กฎหมายลิขสิทธิ์ทางปัญญา ปัญหาใหญ่น่ากลัวสำหรับศิลปิน

หากใครที่ติดตามโซเชียลอย่างต่อเนื่องคงเคยเห็นข่าวของนักร้องหนุ่มท่านหนึ่งที่เผยให้เห็นอีกมุมมองหนึ่งของการใช้ชีวิต เป็นศิลปินมือถือไมค์ร้องเพลงในเวลากลางคืน และแปลงร่างเป็นผู้ต้องหาโดนใส่กุญแจมือในตอนกลางวัน อย่างนักร้องหนุ่ม กะลา ที่ต้องเดินทางขึ้นศาลไปทั่วประเทศจากกรณีพิพาทลิขสิทธิ์เพลงดังเพลงหนึ่ง

                นั้นแสดงให้เห็นว่าการมีชีวิตเป็นนักร้องหรือศิลปินไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครๆ คิด เพราะเครื่องมือทำมาหากินอย่างบทเพลงก็สามารถทำให้ถูกจับกุมได้เช่นกัน ด้วยตัวสาเหตุมาจากคำว่า ลิขสิทธิ์ทางปัญญา ที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของบทเพลง หากใครทำการละเมิดลิขสิทธิ์บทเพลงนั้นๆ นำไปร้องโดยไม่ได้รับอนุญาตก็คงไม่รอดพ้นบทลงโทษทางกฎหมาย

ศิลปินต้องรู้เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์

                ในปัจจุบันเรื่องของลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญากลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่ศิลปินต้องทำความเข้าใจ เรียนรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงโดยการเผยแพร่ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของต้องมีโทษทางอาญาทั้งจำและปรับ ตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และเจ้าของยังสามารถเรียกร้องสิทธิค่าเสียหายทางแพ่งได้อีกด้วย ฉะนั้น หากจะขึ้นร้องเพลงที่ใดควรตรวจสอบให้ดีว่า ห้างนั้น ผับบาร์นั้น สามารถร้องเพลงอะไรได้และเพลงไหนร้องไม่ได้ ดีกว่าต้องมานั่งเสียเวลาถูกดำเนินคดี

อยากร้องต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์

                ขึ้นชื่อว่าทรัพย์สินทางปัญญา นั้นหมายความว่าข้อความหรือบทเพลงนั้นคือทรัพย์สินที่เกิดจากปัญญาของนักแต่ง ต่อให้ศิลปินจะร้องเพลงนี้ออกมาจนโด่งดังมากเพียงใด หากไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ กับบทเพลงนี้ได้ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันสิทธิประโยชน์ของผู้ริเริ่ม มิใช่ปกป้องผู้ป้องนำความคิดริเริ่มนั้นไปใช้ ฉะนั้น หากศิลปินเกิดหลงรักหรือผูกพันกับบทเพลงนั้นมากๆ เพราะเป็นบทเพลงแรกของชีวิตการร้องเพลงก็ดีหรือเป็นบทเพลงสร้างชื่อเสียงก็ดี ก็ต้องดำเนินการขอใช้สิทธิ์ในการร้องเพลงจากเจ้าของ เพื่อป้องกันกรณีเกิดข้อพิพาทฟ้องร้องกันภายหลัง โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข

– การซื้อลิขสิทธิ์ โดยการยื่นจ่ายเงินขอซื้อบทเพลงนั้นๆ จากเจ้าของ หากสามารถตกลงยินยอมกันได้ก็ทำการซื้อขายและบทเพลงนั้นก็จะเกิดการโอนย้ายเปลี่ยนมือ ศิลปินก็จะสามารถนำเพลงนี้ไปร้องที่ไหนอย่างไรก็ได้

– การตกลงร่วมกันระหว่างสังกัดใหม่และสังกัดเก่า กรณีเช่นนี้มักเกิดขึ้นกับศิลปินที่มีการย้ายสังกัดแต่บทเพลงนั้น เป็นเพลงของต้นสังกัดเก่า ทั้งสองสังกัดจึงต้องทำการตกลงร่วมกันให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องกันขึ้น

– การจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในทุกๆ ครั้งที่นำเพลงไปร้อง นี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในกรณีที่เจ้าของไม่ยินยอมขายสิทธิ โดยอนุญาตให้ศิลปินสามารถนำเพลงไปร้องได้แต่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทุกๆ ครั้งที่นำเพลงไปใช้ จะเห็นได้ว่าเรื่องของลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ศิลปินจะมองข้ามได้อีกต่อไป เพราะนั้นหมายถึงความเสี่ยงในการถูกจับกุม ถูกดำเนินคดี และนั้นก็ยังหมายถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา ฉะนั้น อย่าให้เสียงร้องที่หายไปในแต่ละคืนเพื่อแลกกับค่าจ้างหมดไปกับเรื่องที่ควรรู้แต่ไม่รู้เลยจะดีกว่า