อาชีพนักพากย์ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุกเสียงในภาพยนตร์และการ์ตูนเรื่องโปรด

หากนักแสดงคือผู้ที่ทำการแสดงผ่านหน้าตาและท่าทาง นักพากย์ก็คงเป็นผู้ที่ทำการแสดงผ่านน้ำเสียง อาชีพนักพากย์นี้เปรียบเสมือนอาชีพที่อยู่ในมุมมืด ไม่ใช่เพราะว่าเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ดี แต่เป็นเพราะการพากย์เสียงคืองานที่ดำเนินอยู่เบื้องหลังฉากและหน้าจอ หลบจากสายตาของผู้คนและใช้เสียงของตนเองในการสวมบทบาทเป็นคาแรคเตอร์ต่าง ๆ นักพากย์คืออาชีพที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในวงการสื่อหลายแขนง ทั้งการพากย์เสียงบรรยายในภาพยนตร์, พากย์เสียงตัวละครในแอนิเมชัน, พากย์เสียงบรรยายการแข่งขันกีฬา หรือพากย์เสียงโฆษณาสินค้าและบริการ

Voice Over Artist อาชีพของนักพากย์เสียงในภาพยนตร์และรายการทีวี

                นักพากย์เสียงก็เหมือนกับอาชีพอื่น ๆ ที่มีสาขาแยกย่อยในสายอาชีพของตัวเอง เช่นเดียวกันกับหมอที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง นักพากย์ประเภทหนึ่งที่จะกล่าวถึง คือนักพากย์แบบ Voice – Over Artist ซึ่งมีความหมายว่าเป็นนักพากย์สำหรับวงการภาพยนตร์ และรายการที่ออกอากาศทั่วไป สำหรับภาพยนตร์ก็จะพากย์ในส่วนของ “ตัวอย่างภาพยนตร์” เป็นหลัก รวมถึงการพากย์บทบรรยายที่อาจมีบ้างประปรายในแต่ละเรื่อง

                Redd Pepper คือชื่อของนักพากย์ชาวอังกฤษที่โด่งดังมาก ๆ คนหนึ่ง เขาพากย์เสียงตัวอย่างภาพยนตร์และรายการทีวีจำนวนมาก หากลองนึกดูดี ๆ เราจะพบว่าในบรรดาตัวอย่างภาพยนตร์เวอร์ชันภาษาอังกฤษ จะมีอยู่เสียงหนึ่งที่เรามักจะได้ยินเสมอ เป็นเสียงของผู้ชายที่มีความ ทุ้ม ต่ำ ลึก อยู่ในโทนเบส และมักจะเริ่มต้นการบรรยายในรูปแบบคลาสสิก ด้วยการพูดว่า “In a world…..”  เสียงนี้เองคือเสียงที่พากย์โดย Redd Pepper ด้วยเสียงที่มีเอกลักษณ์แสนชัดเจน เขาจึงมีผลงานการพากย์ตัวอย่างภาพยนตร์มากกว่าร้อยเรื่อง และในจำนวนนั้นก็มีภาพยนตร์เก่าที่โด่งดังหลายเรื่อง เช่น Men in Black, The Blair Witch Project, Space Jam, Amistad และเรื่องอื่น ๆ จนอาจกล่าวได้เสียงของเขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ และมาตรฐานของเสียงผู้บรรยายในตัวอย่างภาพยนตร์ไปแล้ว

Voice Actor กับการเจาะจงพากย์เสียงในแอนิเมชันสำหรับเด็ก

                ดังที่ได้กล่าวไปว่านักพากย์เสียงก็จะมีแนวที่ถนัดเป็นของตนเอง สำหรับ Tara Strong นักพากย์ชาวแคนาดา-อเมริกันก็เช่นเดียวกัน เธอมีความถนัดในการพากย์เสียงตัวละครในการ์ตูนสำหรับเด็ก ซึ่งหลาย ๆ เรื่องก็เป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เธอคือเบื้องหลังของบรรดาเสียงมากกว่า 80 ตัวละคร เชื่อว่าใครหลายคนน่าจะเคยได้ยินผ่านหู แต่ไม่รู้มาก่อนว่ามาจากคนเดียวกัน เช่น เสียงของ Raven ในเรื่อง Teen Titans, เสียงของ Bubble ใน The Power Puff Girl, เสียงของ Timmy Turner ใน The Fairly OddParents และ เสียงของ Batgirl ใน Batman ตอนต่าง ๆ สิ่งที่น่าสนใจคือแม้ว่า Tara จะต้องพากย์ตัวละครจำนวนมาก แต่เธอก็ไม่ได้เกิดความสับสน เธออธิบายว่า เหมือนกับว่าเธอได้สร้างคาแรคเตอร์คู่กับเสียงเหล่านั้นไว้ในหัว แล้วคาแรคเตอร์ต่าง ๆ ก็สลับกันออกมาเมื่อถึงเวลาพากย์แต่ละเรื่อง

                จากเรื่องราวของทั้ง Redd Pepper และ Tara Strong ในฐานะ Voice – Over Artist หรือ Voice Actor ทำให้ได้เห็นว่านักพากย์คงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ไม่ง่าย และมีความท้าทาย จากการที่ต้องควบคุมเสียงให้เป็นเหมือนเดิมตลอด แต่ถ้าสามารถทำได้ ก็น่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ทำแล้วรู้สึกสนุกและมีความสุขไม่น้อย เพราะได้สร้างสรรค์เสียงของตัวเองเพื่อเพิ่มสีสันให้กับตัวละคร

