั้งแบรนด์เสื้อผ้าและรองเท้าของตัวเอง

ปัจจุบันดนตรีแนวฮิปฮอป ยังมีความแปลกใหม่อยู่มาก และสามารถผลิตออกมาให้เข้ากับได้ทุกยุค และผู้ฟังก็มีความเปิดกว้างมากขึ้น เป็นอีกแนวดนตรีที่มีสีสัน และน่าสนใจ

เพลงป๊อบ เพลงที่ไม่เคยหายไปจากยุคสมัย มาทำความรู้จักกับเพลงป๊อบให้มากขึ้นกันเถอะ

ในปัจจุบัน มีเพลงประเภทต่าง ๆ อยู่มากมาย ที่ให้เหล่าผู้ฟังได้เลือกเสพตามความพอใจ ตามรสนิยมของตนเอง เพลงป๊อปจัดเป็นเพลงอีกประเภทหนึ่งที่ฟังง่าย เข้ากับยุคสมัย

เพลงป๊อบมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงค.ศ. 1950 คำว่า “เพลงยอดนิยม” และ “เพลงป๊อป” มักใช้แทนกันได้ แม้ว่าในอดีตเพลงยอดนิยมเหล่านั้น อาจจะมีความแตกต่างไปตามลักษณะดนตรี แต่ก็มักใช้คำว่า “เพลงยอดนิยม” อธิบายถึงเพลงทั้งหมดที่ได้รับความนิยมในช่วงขณะนั้น ไม่ว่าจะมีความแตกต่างหลากหลายสไตล์ อาจจะเป็นดนตรี “ป๊อป” หรือ “ร็อค” จนเมื่อปลายค.ศ. 1960 จึงเริ่มมีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างประเภทของดนตรีเกิดขึ้น เพลงป๊อบมีลักษณะเฉพาะตัวด้วยท่วงทำนองที่ฟังง่าย มีรูปแบบและโครงสร้างที่มีความซ้ำ ๆ ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่ มีจังหวะที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เราอาจพบว่าเพลงป๊อบมักเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของดนตรีประเภทต่าง ๆ เช่น ฮิปฮอป, เร้กเก้, R & B, แจ๊ส, อิเล็กทรอนิกส์ ในช่วงปี ค.ศ. 1920 – 1950 เพลงป๊อปได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่มาจากดนตรีแจ๊ส และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา ได้รับอิทธิพลมาจากเพลงฮิปฮอป

เพลงป๊อปอาจถูกเขียนขึ้นโดยนักแต่งเพลงมืออาชีพ เพื่อที่จะให้นักร้องมืออาชีพนำไปถ่ายทอดต่อ หรือในบางครั้งอาจถูกเขียนโดยตัวของนักร้องเอง ยกตัวอย่างเช่นวง The Beatles ในปี 1960 ที่พวกเขาได้ทั้งแต่งเนื้อร้องและทำนอง รวมถึงถ่ายทอดออกมาด้วยตนเอง เป็นที่โด่งดังและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในยุคสมัยที่มีความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาวิธีการบันทึกเสียง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างสำคัญต่อลักษณะเสียงของเพลงป๊อป ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากดนตรีคลาสสิกและดนตรีแจ๊ส ในเพลงและดนตรีบางประเภทอาจต้องการเสียงร้องที่ฟังเป็น “ธรรมชาติ” มากกว่า ดังนั้นนักร้องเพลงป๊อปมักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและสตูดิโอบันทึกเสียงที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้เสียงตามที่ต้องการ การเผยแพร่เพลงป๊อบนั้นมีทั้งการเผยแพร่แบบเพลงเดี่ยว หรือทั้งอัลบั้ม และช่องทางในการจัดจำหน่ายก็มีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงแผ่นเสียงไวนิลเทปคาสเซ็ตคอมแพคดิสก์หรือการดาวน์โหลดทางอินเทอร์เน็ต โดยทั่วไปแล้วเพลงป๊อปมักใช้ทำนองเพลงที่เรียบง่ายและน่าจดจำ เน้นในส่วนของจังหวะ สไตล์การขับร้องและเส้นเสียงที่นักร้องใช้ในการขับร้องที่เป็นเอกลักษณ์ และส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากขนบธรรมเนียมประเพณีของดนตรีแอฟริกันอเมริกัน เช่นจังหวะบลูส์, หรือดนตรีแจ๊ส และเมื่อซีดีและดีวีดีเริ่มมีราคาถูกลง อายุของผู้บริโภคเพลงป๊อปโดยเฉลี่ยก็ลดลงตามไปด้วย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเด็ก ๆ กลายเป็นผู้บริโภคเพลงป๊อบใหญ่ที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้เพลงป๊อบยังเป็นสื่อกลางที่สำคัญในเรื่องวัฒนธรรมต่อเยาวชน ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการชี้นำพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมต่อเยาวชน

แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่เพลงป๊อบก็มีการปรับตัว และไม่ได้มีความเก่าแก่หรือคร่ำครึ เหมือนเพลงบางประเภท ที่เมื่อเวลาผ่านไป ก็อาจเสื่อมสลายและไม่ได้รับหยิบยกมาฟังหรือมาทำใหม่อีก จัดว่าเป็นดนตรีประเภทหนึ่งที่ไม่ได้หายไปตามกาลเวลาเลย

ดนตรีหมอลำ เอกลักษณ์ของภาคอีสาน ที่ฟังเมื่อไหร่ ก็แสนจะมีเสน่ห์

หากกล่าวถึงดนตรีในประเทศไทยเราจะพบว่ามีความหลากหลายของวัฒนธรรม รูปแบบดนตรีก็แตกต่างกันไป บ้างก็ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ และความนิยมฟังดนตรีประเภทต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ฟังที่อาจแตกต่างกันไปตามช่วงวัยและสภาพแวดล้อมทางสังคมของตนด้วย ดนตรีหมอลำก็เป็นดนตรีประเภทหนึ่งที่อยู่กับประเทศไทยมานาน

ดนตรีหมอลำเป็นดนตรีพื้นบ้านทางภาคอีสานของประเทศไทย ที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ รวมถึงมีรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง มีแนวทางที่เป็นของตนเองอย่างชัดเจน เป็นเวลากว่าศตวรรษแล้ว ที่เพลงพื้นบ้านหมอลำอยู่คู่กันกับประเทศไทย และมีทำนองละม้ายคล้ายคลึงกับประเทศลาว จนกระทั่งมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากยุคหนึ่งไปยังอีกยุคหนึ่งและมีการผสมผสานระหว่างช่วงเวลาที่เกิดขึ้น นั่นคือในช่วงปี พ.ศ.2503 ถึงปี พ.ศ.2513 ในเวลาต่อมาแนวดนตรีหมอลำได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีแนวร็อกและดิสโก้ จนทำให้เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่ซึ่งคือดนตรีลูกทุ่งในปัจจุบันนั่นเอง ดนตรีหมอลำ มีความคล้ายคลึงกับลักษณะของดนตรีลูกทุ่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเนื้อเพลงที่มุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของการดำรงชีวิต ความยากลำบาก อัตคัด ขัดสน หรือการอพยพย้ายถิ่นฐานจากชนบทที่ยากจนแร้นแค้นไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในเมือง บางครั้งเนื้อเพลงอาจกล่าวถึงความเชื่อของผู้คนที่มีมาช้านาน หรือกระทั่งรากฐานที่มาจากความเชื่อทางศาสนา นักอนุรักษ์นิยมบางคนยังได้พูดถึงดนตรีหมอลำว่า ดนตรีหมอลำอาจแปรียบเทียบได้กับสินค้าอย่างหนึ่ง ที่ขายความเป็นวัฒนธรรมและความดั้งเดิมของผู้คนในพื้นที่นั้น ทั้งนี้เพราะเนื้อเพลงหมอลำได้นิยมพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคม และยังมีลักษณะเฉพาะตัวที่แนวดนตรีชนิดอื่นยากจะเหมือน เช่น ความเด่นของเสียงร้องที่นำการคุมจังหวะของดนตรี และนักร้องนำส่วนใหญ่จะสามารถเล่นแคนที่เป็นเครื่องดนตรีชิ้นนึงของแนวเพลงหมอลำได้

