You Are My Sunshine เมามายในเหมืองศึกษา

มหาลัยเหมืองแร่ คือผลงานที่สรรค์สร้างต่อยอดมาจากการรวมเรื่องสั้นของคุณ อาจินต์ ปัญจพรรค์ เรื่อง เหมืองแร่ อันว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มผู้พลัดหลงกับเส้นทางแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับพลัดจับพลูไปที่เหมืองแร่แห่งหนึ่งทางใต้ ผจญชีวิตตรากตรำกับการถลุงแร่และงานที่หนัก แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลมาอย่างมากมายและขึ้นแท่นเป็นหนังในดวงใจของใครหลาย ๆ คนอีกด้วย สุดท้ายคงหนีไม่พ้นเพลงหนึ่งที่ติดอยู่ในใจของคนดูอย่างตราตรึง

มาหาไรที่เหมืองแร่

You Are My Sunshine เป็นเพลงที่ถูกร้องขึ้นครั้งแรกโดยนายฝรั่งแซมตอนแกกำลังเมาหัวราน้ำอยู่ในบ้านของตัวเอง และเหล่าลูกน้องที่มาร่วมดื่มก็กลายเป็นลูกคู่ลูกรับในเพลงนี้ โดยร่วมขับร้องไปด้วยกัน ด้วยน้ำเสียงของชายฉกรรจ์แต่กลับมาร้องเพลงรักหวานซึ้ง เรื่องเพราะไม่เพราะนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หากแต่เพลงนี้จะถูกร้องขึ้นทุกครั้งที่เมากรึ่มได้ที่ กอดคอไกวขาไปด้วยกันอย่างรื่นเริง พังทลายกำแพงลูกพี่ลูกน้องลง เหลือแต่เพื่อนผู้ชายที่เอาใจคุยกัน

Johnny Cash ผู้เป็นเจ้าของบทเพลงอาจไม่รู้ตัวเลยว่า ตนเป็นศิลปินคนโปรดของนายแซมและคนงานที่เหมืองกระโสมไม่รู้กี่สิบชีวิต และแน่นอนว่าสำหรับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วไม่สามารถนำเพลงนี้ออกไปจากจิตใจได้

You Are My Sunshine เวอร์ชันที่ชาวเหมืองร่วมกันร้องแตกต่างจากเวอร์ชันต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง เพราะมันเต็มไปด้วยความไร้สติ ความเมามายและครื้นเครงอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม เพลงนี้ได้ถูกใช้ในการปิดเครดิต ซึ่งทำเอาหลาย ๆ คนในโรงภาพยนตร์ตอนนั้นนั่งรออยู่ในโรงตอนหนังจบโดยไม่ได้คาดหวังฉากพิเศษหลัง End Credit แต่อย่างใด

เหมืองแร่กับเพลงรักดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลกัน แต่หนังเรื่องนี้ก็ผสมผสานมันเข้ากันได้อย่างดี แม้ในเรื่องมหาลัยเหมืองแร่จะไม่ได้เน้นพูดถึงเรื่องความรักมากนักก็ตาม แต่ตัวละครอาจินต์ในเรื่องนี้ก็เข้าถึงแก่นของเพลง You Are My Sunshine ได้อย่างลึกซึ้ง จากการกอดคอกับเจ้านายที่เขารักและนับถือ ร่วมดื่มเหล้าสาบานไปด้วยกัน เหมืองแร่กลายเป็นบ้าน และการขุดลงไปใต้พื้นดินเพื่อหาแร่ก็เหมือนการขุดหลุมเพื่อฝังตัวเองไปกับการตรากตรำทำงาน แล้วค่อยชโลมใจให้หายเหนื่อยด้วยน้ำเมา และเสียงเพลงในเวลาถัดมา

ทำนองแห่งความบากบั่นและรักใคร่

เพลง You Are My Sunshine คืออนุสรณ์ความรักระหว่างอาจินต์กับเหล่าผองเพื่อนที่ทำงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับนายฝรั่งอย่างแซม ที่ร่วมจมหัวลงท้ายไปด้วยกันทุกสถานการณ์ นับเป็นเรื่องน่าสนใจที่ตัวหนังเลือกใช้เพลงรักในการเล่าเรื่องความรักเช่นกัน หากแต่เป็นความรักคนละรูปแบบที่ทำให้ผู้ชมมีประสบการณ์ร่วมได้อย่างน่าประทับใจ และเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าเมื่อหนังจบจนขึ้น End Credit แล้ว เพลงประกอบภาพยนตร์เพลงนี้จะดังก้องอยู่ในหูของผู้ร่วมทางกับอาจินต์ไปอย่างไม่รู้ลืม

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/FpghFFfZL6NU1KUS6