5 บทเพลงที่ถูกเลิกไปประกอบในเกมที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงต้องบอกว่า เพลงประกอบเกม เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกมมีความสนุกสนาน และมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเล่นเกม sound & effect ประกอบเกมจะทำให้เกมมีสีสันมากขึ้น จึงไม่แปลกที่เกมแนว action หรือแม้แต่รูปแบบต่าง ๆ จะต้องมีดนตรีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเพิ่มอรรถรสให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างมาก วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำ 5 เพลงประกอบเกมที่น่าสนใจ และช่วยสร้างความฮึกเหิมเวลาเล่นได้ดี

1. Bloodborne – Cleric Beast

                เกมแนวการต่อสู้ ที่เน้นทางด้านการโจมตีที่รุนแรง ยิ่งใหญ่ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการบรรเลงของดนตรีประกอบ ตลอดการเล่นเกม จะช่วยบิ้วท์อารมณ์ของเกมเมอร์ให้ฮึกเหิม ไม่ถอย พร้อมจะบุกรุกเข้าไปสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุเดือด นับว่าเป็นเพลงประกอบเกมที่จะช่วยผลักดันเหล่าเกมเมอร์ให้สนุกสนาน และสร้างความประทับใจที่ไม่ลืมเลือนไปจากความทรงใจได้เป็นอย่างดี

2. God of War – Overture

                ดนตรีที่มีการประกอบการเล่นเกม ที่สร้างความตรึงตราใจ และความแอคทีฟให้ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงประกอบเกมจาก Bear McCreary ซึ่งการบรรเลงของดนตรีช่วยให้เกมมีความท้าท้าย ความหลงใหล และน่าเล่นมากยิ่งขึ้นไป สำหรับเกมนักรบเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ที่พร้อมจะปลุกระดมความฮึกเหิมในจิตใจให้คุณพร้อมที่จะสู้และฝ่าฟันกับทุกอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่ นอกจากเกมนี้จะใช้สำหรับการเล่นเกมแล้ว หากคุณได้เปิดฟังในขณะที่กำลังวางเดิมพันบนเว็บ VWIN ก็จะทำให้เพิ่มอรรถรสได้เช่นกัน

3. Dovahkiin – The Elder Scrolls V: Skyrim

                เพลงนี้นับว่าเป็นเพลงในตำนานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมส์ และน่าจะต้องเคยฟังกันไม่มากก็น้อย เพราะด้วยความที่เพลงนี้ปลุกความฮึกเหิมให้กับการเล่นเกมให้ผู้เล่นมีความรู้สึกที่พร้อมจะลุยและฟันฝ่าอุปสรรคและขวากหนามที่ขวางอยู่ข้างหน้า นับว่าเป็นเพลงที่ตราตรึงใจอยู่ในดวงใจของผู้เล่นเกมจำนวนมาก

4. Main Menu Theme – Dark Souls 3               

                เป็นเพลงประกอบเกมที่สุดยอด และยิ่งใหญ่มากในหลาย ๆ ด้าน ที่บรรเลงออกมาได้น่าประทับใจ น่าติดตาม ซึ่งเป็นบทปิดฉากเกมที่น่าสนใจ และปลุกความกระปรี้กระเปร่า ความกระฉับกระเฉงในตัวผู้เล่นได้ดีมาก

5. The Witcher3: Wild Hunt – Sword of Destiny

                หากคุณเป็นหนึ่งในเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแนวดาร์ก ๆ หน่อย คงจะไม่พลาดเกมนี้ ซึ่งเป็นเกมคุณภาพ ที่ได้รับเป็น Game of the Year 2015 เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีเพลงประกอบเกมที่ช่วยปลุกอารมณ์ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี การผจญภัยที่สุดแสนจะท้าทาย เพื่อทดสอบพลังจิตในตัวคุณให้มีความกล้าลุย กล้าที่จะสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุดัน

                อาจกล่าวได้ว่า เหล่าเกมเมอร์ทุกคนที่เล่นเกมนั้นคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เพลง หรือ ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการเล่นเกมนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยบิ้วท์อารมณ์และความฮึกเหิมในใจของผู้เล่นได้ดีมาก หากขาดสิ่งนี้ไป คงจะทำให้สูญเสียอรรถรสในการเล่นเกมลงไปเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

James Cameron ผู้กำกับของภาพยนตร์ที่ทำเงินได้มากที่สุดในโลก

การที่จะสร้างภาพยนตร์ที่ดีสักเรื่อง จำเป็นที่จะต้องใช้ทุนมหาศาลในการสร้าง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้สร้างจะคาดหวังให้ภาพยนตร์ของตนประสบความสำเร็จ คำว่า “ภาพยนตร์ที่ดี” อาจจำกัดความได้ว่าต้องเป็นภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน ทั้งเนื้อเรื่อง, บท, วิธีการเล่าเรื่อง, ฉาก, กราฟิก, แสง, สี, เพลงประกอบ, รวมทั้งเสื้อผ้าหน้าผม กล่าวได้ว่ามีรายละเอียดมากมายที่ต้องใส่ใจ โดยผู้ที่มีหน้าที่สำคัญในการดูและกำหนดภาพรวมของทุก ๆ ด้านที่ว่ามานี้ คือ “ผู้กำกับ” ดังนั้นสายตาและดุลยพินิจของผู้กำกับ จึงมีผลอย่างมากต่อโอกาสที่ภาพยนตร์จะประสบความสำเร็จ