ดนตรีของหมอลำส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นมาจากการร้องหยอกล้อกันระหว่างหนุ่มสาว เนื้อเพลงมีการเกี้ยวพาราสีหรือพ่อแง่แม่งอน ในส่วนของการแสดงจะเป็นการเล่นโดยนักดนตรีกลุ่มเล็ก ๆ ที่ทั้งร้องและเล่นเครื่องดนตรีแคนไปด้วย นักร้องที่มีชื่อเสียงจากแนวดนตรีหมอลำที่เป็นที่รู้จักคือ บานเย็น รากแก่น, จินตหรา พูนลาภ เป็นต้น

นอกจากนี้ในภาคอีสานยังเป็นที่รู้จักกันในนามของคันตุมซึ่งเป็นเพลงที่โด่งดังรองลงมาจากหมอลำ ซึ่งดนตรีแนวคันตุมนี้ มีที่มาจากประเทศเขมรและประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดนกับประเทศกัมพูชา ลักษณะแนวเพลงจะมีจังหวะที่สนุกสนาน เหมาะแก่การเต้นรำ ในขณะเดียวกันก็ยังคงความดั้งเดิมอยู่

ดนตรีหมอลำจึงเหมือนเป็นวัฒนธรรมของภาคอีสานอย่างหนึ่ง ที่เราสามารถศึกษา ถึงวิถีชุมชนในแบบดัังเดิม และควรที่จะอนุรักษ์สืบไว้ ให้คนรุ่นต่อไปได้สัมผัสความงดงามของเสียงเพลงและความสามารถของคนรุ่นเก่า ๆ ได้เป็นอย่างดี



จิตวิญญาณของดนตรีบลูส์ ที่ระเบิดจากความกดดัน

ความเคียดแค้นจากการถูกบีบบังคับ…ความรันทดจากชีวิตที่เลวร้าย…ความเศร้าโศกที่ต้องจากคนที่รักไปต่างถิ่น…ความทรมานจากการถูกกดขี่ทารุณ นิยามพวกนี้เป็นแรงขับเคลื่อนให้เหล่าทาสผิวสีที่ทำได้แค่เพียงรวมตัวกัน เพื่อร้องเพลงระบายความเครียดหลังเลิกงานตามทุ่งนาเท่านั้น ความไม่รู้ดนตรีของพวกเขา ทำให้ทำนองต่าง ๆ ที่บรรเลงออกมานั้นผิดเพี้ยน แต่พวกเขาไม่สนใจ เพราะเสียงที่ออกมาอย่างผิดเพี้ยนนั้น กลับสร้างความสุข ความอิ่มเอมใจให้พวกเขาอย่างมหาศาล

นักดนตรีบลูส์ทุกคนมักมีสีหน้าบิดเบี้ยวเวลาที่พวกเขาเล่น

เนื้อหาของเพลงบลูส์แรก ๆ นั้นกล่าวถึงแต่ความเศร้า หม่นหมอง หมดหวังในชีวิต ทุกอย่างนั้นล้วนมาจากเรื่องจริงในชีวิตของพวกเขาจริง ๆ ทั้งสิ้น โน้ตทุกตัวที่เล่นออกมาจึงสื่อจากอารมณ์จากก้นบึ้งอย่างแท้จริง ไม่แปลกที่ผู้ที่เล่นดนตรีแนวนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง มือกีต้าร์ หรือเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ จะมีสีหน้าบิดเบี้ยวคล้ายคนกำลังร้องไห้อย่างทุกข์ทรมาน สะท้อนถึงอารมณ์เพลงออกมาได้อย่างถึงแก่นแท้ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานจนถึงปัจจุบันที่ไม่มีการบีบบังคับคนมาเป็นทาสแล้ว แต่นักดนตรีแนวบลูส์ทุกคนนั้น ยามใดที่ได้บรรเลงเพลงบลูส์ ยามนั้นสีหน้าพวกเขายังคงแสดงถึงความทุกข์ทรมานของเหล่าทาสผู้คิดค้นดนตรีแนวนี้ขึ้นมาอยู่ดี ราวกับว่าครั้งหนึ่งเคยถูกนำตัวไปเป็นทาสเช่นกัน

นักดนตรีแนวบลูส์มีแต่คนผิวสีเท่านั้นหรือ?

