เลือกเพลงรักโดนใจ เติมความหวานให้งานแต่งงาน

สำหรับคู่รักทุกคู่แล้ว วันแต่งงานนับเป็นวันสำคัญมาก ๆ วันหนึ่ง เพราะเป็นวันที่ประกาศว่าทั้งคู่จะได้เริ่มต้นใช้ชีวิต และสร้างครอบครัวด้วยกันอย่างเป็นทางการ ดังนั้น การจัดงานแต่งงานจึงเป็นเรื่องที่คู่บ่าวสาวเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ เพื่อให้งานในวันพิเศษนี้มีความสมบูรณ์แบบ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในงานแต่งงานทุกงานก็คือเสียงเพลง ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศให้อบอวลไปด้วยความรักความอบอุ่น

จ้างวงดนตรี หรือเปิดเพลง?

ปัจจุบัน การจ้างนักร้องนักดนตรีมืออาชีพมาเล่นในงานแต่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะให้อารมณ์ของการฟังดนตรีสด และวงดนตรีที่เล่นงานแต่งเป็นประจำส่วนใหญ่ก็จะมีลิสต์เพลงเพราะ ๆ ที่เหมาะสำหรับงานแต่งงานอยู่แล้ว ก็อาจจะวางใจให้นักดนตรีจัดเพลงให้เลย แต่ถ้าหากว่าคู่บ่าวสาวอยากได้เพลงอะไรเป็นพิเศษก็สามารถเพิ่มลงไปในลิสต์ได้ หรือถ้าหากอยากประหยัดงบโดยการไม่จ้างวงดนตรี การเปิดเพลงก็เป็นทางเลือกที่แน่นอนดี ว่าจะได้เพลงถูกใจแน่นอน ซึ่งงานนี้คู่บ่าวสาวอาจจะจัดลิสต์เพลงเอง หรือวานเพื่อน ๆ ช่วยเปิดให้ก็ย่อมทำได้

เพราะ ๆ ซึ้ง ๆ ในช่วงพิธีการ

งานแต่งงานในช่วงงานเลี้ยงเย็น มักจะมีแพทเทิร์นคล้าย ๆ กันในช่วงของพิธีการ นั่นคือจะประกอบด้วย ช่วงก่อนเริ่มงาน คือช่วงที่รอแขกเข้างาน ช่วงนี้ก็จะนิยมใช้เพลงเพราะ ๆ ความหมายดี ๆ จังหวะพอโยกได้ เพื่อสร้างบรรยากาศ จากนั้นเมื่อเริ่มพิธีการ เมื่อพิธีกรเริ่มกล่าวทักทายแขก และอาหารเริ่มเสิร์ฟแล้ว ก็จะประกอบด้วยช่วงต่าง ๆ ที่สำคัญ ดังนี้

  • ช่วงเปิดตัวบ่าวสาว – ถือเป็นช่วงไฮไลท์เลยก็ว่าได้ เพลงที่เปิดประกอบจึงมักจะเป็นเพลงที่หวานที่สุดเท่าที่จะหวานได้ เช่น A Thousand Years หรือ Lover’s Concerto หรืออาจเป็นเพลงบรรเลงอย่าง Canon in D หรือบางที เจ้าบ่าวเจ้าสาวอาจจับไมค์ร้องเพลงกันเองก็ได้เหมือนกัน ถ้ามั่นใจว่าเอาอยู่
  • ช่วงตัดเค้ก/รินไวน์/ลอดซุ้มกระบี่ – ในช่วงนี้ก็มักจะใช้เพลงช้าที่ความหมายดี ๆ อย่างเพลง All of me หรือถ้าเพลงไทยยอดนิยมสำหรับงานแต่งงาน ก็คือเพลง “รัก” ที่ขับร้องโดย ปุ๊ อัญชลี
  • ช่วงโยนดอกไม้ – ช่วงนี้เป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้สาวโสด ได้ออกมาเสี่ยงดวงกัน เพลงจังหวะคึกคัก สนุก ๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความโสด ก็จะช่วยสร้างสีสันให้กับงานได้ เช่น เอิ้ว ของ Lipta หรือเพลงฮิตล่าสุดอย่างคุกกี้เสี่ยงทาย ก็ใช้ได้เหมือนกัน

ปิดท้ายด้วยความมันในช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้

เมื่อถึงช่วงนี้ โทนของงานจะเปลี่ยนไป ถือเป็นช่วงที่สนุกสนานที่สุดในงาน เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้สังสรรค์เฮฮากันอย่างเต็มที่ ช่วงนี้จะเป็นช่วงอิสระ เลือกเพลงไหนก็ได้ไม่ต้องแคร์ความหมาย ไม่ต้องคุมโทน จะเพลงร็อค หรือลูกทุ่ง ถ้าเต้นได้ก็ใช่หมด และหากจ้างวงดนตรี ช่วงนี้อาจมีการขึ้นมาร้องแจมของบรรดาเพื่อน ๆ หรือถ้าหากไม่ได้จ้างนักดนตรี ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงคาราโอเกะที่ทุกคนรอคอย เพื่อที่จะได้ปล่อยของ โชว์ความเทพในการร้องเพลง

ไม่ว่าจะจัดงานที่ไหน ธีมงานแบบใด เสียงเพลงก็ช่วยสร้างบรรยากาศ และความสนุกสนานได้เสมอ