Titanic ภาพยนตร์ในตำนานที่ทำเงินมหาศาลจากฝีมือ James Cameron

James Francis Cameron เป็นชาวแคนนาดา เกิดในเดือนสิงหาคม ปีค.ศ.1954 เขาเป็นทั้งผู้กำกับ คนตัดต่อ และนักสิ่งแวดล้อม ที่ได้เป็นผู้กำกับของภาพยนตร์ที่ทำเงินมากที่สุดในโลกถึง 2 เรื่อง จาก 3 อันดับแรก เขาเคยได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม และรางวัลตัดต่อหนังยอดเยี่ยมจากหลายรางวัลสำคัญทั่วโลก เช่น Oscars และ Golden Globe แน่นอนว่าทั้งรางวัลและจำนวนกำไรมหาศาลเหล่านี้ คือสิ่งที่การันตีความสามารถ เทคนิค และวิสัยทัศน์ในการกำกับของเขาได้เป็นอย่างดี        

Titanic คือชื่อของภาพยนตร์ระดับตำนาน ที่กล่าวได้อย่างมั่นใจว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นชื่อแจ็คกับโรส, ท่ายืนกางแขนที่หัวเรือ หรือบทเพลง My Heart Will Go On ที่ขับร้องโดย Celine Dion ต่างก็เป็นสิ่งที่ผู้คนจากทั่วโลกจดจำและกล่าวถึงเรื่อยมา เนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้อ้างอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เข้าฉายครั้งแรกในปีค.ศ.1997 นำแสดงโดยนักแสดงที่มีดีทั้งหน้าตาและความสามารถอย่าง Leonardo DiCaprio และ Kate Winslet ที่ปัจจุบันต่างก็ได้รางวัล Oscars แล้วทั้งคู่ Titanic เคยครองตำแหน่งภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกนานถึง 12 ปี จนเมื่อเรื่อง Avatar และ Avengers: Endgame เข้าฉาย Titanic จึงตกเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยที่ยังคงอยู่ในสามอันดับต้นได้นานขนาดนี้

James Cameron กับการทำลายสถิติเดิมของตัวเองด้วยเรื่อง Avatar

                 นอกจากความสามารถในการกำกับและตัดต่อแล้ว James Cameron ยังเป็นผู้ที่สนใจและชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ ดังที่จะเห็นได้จากภาพยนตร์อีกสองเรื่องที่มีชื่อเสียงของเขา ได้แก่ The Terminator และ Avatar โดยเรื่อง Avatar นี้ได้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกเป็นอันดับหนึ่ง ทุบสถิติเดิมของเขาในเรื่อง Titanic และยังคงรักษาตำแหน่งไว้ได้ แม้เรื่อง Avengers: Endgame เข้าฉายก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ Avatar คือภาพยนตร์แนว Science-fiction ที่มีจุดเด่นจากเนื้อเรื่องที่น่าสนใจและกราฟิกของเรื่องที่มีความสวยงาม สมจริง ยิ่งใหญ่ ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ James เริ่มเขียนเรื่องนี้ไว้นานมากแล้ว ตั้งแต่ปีค.ศ. 1994 แต่เพราะว่าตอนนั้นเทคโนโลยีและเทคนิคในการทำกราฟิกของภาพยนตร์ ยังไม่สามารถทำได้เท่าที่เขาต้องการ ด้วยเหตุนี้ภาพยนตร์จึงสร้างเสร็จและฉายในปีค.ศ.2009    

การที่ James Cameron ประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ ไม่ได้เกิดจากการที่เขามีโชคช่วย แต่เกิดจากพรสวรรค์, ความมุ่งมั่น, ความตั้งใจ, ความกล้าคิด กล้าทำ, การสั่งสมทักษะ และการรู้จริงในเรื่องที่ทำ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้ผลงานของเขาพิเศษกว่าคนอื่น จนได้กลายเป็นภาพยนตร์ระดับตำนาน ที่ทำรายได้มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเสมอ

World of Warcraft และ Dark Souls III เกมที่มีเพลงประกอบสุด Epic

เกมประเภทหนึ่งที่วัยรุ่นหลายคนนิยมเล่น คือเกมประเภทสวมบทบาท ที่ในเกมจะมีเรื่องราวความเป็นมา มีตัวละครซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน แล้วผู้เล่นก็จะได้รับบทบาท เพื่อไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ในเกมก็ยังมีเพลงประกอบในแต่ละฉากอีกด้วย เมื่อลองพิจารณาตามนี้แล้ว อาจกล่าวได้ว่าเกมกับภาพยนตร์เป็นสิ่งที่คล้ายกันมากเลยทีเดียว ด้วยองค์ประกอบที่มีเหมือนกัน ทั้งเรื่องราว, ตัวละคร, ฉาก, และเพลงประกอบ โดยเพลงประกอบในบางเกมนั้นมีคุณภาพระดับที่สามารถใช้กับภาพยนตร์ได้เลยทีเดียว ความต่างระหว่างสองสิ่งคงเป็นการที่เกมมีไว้เล่น แต่ภาพยนตร์มีไว้ชม

แม้เกมจะเก่า แต่เพลงยังเก๋า World of Warcraft กับเพลงดีจำนวนมาก

คำว่า “Epic” มีความหมายว่า “มหากาพย์” เป็นคำที่มักจะถูกใช้ควบคู่กับคำอื่น เช่น “Epic Song” ซึ่งหมายถึงเพลงที่มีความยิ่งใหญ่ อลังการ ทำนองว่าเมื่อฟังแล้วจะทำให้รู้สึกตื่นเต้นหรือขนลุก เราสามารถพบเพลงประเภทนี้ได้ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งหลาย เช่น Lord of the Rings, The Hobbit, Harry Potter เป็นต้น แต่นอกจากนั้นยังสามารถพบในเกมได้อีกด้วย เช่นเกมที่มีชื่อว่า World of Warcraft หรือที่ผู้เล่นเขียนกันย่อ ๆ ว่า WoW