มีนักดนตรีบลูส์ที่เป็นคนผิวขาวอยู่ไม่น้อยบนโลกใบนี้ แต่ทว่าไม่ได้มีชื่อเสียง หรือประสบความสำเร็จเท่าไรนัก มีอยู่บ้างที่มีชื่อเสียง เช่น จอห์น เมเยอร์, เอริค แคลปตัน เป็นต้น ถือว่ายังน้อยมากถ้าเทียบกับอัตราส่วนนักดนตรีบลูส์ผิวสีที่ประสบความสำเร็จ ชัค เบอร์รี่, บีบี คิงส์, โรเบิร์ต จอห์นสัน, จิมิ เฮนดริกซ์ นี่คือส่วนหนึ่งนักดนตรีบลูส์ผิวสีที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ได้รับความนิยม แต่ทุกคนที่กล่าวมาล้วนเป็นถึงระดับตำนาน ที่แม้ว่าส่วนใหญ่จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่บทเพลงของพวกเขาถือว่าเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงวงการดนตรี นับได้ว่าเป็นมรดกของโลกเลยทีเดียว

หากพูดถึงดนตรีที่ต้องใช้อารมณ์ร่วมในการเล่นมากที่สุดแล้วล่ะก็ บลูส์ได้ชัยชนะอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน ด้วยจิตใจที่ทนทุกข์แฝงอยู่ในโน้ตทุกตัว และยังคงอยู่มาตลอด ทาสทั้งหลายต่างล้มหายตายจากไปบ้าง โดนทารุณบ้าง แต่พวกเขาไม่เคยหยุดที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์หลังเลิกงานเลยสักวัน มาถึงตรงนี้หวังว่าทุกคนจะซึมซับถึงจิตวิญญาณของดนตรีแนวนี้ไปไม่มากก็น้อย

 

รู้เขารู้เรา…มาทำความรู้จักกับดนตรีแต่ละสไตล์กันเถอะ

ดนตรีบนโลกนี้นั้น ถ้านับแบบละเอียดยิบย่อยจริง ๆ คงจะมีนับร้อยนับพันสไตล์ แต่จริง ๆ แล้วนั้น ต้นกำเนิดมาจากจุดเดียวกัน ก่อนที่จะแตกแขนงไปตามความแตกต่างของผู้เล่น ชนชาติ หรือแม้แต่ภูมิประเทศ ในปัจจุบันนี้อยู่ในยุคที่ดนตรีมาไกลจากเดิมค่อนข้างมาก สมัยโบราณดนตรีนั้นจำกัดการเล่นแค่เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่สมัยนี้ทุกคนขาดดนตรีไม่ได้ด้วยซ้ำไป หากจะเสพดนตรีอย่างมีคุณภาพขึ้นไปอีกนิด เราลองมาทำความรู้จักที่มาที่ไปของดนตรีแนวหลัก ๆ ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง

บลูส์ (Blues)

ดนตรีบลูส์นั้นในประเทศไทยอาจจะไม่ได้อยู่ในกระแสที่ใคร ๆ ก็สนใจเท่าไรนัก แต่หารู้ไม่ว่าดนตรีบลูส์คือต้นกำเนิดของดนตรีอีกหลายสไตล์นั่นเอง ที่มาของดนตรีบลูส์นั้นมาจากกลุ่มคนผิวสีที่ถูกนำตัวมาเป็นทาสที่อเมริกา ชีวิตที่รันทด ลำบากแสนเข็ญได้ถูกกลั่นออกมาเป็นท่วงทำนองที่น่าเศร้า หดหู่ และด้วยความที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รู้ทฤษฎีดนตรีอย่างแตกฉาน จึงทำให้การเล่นออกมามีความผิดเพี้ยน แต่นั่นกลับทำให้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของดนตรีบลูส์ และยังถูกพัฒนาไปเป็นดนตรีแนวต่าง ๆ อีกมากมายในอนาคต อาทิเช่น ฟังก์, ร้อกแอนด์โรล, อาร์แอนด์บี