เกมนี้เริ่มต้นผลิตมาตั้งแต่พ.ศ.2547 โดยบริษัท Blizzard Entertainment นับเป็นอีกหนึ่งเกมออนไลน์ที่มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน เกมนี้เป็นเกมที่มีจำนวนหลายภาค ทั้งภาคหลัก 6 ภาคและภาคเสริมอื่น ๆ เนื้อเรื่องของเกมจะเกี่ยวกับการเป็นนักรบ การต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ ทำให้เป็นเกมที่มีเพลงประกอบแนว Epic ดี ๆ จำนวนมากมายหลายเพลย์ลิสต์ ยิ่งไปกว่านั้นเกมนี้ก็ยังมีเพลงประกอบที่เป็นดนตรีแนวอื่นด้วย เช่นดนตรีไอริชแบบดั้งเดิม ซึ่งก็มีความไพเราะไปอีกแบบ ใน Youtube ถึงกับมีผู้เล่นคนหนึ่งที่มา Comment แชร์ประสบการณ์ว่าเธอและสามีเป็นนักดนตรีบำบัด และได้นำบางเพลงของเกมนี้ไปใช้กับคนไข้ ซึ่งสามารถช่วยให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้จริง ๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เพลงของ World of Warcraft จะปรากฏอยู่ในเพลย์ลิสแนะนำเพลงประกอบเกมของหลาย ๆ แชนแนลเสมอ

จบภาคสุดท้ายของเกมอย่างสวยงาม ด้วยเพลงที่น่าจดจำใน Dark Souls III

Dark Souls III นั้นเป็นภาคสุดท้าย ถือเป็นบทสรุปของเกมนี้ ที่เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2552 พัฒนาโดยบริษัท FromSoftware เป็นอีกเกมแนวสวมบทบาทที่มีเนื้อเรื่องยิ่งใหญ่อลังการ เกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อกอบกู้โลกที่กำลังจะล่มสลาย ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นภาคที่มีเพลงประกอบแนว Epic ดี ๆ เช่นกัน โดยแค่ภาคนี้ภาคเดียวก็มีเพลงประกอบมากถึง 24 เพลง อีกทั้งยังประพันธ์จากนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่นทั้งหมดเสียด้วย สามารถการันตีได้เลยว่าแม้จะฟังเพลงโดยไม่ได้เล่นเกม หรือรับรู้เรื่องราวมาก่อน ก็สามารถรู้สึกถึงพลังที่เพลงเหล่านั้นส่งออกมา และทำให้ขนลุกได้อยู่ดี

สำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้วอาจจะทราบดีว่าเกมสามารถให้อะไรได้มากกว่าที่เราคิด ทั้งความสนุก, ทักษะการทำงานเป็นทีม, การควบคุมอารมณ์ และประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบเล่นเกมก็ไม่ได้แปลว่าเสียเปรียบ เพราะการที่จะได้อะไรดี ๆ จากเกมนั้นไม่จำเป็นต้องมาจากการเล่นเสมอไป แค่ฟังเพลงเพราะ ๆ อย่างที่ World of Warcraft และ Dark Souls III มีให้ ก็นับว่าคุ้มค่าพอแล้ว

Jazz Radio ฟังเพลงได้ตลอดเวลา วิทยุออนไลน์เอาใจคนสายแจ๊สโดยเฉพาะ

Jazz คือแนวดนตรีประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว โดยเริ่มต้นจากชาวแอฟริกันในประเทศอเมริกา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็กลายเป็นแนวดนตรีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยรวมแล้วแจ๊สถือเป็นดนตรีที่มีความสนุกสนาน แต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกและภาพลักษณ์โก้หรู เพลงแจ๊สนั้นสามารถใช้ได้ในหลาย ๆ โอกาส ทั้งบรรเลงสดอยู่ในร้านอาหาร, เปิดคลอในร้านคาเฟ่, หรือเปิดฟังในบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย เรียกได้ว่าเป็นแนวเพลงที่มีเสน่ห์ ไพเราะ และเหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกหลงรัก จนมีช่องทางในการฟังเพลงแจ๊สแบบออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย

มีมากกว่า 35 แชนแนล Jazz Radio ครอบคลุมเพลงแจ๊สหลายรูปแบบ

                Jazz Radio คือชื่อของวิทยุออนไลน์สำหรับฟังเพลงแจ๊ส โดยมีทั้งแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้จากอุปกรณ์ต่าง ๆ ใน Jazz Radio นี้ประกอบด้วยเพลงแจ๊สมากกว่า 35 แชนแนล ที่ดูแลและจัด Track เพลงโดยดีเจคนละคน ดังนั้นก็จะมีแชนแนลที่จำแนกในรูปแบบแตกต่างกัน บ้างก็เป็นแชนแนลที่แยกตามเครื่องดนตรี เช่น Piano Jazz, Saxophone Jazz, Guitar Jazz บ้างก็แยกตามการขับร้อง เช่น Vocal Legends, Smooth Vocals, Contemporary Vocals และการจำแนกแบบอื่น ๆ เช่น Paris Café, Bossa Nova, Mellow Jazz หรือ Jazz Ballads

ข้อดีของความเป็นวิทยุออนไลน์ คือทำให้ผู้ฟังไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเลือกเพลงเอง เพียงแค่เลือกแชนแนล แล้วดีเจก็จะจัด Play list แล้วเล่นเพลงตามนั้นให้ เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการหาเพลงฟังไปด้วย ทำงานไปด้วย ความจริงแล้วทุกคนสามารถฟังเพลงจาก Jazz Radio โดยไม่ต้องลงทะเบียนสร้างแอคเคาท์ก็ได้ แต่ว่าถ้ามีก็จะทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เพราะจะมีฟังก์ชัน Favorites ให้ผู้ใช้สามารถกดให้แชนแนลที่ชอบรวมอยู่ในส่วนนี้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่ทุกครั้งที่ต้องการฟัง อีกทั้งการลงทะเบียนนี้ก็สามารถทำได้ฟรี ๆ หรือถ้าใครที่อยากฟังเพลงด้วยคุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น และไม่มีโฆษณาก็สามารถทำได้ด้วยการสมัครสมาชิกแบบ Premium แต่แบบนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถเลือกรูปแบบการจ่ายเงินได้ 3 แบบคือ เดือนละครั้ง, ปีละครั้ง และสองปีครั้ง โดยเรทราคาก็จะต่างกันด้วย

ชอบก็บอกได้ ไม่ชอบก็บอกได้ Jazz Radio ใส่ใจทุกความต้องการ

                ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า Jazz Radio มีฟังก์ชันที่ให้ผู้ใช้กดชอบแชนแนลต่าง ๆ ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นฟังก์ชันที่พบได้ทั่วไปในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเพลงอื่น ๆ  แต่ความจริงแล้ว Jazz Radio ใส่ใจมากกกว่านั้น เพราะผู้ใช้ยังสามารถกดปุ่ม “Dislike” ให้กับเพลงที่ไม่ชอบได้อีกด้วย แล้วระบบก็จะนำเพลงนั้น ๆ ออกให้ นอกจากนี้แอคเคาท์ที่สร้างกับ Jazz Radio ยังสามารถใช้กับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเพลงแนวอื่น ๆ ในเครือเดียวกันได้อีกด้วย เช่น Classical Radio หรือ Rock Radio ซึ่งเป็นวิทยุออนไลน์จากเจ้าของเดียวกันนั่นเอง

                หากเป็นสิ่งที่มีค่าจริง ๆ ก็ย่อมไม่สามารถถูกแทนที่ได้ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเท่าไรก็ตาม เพลงคลาสสิกและการฟังเพลงจากวิทยุเองก็คงเป็นหนึ่งในสิ่งเหล่านั้นที่ยังคงมีคุณค่าต่อจิตใจของผู้คนเสมอ Jazz Radio อาจเป็นผลลัพธ์ของความคิดถึง ที่แม้เปลือกนอกจะถูกเปลี่ยนรูปแบบใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย แต่คุณค่าและเสน่ห์ภายในยังคงอยู่เหมือนเดิม

Asphalt 9 ภาคใหม่ของเกมแข่งรถในตำนาน ที่ไม่ได้มีดีแค่ภาพสวย

บนโลกนี้มีเกมอยู่หลากหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งดูจะสอดคล้องกับการที่มนุษย์แต่ละคนก็มีแนวเกมที่ชอบ หรือจุดประสงค์ในการเล่นแตกต่างกันไป เช่น บางคนชอบเล่นเกมที่ไม่ต้องคิดมาก เล่นได้เรื่อย ๆ สบาย ๆ บางคนชอบเล่นเกมที่มีความท้าทาย ต้องวางแผน บางคนเล่นเกมเพื่อความสนุกสนาน และบางคนก็เล่นเกมเพื่อฝึกสมอง เป็นต้น ก่อนหน้านี้เกมออนไลน์ส่วนมากจะสามารถเล่นได้แค่ในคอมพิวเตอร์ แต่ต่อมาเกมเหล่านั้นก็มีการพัฒนามากขึ้น จนสามารถเล่นในโทรศัพท์ได้ด้วย โดยหนึ่งในเกมที่มีมานาน และหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี คือเกมประเภทแข่งรถที่มีชื่อว่า “Asphalt” นั่นเอง

สนุก เร้าใจมากขึ้นกับฉากและเพลงประกอบใหม่ ๆ ใน Asphalt 9

Asphalt 9: Legends คือชื่อเต็ม ๆ ของเกม Asphalt ภาคใหม่ล่าสุดที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2561 นับว่าเป็นการเดินทางที่ยาวไกลมาก ๆ จากจุดเริ่มต้น หรือภาคแรกของเกมนี้ในปีพ.ศ. 2547 โดยมี Gameloft บริษัทเกมในประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้ผลิต ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตัวเกมก็ได้มีการพัฒนาในแต่ละด้านมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่หน้าตาของรถแข่งที่สร้างมาจากยี่ห้อรถที่มีอยู่จริง, การปรับแต่งรูปแบบรถได้ตามใจชอบ, รูปแบบในการแข่ง และฉากสนามแข่งที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย รวมถึงเพลงประกอบสุดเร้าใจที่มีให้ฟังตลอด ทั้งในหน้าเมนูและขณะแข่งรถ

เมื่อมาถึง Asphalt 9: Legends นี้ ทางผู้ผลิตก็ได้มีการต่อยอดจากภาคแปด ด้วยการเพิ่มเติมสิ่งใหม่ ๆ และปรับเปลี่ยนบางส่วนของเกมให้มีความสนุกสนาน น่าสนใจมากกว่าเดิม เช่น การเพิ่มฉากสนามแข่ง, การเพิ่มฟังก์ชันในการบังคับรถ, การเพิ่มตัวเลือกในการแต่งรถ และอื่น ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้ผู้เล่นหลายคนตกใจ คือเพลงประกอบของเกม ที่มีความไพเราะ กระตุ้นอารมณ์ และถึงใจมากกว่าเดิม หากใครที่ได้มีโอกาสลองเล่นทั้งภาคแปดและภาคเก้า จะทำให้เข้าใจได้ว่าเพลงประกอบในภาคเก้านั้น แทบจะใช้ฟังแทนเพลง POP-ROCK ของนักร้องดัง ๆ หรือใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ได้เลยทีเดียว เพราะองค์ประกอบของเพลงมีความสมจริง ไม่เหมือนเพลงประกอบเกมทั่วไปที่จะมีทำนอง จังหวะ หรือเสียงสูง-ต่ำเดียวกันตลอดทั้งเพลง