แจ๊ส (Jazz)

ท่วงทำนองการร้องที่คาดเดายาก เมโลดี้ของดนตรีที่สุดแสนจะซับซ้อน คือเอกลักษณ์ของดนตรีแนวนี้ ผู้ที่เล่นนั้นส่วนใหญ่จะต้องศึกษาทฤษฎีดนตรีมาพอสมควร รากของแจ๊สนั้นจริง ๆ ก็มาจากบลูส์ แต่การวิวัฒนาการแตกต่างกัน มีการอิมโพรไวส์ (Improvisation) หรือการด้นสดตามความพึงพอใจของผู้เล่นนั่นเอง ผู้ที่ให้ริเริ่มเผยแพร่ดนตรีแนวนี้นั้นคือวง  ดิ ออริจินัล ดิกซีแลนด์ แจ๊ส แบนด์ (The Original Dixieland Jazz Band: ODJB) คำว่า แจ๊ส ก็ได้มาจากชื่อของวงนี้นั่นเอง

ฟังก์ (Funk)

ถือกำเนิดมาในช่วงยุค 60 เป็นการผสมผสานดนตรีแจ๊ส อาร์แอนด์บี และโซล เข้าด้วยกัน แต่ทว่าอัพเกรดขึ้นด้วยจังหวะกลองที่มากขึ้น สามารถเต้นรำได้ และมักมีเครื่องเป่าร่วมด้วย ศิลปินที่โด่งดังของแนวนี้ได้แก่ เจมส์ บราวน์ เจ้าของเพลงสุดอมตะอย่าง I Feel Good หรือเจ้าพ่อฟังก์ร้อกสุดแสบในยุคนี้ เรดฮอต ชิลลี่ เป็ปเปอร์

เร้กเก้ (Reggae)

สีแดง เหลือง เขียว กับกลุ่มคนไว้ผมทรง เดรดล็อก แค่นี้ก็เพียงพอต่อการระบุรสนิยมของคนคนนั้นมาเป็น เร้กเก้ อย่างแน่นอน ดนตรีชนิดนี้มีที่มาจากการที่ชาวจาเมกาได้รับคลื่นวิทยุบางส่วนจากอเมริกา และได้นำดนตรีร้อกแอนด์โรลมาผสมกับดนตรีพื้นเมืองของเขาที่าชื่อว่า เมนโต จนออกมาเป็นแนว สกา แต่มีจังหวะที่ค่อนข้างเร็ว หลายปีต่อมาจึงมีการปรับให้ช้าลง จนท้ายที่สุดก็มาเป็น เร้กเก้ จวบจนทุกวันนี้

ไม่ว่าจะเป็นแนวไหนดนตรีก็สร้างสุนทรียภาพให้คนฟังด้วยกันทั้งนั้น ตอนนี้ได้รู้ถึงที่มาที่ไปของดนตรีแต่ละแนวกันไปแล้ว ต่อไปเวลาที่ฟังเพลงไม่ว่าจะแนวไหน เราก็จะสามารถแบ่งแยกแนวดนตรีหรือเข้าถึงอารมณ์ของเพลงได้มากขึ้นกว่าที่เคยฟังมาแน่นอน

 

แนะนำสไตล์เพลงฟังเพลินสำหรับคนทำงานเกินเที่ยงคืน

หลังจากที่คุณอดทนทำงานเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวันแล้ว ยังจะต้องฝืนลากร่างกายอันอ่อนเพลียมาสู้งานต่อยาวแบบข้ามคืนกันอีก นอกจากจะต้องดื่มกาแฟแก้ง่วงแล้ว เรายังมีตัวช่วยเสริมที่จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นไม่ง่วงซึม นั่นก็คือการฟังเพลงคลอเบา ๆ เพื่อสร้างสมาธิ แต่จะเลือกเพลงแนวไหนให้รู้สึกสดชื่นไม่ง่วงซึมไปกว่าเดินนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำแนวเพลง ที่จะทำให้คุณสามารถทำงานข้ามคืนได้แบบที่ความสร้างสรรค์ไหลลื่นยันเช้ากันเลยล่ะ

สำหรับคนทำงานที่ต้องการใช้สมาธิมาก ๆ หรือต้องการใช้ความคิดจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักจะทำได้ยากอยู่แล้วในช่วงเวลาปกติ ยิ่งในช่วงเวลากลางคืนที่ร่างกายเหนื่อยล้ามากแล้วนั้น การฟังเพลงบรรเลงแบบไม่มีคนร้อง จะช่วยให้คุณสามารถทำสมาธิจดจ่อกับงานต่าง ๆ ได้ดีขึ้น หลายคนอาจเข้าใจว่า การฟังเพลงขณะทำงานที่ต้องใช้สมองในด้านของการคิด อ่าน และเขียน จะยิ่งทำให้เราทำงานลำบากมากขึ้น เพราะเสียงเพลงนั้นจะไปรบกวนสมาธิ แต่ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นดนตรีแนวคลาสสิก เพลงบรรเลงด้วยเปียโน หรือเพลงแนวอะคูสติกกีต้าร์ จะสามารถทำให้ความคิดของคุณลื่นไหล ไม่ติดขัดหรือไขว้เขว แถมยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย สิ่งสำคัญคือควรฟังแล้วเว้นระยะให้หูและสมองได้พักบ้าง เพราะการฟังเพลงนาน ๆ ก็อาจจะทำให้สมองรู้สึกล้าได้ ลุกมาขยับร่างกาย ดื่มน้ำให้สดชื่นแล้วกลับไปลุยงานต่อ รับรองว่าหายง่วงแน่นอน

เพลงที่สามารถเลือกไว้ฟังในช่วงเวลานี้ไม่ควรช้ามากเกินไป เพราะสมองของคุณเหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว การได้ฟังเพลงช้า ๆ เป็นเหมือนกับการช่วยขับกล่อมให้สมองเข้าสู่หมดประหยัดพลังงาน ควรเลือกเพลงที่มีจังหวะกลาง ๆ เพราะไม่เช่นนั้นสมองจะคล้อยตามจังหวะดนตรีไปในที่สุด ผลคือคุณจะง่วงหนักกว่าเดิมอีก ดังนั้นต้องเลือกเพลงที่มีจังหวะพอดี ไม่เร็วหนักหน่วง หรือช้าจนง่วงก็จะทำให้คุณสามารถโฟกัสกับการทำงานได้ดียิ่งขึ้น ในความเป็นจริงแล้วถ้าคุณมีสมาธิมากพอ ในช่วงเวลานั้นคุณจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแม้แต่เสียงเพลงที่คุณกำลังเปิดฟังอยู่ เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องเลือกเพลงที่มีจังหวะสม่ำเสมอ จึงจะสามารถช่วยไม่พยุงไม่ให้คุณวอกแวกหรือเสียสมาธิได้ ควรหลีกเลี่ยงเพลงที่มีอารมณ์และเนื้อหาลึกซึ้ง เพราะคุณจะหันมาสนใจบทเพลงมากกว่างานตรงหน้าแน่นอน

ต่อไปไม่ว่าจะต้องหักโหมลุยงานดึกแค่ไหน ก็รับรองว่าคุณจะมีสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ที่ดีเยี่ยม แถมยังไม่รู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยวที่ต้องอยู่คนเดียวในตอนดึก ๆ อีกด้วย มาทำให้ห้องทำงานของคุณมีแต่เสียงเพลง ไม่ต้องอยู่กับเสียงแอร์ดังอีกต่อไป

 

สังเกตแนวรสชาติของร้านอาหารง่าย ๆ จากแนวเพลงที่ร้านเลือกเปิด

วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที ไม่ว่าใครก็คงอยากไปพักผ่อนชิล ๆ พาครอบครัวหรือคนสำคัญไปดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดพิเศษ ทานอาหารแสนอร่อยพร้อมกับรสชาติพิถีพิถันและอร่อยตามสไตล์ของตัวเองกันใช่ไหมล่ะ แต่ร้านอาหารที่ถูกปากถูกใจก็หายากเสียเหลือ เมนูของแต่ละที่ก็มีคล้าย ๆ กันอีก วันนี้เราจึงมาแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ที่จะทำให้คูณรู้สไตล์ของร้านอาหารตั้งแต่เดินผ่านครั้งแรก