อยากสนุกด้วยเพลงแนวไหน Asphalt มีทางให้ลองเลือก

ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ว่าในเกม Asphalt จะมีเพลงประกอบทั้งในหน้าเมนูและขณะแข่งรถ โดยใน Asphalt 9 เพลงของหน้าเมนูจะเป็นเพลงแบบที่มีเนื้อร้อง มีคนขับร้องจริง แต่เพลงในขณะแข่งรถจะเป็นดนตรีอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เพลงที่ทำให้คนส่วนใหญ่ติดอกติดใจ แล้วหาดาวน์โหลดมาฟังต่อ จึงมักจะเป็นเพลงในหน้าเมนูนั่นเอง ถึงกระนั้น เพลงประกอบในขณะแข่งรถก็ไม่ได้น้อยหน้า เพราะตั้งแต่ภาคก่อน ๆ จนถึงภาคนี้ Asphalt ก็มีฟังก์ชันที่ให้ผู้เล่นสามารถเลือกแนวเพลงที่ต้องการจะฟังขณะแข่งรถได้เอง ซึ่งมีอยู่สามแนวด้วยกัน ได้แก่ Base, Rock และ Electronic

การที่จะเล่นเกมให้สนุก จำเป็นต้องมีเพลงดี ๆ ที่เหมาะสมประกอบด้วย บางเกมอาจสนุก แต่มีเพลงประกอบน่ารำคาญ หรือไม่เข้ากันก็ทำให้ผู้เล่นหมดอารมณ์ได้ ดังนั้นหากใครกำลังมองหาเกมที่ทั้งสนุก ภาพสวย และมีเพลงประกอบไพเราะ Asphalt 9: Legends คือเกมหนึ่งที่ไม่ควรพลาด แค่ลองเล่นเพียงสักครั้งแล้วคุณจะไม่มีทางผิดหวังอย่างแน่นอน

Foley Artists และ Sound Designer อาชีพของคนมีความคิดสร้างสรรค์

ปกติถ้ากล่าวถึงคำว่า “ออกแบบ” คนส่วนมากคงจะคิดถึงการออกแบบสิ่งที่เป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ เช่นการออกแบบสิ่งก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ หรือข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ แต่ว่าความจริงแล้วแม้แต่สิ่งที่เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้อย่าง “เสียง” ก็เป็นสิ่งที่สามารถออกแบบได้เหมือนกัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าการออกแบบเสียงนี้ได้กลายเป็นอาชีพจริงจัง ที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับคนบางกลุ่มเลยทีเดียว อาชีพแปลกประหลาดนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว ทว่าแท้จริงแล้วอยู่ใกล้เพียงใต้จมูก เพราะคนเหล่านี้ออกแบบเสียงเพื่อใช้ในภาพยนตร์นั่นเอง

รู้จักกับ Foley Artists และ Sound Designer

                Foley Artists และ Sound Designer มักจะเป็นสองคำที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน เพราะความหมายของ Foley Artists คือผู้ที่ทำซ้ำเสียงในชีวิตประจำวัน หมายความว่าอาจเป็นเสียงเดิน, กิน, เปิดประตู, ทุบประจก หรือเสียงใด ๆ ก็ได้ ส่วน Sound Designer ก็มีความหมายตรงตัวว่าเป็นนักออกแบบเสียง โดยปกติแล้วคนที่เป็น Foley Artists ก็มักจะเป็น Sound Designer ด้วย เหตุผลที่ต้องมีการทำซ้ำ และอัดแยกก็เพื่อเพิ่มคุณภาพของเสียง ความจริงอาชีพนี้อยู่เบื้องหลังสื่อหลากหลายรูปแบบ แต่ในที่นี้จะขอเน้นกล่าวถึงสื่อเพื่อความบันเทิงอย่างภาพยนตร์

งานของนักออกแบบเสียงคือการคิด ค้นหา สร้างเสียงที่ต้องการ และเลือกใส่ให้ถูกจังหวะ ซึ่งเป็นงานเบื้องหลังที่ทำไม่ได้ง่าย ๆ ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญ, ระทึกขวัญ, เหนือธรรมชาติ และแนวผีดิบ หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าซอมบี้ เพราะภาพยนตร์กลุ่มนี้มักจะต้องอาศัยเสียงในการช่วยส่งให้เรื่องราวดูน่ากลัว หรือตื่นเต้นมากขึ้น หลักฐานหนึ่งที่บ่งบอกว่าเสียงมีอิทธิพลกับคนดู คือการที่จะเห็นคนบางคนเอามือปิดหูเวลาดูภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับผี ชัดเจนเลยว่าเมื่อลดเสียงลง ภาพก็น่ากลัวน้อยลงไปด้วย

ภาพสยองอย่างเดียวไม่ได้ เสียงต้องสยองด้วย

                Sound Designer คนแรกที่จะกล่าวถึง คือ Matt Davies เขาเป็นนักออกแบบเสียงที่ทำงาน ณ Studio Unknown เขาทำงานให้กับภาพยนตร์สยองขวัญหลายเรื่องโดยเฉพาะแนวซอมบี้ ซึ่งเป็นแนวที่เขาถนัด ในวิดีโอของแชนแนล Insider ในเว็บไซต์ YouTube ได้ทำการสัมภาษณ์ แล้วก็เก็บภาพการทำงานของเขามาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้ประหลาดใจได้แล้ว ว่านี่หรือคือที่มาของเสียงน่ากลัวที่เราได้ยินกัน เช่น เสียงกัดของซอมบี้ มาจากเสียงกัดกินมะเขือเทศลูกใหญ่, เสียงบดบี้กระดูก มาจากการบดบี้พริกหยวก, เสียงดึงสาวเครื่องใน มาจากเสียงขยำไก่ดิบไปมา หรือเสียงหัวที่ถูกทุบ มาจากการเอาค้อนทุบแตงโม