มีหลายงานวิจัยที่สามารถยืนยันได้ว่า เสียงเพลงมีผลต่อรสชาติอาหารเป็นอย่างมาก เพราะมนุษย์เราไม่ได้รับรู้รสชาติต่าง ๆ ผ่านทางปากและลิ้นอย่างเดียว แต่เรายังสามารถรับรู้ความรู้สึกเหล่านั้นผ่านทางการมองเห็นและการได้ยินเสียงอีกด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณไปทานพิซซ่า สปาเก็ตตี้ หรืออาหารสไตล์อิตาเลี่ยน ภัตตาคารส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นร้านกระจก ตกแต่งด้วยความหรูหรา เปิดแอร์เย็นฉ่ำ และเปิดเพลงบรรเลงแบบโอเปร่าอิตาลี เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศให้รสชาติอาหารของพวกเขา มีความเป็นอิตาลีแบบดั้งเดิม และเพิ่มมูลค่าให้อาหารจานเด็ดของพวกเขามากขึ้น ต่างจากเวลาที่คุณไปทานอาหารแบบเดียวกันในร้านข้างทาง หรือร้านที่เปิดโล่ง เต็มไปด้วยเสียงผู้คน คุณจะรู้สึกถึงรสชาติอาหารในแบบที่ต่างออกไป ถ้าไม่เชื่อ ลองไปทานอาหารเมนูเดียวกัน แต่เปลี่ยนบรรยากาศดูสิ รับรองว่าคุณจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยล่ะ

เพราะคนเรารับรู้ความสวยงามผ่านทางสายตา ในแต่ละเมนูจึงต้องพิถีพิถันในการออกแบบและตกแต่งจากให้ออกมาดูดี เต็มไปด้วยความคิดสร้างสัน จึงไม่แปลกที่คนมักใช้คำว่า ไปนั่งกินบรรยากาศ เพราะว่าสิ่งนี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากๆในการออกไปทานอาหารนอกบ้าน ความดูดีของหน้าตาอาหารบนเมนู กลิ่นหอมอบอวลจากครัวในภัตตาคาร ถ้ายิ่งมีพนักงานมาบริการด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดี เพลงก็เพราะเข้ากันกับการตกแต่งของร้าน รับรองได้เลยว่าร้านนั้น ๆจะต้องคิวเต็มตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน

การเลือกร้านอาหารที่ถูกใจนั้นสังเกตง่าย ๆ ถ้าชอบร้านที่เรียบหรูแบบพร้อมเสิร์ฟเมนูครีเอทสุดตระการตา แนะนำให้เลือกร้านไหนที่คุณเดินผ่านแล้วได้ยินเสียงเพลงคลอเบา ๆ มองเข้าไปแล้วสะดุดกับการตกแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โต๊ะไม่ติดกันจนได้ยินบทสนทนาของคนรอบข้าง มีมนูแนะนำที่ดูสร้างสรรค์ รับรองว่าคุณจะอิ่มเอมทั้งบรรยากาศและรสชาติอาหารเลยทีเดียวล่ะ

ในความเป็นจริงแล้วนั้นรสนิยมของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงไม่มีกฎเกณฑ์มากำหนดตายตัวว่า อาหารที่รสชาติดีนั้นควรจะมีลักษณะเป็นอย่างไร การฟังเพลงที่ภัตตาคารเหล่าเปิดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้ได้ว่า อาหารที่ทำจะออกมารสชาติแบบไหน ลองเอาไปใช้กันดูนะ

 