                นอกจากนี้แชนแนล Insider ยังมีวิดีโอที่ถ่ายเบื้องหลังการทำเสียงประกอบของเรื่อง The Quiet Place ทำให้ได้เห็นทั้งการทำงานของ Foley Artists และ Sound Designer เช่น การทำซ้ำเสียงทั่วไป อย่างเสียงเดินด้วยเท้าเปล่าบนพื้นวัสดุต่าง ๆ กัน หรือการออกแบบเสียงใหม่ เพื่อใช้แทนเสียงสัตว์ประหลาดในเรื่อง เช่น ใช้เสียงบิด หักขาปู เป็นเสียงเคลื่อนไหวของมัน เป็นต้น สิ่งหนึ่งที่จะเห็นเหมือนกันในทั้งสองวิดีโอคือสภาพของสตูดิโอที่เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย เพื่อใช้ในการทดลองสร้างเสียงต่าง ๆ ให้ได้ตรงตามความต้องการ แม้จะดูรกไปบ้าง แต่ก็ดูเป็นงานที่ทำแล้วน่าจะรู้สึกสนุกอยู่ไม่น้อย

ความยากของงานนี้ คือการที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการหยิบจับสิ่งของรอบตัว มาทำให้เกิดเสียงที่เหมาะกับสถานการณ์ในเรื่อง อีกทั้งยังต้องมีความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ว่าเสียงแบบไหน จะทำให้เกิดความรู้สึกอย่างไร หากใครกำลังมองหาอาชีพที่สนุกและไม่เหมือนใคร Foley Artists และ Sound Designer คงสามารถเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจได้

Hollywood in Vienna เทศกาลดนตรีสุดอลังการ จากภาพยนตร์ฮอลลีวูด

ส่วนประกอบหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในภาพยนตร์คือเพลงประกอบ เพราะเพลงประกอบมีหน้าที่ช่วยเสริมให้คนดูเข้าถึงความรู้สึกของแต่ละฉากได้มากขึ้น หากนึกไม่ออกอาจจะลองย้อนมองที่ตัวเองหรือคนใกล้ตัว ในบางครั้งที่ดูหนังหรือซีรี่ส์ที่มีเนื้อหาหนักหน่วง เช่น ในฉากที่มีตัวละครเอกตาย ตอนดูนักแสดงเล่นเฉย ๆ ก็ยังกลั้นน้ำตาไว้ได้แท้ ๆ แต่พอเพลงประกอบขึ้นเท่านั้นน้ำตาที่กลั้นไว้กลับพรั่งพรูลงมาทันที อาการเหล่านี้เองคือสิ่งที่พิสูจน์ว่าเพลงประกอบมีอิทธิพลต่อคนดูมากแค่ไหน ดังนั้นในวงการภาพยนตร์เองจึงมีรางวัล และเทศกาลดนตรีของภาพยนตร์ต่าง ๆ เพื่อให้เกียรตินักแต่งเพลง

The Max Steiner Award รางวัลแห่งเกียรติยศของนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์

บางคนอาจจะเคยเห็นวิดิโอที่มีวงออร์เคสตราเล่นเพลงของภาพยนตร์ดัง ๆ อยู่ในโรงละครใหญ่ ๆ และมีบรรดาแขกเหรื่อแต่งตัวหรูหรานั่งชมอยู่ด้านล่าง ดูราวกับว่าเป็นฉากสำคัญฉากหนึ่งของหนังสักเรื่อง ไม่แน่ว่าการแสดงดนตรีในวิดิโอนั้น อาจจะบันทึกมาจากงาน “Hollywood in Vienna” ก็เป็นได้ เพราะงานนี้เป็นเทศกาลดนตรีประกอบภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย เทศกาล Hollywood in Vienna นี้ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2007 ถือเป็นงานหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติมาก ๆ สำหรับวงการนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์

ไฮไลท์แรกของงานที่จะกล่าวถึงคือการมอบรางวัล “Max Steiner Film Music Achievement Award” หรือที่หมายความว่า “รางวัล Max Steiner แด่เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ” ชื่อของรางวัลมาจากชื่อของนักแต่งเพลงชาวเวียนนา ที่มีนามว่า Max Steiner เขาเป็นผู้คิดค้นเทคนิคสำคัญในการทำเพลง สำหรับประกอบภาพยนตร์ในปี 1920 อีกทั้งยังเป็นคนแรกที่ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ แบบที่เล่นโดยวงออร์เคสตรา อันเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งนักแต่งเพลงเพื่อประกอบภาพยนตร์” ของฮอลลีวูด เมืองเวียนนาเลยได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งดนตรี จะเห็นได้ว่าการเลือกสถานที่จัดงานเป็นเมืองเวียนนาก็เพื่อเป็นการยกย่อง Max Steiner เช่นกัน รางวัลนี้จึงเป็นสิ่งยืนยันความสามารถของนักแต่งเพลงรุ่นใหม่เรื่อยมา