บอกรักแม่แบบไม่ซ้ำใคร รักแม่แค่ไหนลองเขียนให้เป็นเพลง

วันแสนพิเศษวนมาให้เราได้แสดงความรักกับผู้ที่มีพระคุณของเรากันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวันปีใหม่ สงกรานต์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมถึงวันแม่แห่งชาติ หลายคนคงกำลังหาของขวัญชิ้นพิเศษไปสร้างความสุขให้คุณแม่กันอยู่ใช่ไหมล่ะ วันนี้เราจึงมาแนะนำของขวัญพิเศษอีกหนึ่งอย่าง ที่รับรองว่าจะทำให้คุณแม่ต้องตื่นเต้นมาก ๆ อย่างแน่นอน

วิธีบอกรักแม่แบบที่คนส่วนใหญ่นิยมกันนั้น มักจะเป็นการเขียนเรียงความ แต่งกลอน ซื้อสิ่งของ หรือทำสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้แม่เป็นที่ระลึก เพื่อสร้างความประทับใจ รวมทั้งการไหว้ มอบพวงมาลัย ขอขมาในสิ่งที่เคยก้าวล่วงในอดีต ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือเรื่องประเพณีที่ดีงามและควรสืบทอดต่อไป แต่ถ้าคุณทำแบบนี้ซ้ำกันทุกปี มันก็คงจะน่าเบื่อไปสักหน่อย

ลองเปลี่ยนมาบอกเหล่าความรู้สึกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความรักความคิดถึง หรือเรื่องราวที่คุณได้เจอกับตัวเอง แล้วทำให้เข้าใจท่านมากขึ้น มาเรียงร้อยถ้อยคำใส่ทำนอง ให้เป็นบทเพลงที่แต่งขึ้นมาเพื่อแม่คนเดียว รับรองได้ว่าท่านจะต้องมีความสุขและรู้สึกภูมิใจในตัวมากขึ้นอีกแน่นอน หรือถ้าหากคุณไม่ถนัดในด้านการแต่งทำนองเพลง ก็เลือกเพลงที่มีดนตรีเพราะ ๆ แล้วดัดแปลงเนื้อเพลงใหม่ โดยใส่สิ่งที่คุณคิดลงไปแทน เท่านี้ก็จะได้บทเพลงสุดพิเศษ เพื่อมอบให้คุณแม่ของคุณในวันสำคัญต่างๆแล้วล่ะ

เชื่อว่าตั้งแต่เล็กจนโต คุณคงได้เรียนรู้เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับคำว่า แม่ ทั้งบทเรียนในหนังสือ และคำสอนต่าง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงของสังคมนั้น แม่คือบุคคลซึ่งได้อบรมเลี้ยงดูเรามาไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใดก็ตาม เป็นผู้ที่คอยให้ความรัก ความอบอุ่น อีกทั้งยังคอยชี้แนะแนวทางที่ถูกที่ควรให้แก่เรา ซึ่งในบางครั้งแม่ก็ไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเสมอไป

หลายคนอาจจะคิดว่าคนที่ไม่มีแม่ ก็คือคนที่ชีวิตไม่สมบูรณ์ ทำให้กลายเป็นคนมีปัญหา แต่ในความจริงนั้น คนเราเกิดมาเพื่อรับความรักอันยิ่งใหญ่เสมอ เมื่อคุณลองมองไปรอบตัวคุณอาจจะพบว่า เขาคนนี้อยู่ใกล้คุณมากจนทำให้คุณไม่เคยนึกถึง และไม่ว่าเขาจะเป็นคนที่คุณเจอช้าหรือเร็วแค่ไหน แต่ถ้าเขาพร้อมทำทุกอย่าง สามารถเสียสละได้ทุกอย่างเพื่อให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ความรักของเขาคนนั้นก็ไม่น้อยไปกว่าความรักจากแม่เลยล่ะ

เรียกได้ว่าเป็นวิธีบอกรักแม่ที่เหมาะสำหรับคนขี้อาย และคนที่พูดไม่เก่งเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะบทเพลงสามารถได้ทอดให้คนฟังรับรู้ความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง แถมยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความเอาใจใส่ที่จะนำเสนอของขวัญที่คุณตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อคนคนเดียวอีกด้วย เป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่น่ารักมาก ๆ เลยล่ะนะ