การแสดงดนตรีที่ดีที่สุดโดย Vienna Radio Symphony Orchestra

ไฮไลท์ที่สองของงานเป็นช่วงสำคัญที่ผู้ชมตั้งตารอ เพราะจะมีการนำเพลงประกอบของภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง มาแสดงสดโดย Vienna Radio Symphony Orchestra หรือวงออร์เคสตราของเวียนนา ซึ่งสามารถการันตีฝีมือของนักดนตรีได้เลยว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ตัวอย่างเพลงที่เคยมีการแสดงไปแล้วในปีก่อนหน้านี้ เช่น เพลง In Dreams ของเรื่อง The Lord of the Rings หรือ The Curse of the Black Pearl Suite ของเรื่อง Pirates of the Caribbean และเพลงประกอบภาพยนตร์ดังอื่น ๆ อีกมากมาย หากใครอยากลองฟังการแสดงดนตรีที่ผ่านมาแล้วแบบนี้ ทางเว็บไซต์ของงานก็มีลงให้ฟังกันแบบฟรี ๆ ในบางชุดการแสดง ส่วนใครที่อยากลองฟังสดที่งานก็สามารถทำได้ เพราะงานนี้เปิดให้คนทั่วไปจองตั๋วเข้าไปดูได้ เพียงแต่ราคาของตั๋วจะแพงสักเล็กน้อย โดยราคาถูกที่สุดเริ่มที่ 2000 กว่าบาท และราคาแพงที่สุดอยู่ที่เกือบๆ 7000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับใครที่เป็นทั้งคอหนังและคอดนตรีงาน Hollywood in Vienna นี้น่าจะเป็นงานที่ควรค่าแก่การเก็บเงินไปรับชม รับฟังให้ได้สักครั้งในชีวิต แม้ว่าราคาค่าเข้าของงานอาจดูแพง แต่ก็คงคุ้มที่จะเสียเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้รับ เพราะความจริงแล้วสุนทรียะจากดนตรีเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เลย

เรื่องที่คุณอาจไม่รู้ บริษัทรับทำ “เพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์”

วงการภาพยนตร์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งนานแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะถูกลดความสำคัญลงแต่อย่างใด เพราะการชมภาพยนตร์เป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างที่มนุษย์ชื่นชอบ เป็นกิจกรรมที่มีส่วนร่วมได้ทุกเพศ ทุกวัย อีกทั้งยังเหมาะสมกับหลาย ๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์เนื้อหาสบาย ๆ กับครอบครัว, ชมภาพยนตร์ระทึกขวัญกับเพื่อน หรือชมภาพยนตร์โรแมนติกกับคนรัก การรับชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งใช้เวลาไม่เกินสามชั่วโมงก็จบ ทว่ากว่าจะดำเนินการสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งออกมาได้ อาจต้องใช้เวลามากกว่าสามเดือน เพราะมีขั้นตอนและรายละเอียดมากมายในการผลิต ตั้งแต่คัดตัวนักแสดง, เขียนบท, จัดฉาก, ตัดต่อเนื้อเรื่อง, ทำเพลงประกอบ และอื่น ๆ อีกมากมาย

Audiomachine เพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์และโฆษณาระดับโลก

                ดังที่ได้กล่าวไปว่าในการผลิตภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนั้น ประกอบไปด้วยรายละเอียดยิบย่อย แต่จะมีอยู่ขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะมีผลต่อกำไรที่จะได้รับ ขั้นตอนที่ว่าคือการโปรโมทภาพยนตร์นั่นเอง ทั้งการโปรโมทผ่านการทำโปสเตอร์และตัวอย่างภาพยนตร์ โดยเฉพาะตัวอย่างภาพยนตร์ ที่มักจะถูกใช้เป็นตัวตัดสินใจในการไปรับชมเลยทีเดียว เนื่องจากตัวอย่างภาพยนตร์เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องย่อที่มีการเปิดเผยฉากเด็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อโน้มน้าวให้คนมาดู ดังนั้นการทำตัวอย่างภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตทุ่มเทสร้างเช่นกัน

                 “Audiomachine” คือชื่อของบริษัทรับทำเพลงประกอบของตัวอย่างภาพยนตร์โดยเฉพาะ คงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะคนส่วนมากอาจจะคิดว่าเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ ก็มาจากเพลงประกอบในภาพยนตร์ตัวเต็มอีกที แต่ในความเป็นจริงผลงานแต่ละเรื่องของวงการภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด หรือระดับโลกจะมีการจ้างบริษัทเหล่านี้แยกออกมาต่างหาก เพราะเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการสรรค์สร้างท่วงทำนอง เพื่อเติมเต็มอารมณ์ของเรื่องราวได้อย่างพอดิบพอดีกับเวลาไม่กี่นาทีนั้น “Audiomachine” ได้ทำงานให้กับภาพยนตร์ดัง ๆ หลายเรื่อง ยกตัวอย่างจากเรื่องที่เพิ่งเข้าโรงในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ เช่น Avengers : End Game, Mary Poppins Returns, Aquaman, Dumbo, Venom และ เรื่องอื่น ๆ อีกมากมายที่มีมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้บริษัทยังรับทำเพลงประกอบโฆษณาให้กับแบรนด์ดัง ๆ อีกด้วย

ภาพยนตร์ระทึกขวัญหรือต่อสู้ Really Slow Motion ทำให้ได้

                บริษัทที่รับทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ ไม่ได้มีเพียงแค่บริษัทเดียวอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถรองรับภาพยนตร์ที่มีอยู่มากมายในตลาดได้ บริษัทอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ ได้แก่บริษัทที่มีชื่อว่า “Really Slow Motion” ซึ่งรับทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ที่มีความตื่นเต้น หรือเนื้อหาเข้มข้น เช่น แนวระทึกขวัญ เหนือธรรมชาติ  แฟนตาซี ไล่ล่า และต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแนวครอบครัว สบาย ๆ หรือน่ารักบ้าง “Really Slow Motion” ทำผลงานให้กับภาพยนตร์ดังหลายเรื่องมาก ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เช่น Percy Jackson, The Maze Runner, Saw, John Wick,  Annabelle, Jurassic world, The Conjuring, Coco  และเรื่องอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ชนิดที่ว่าถ้าลองไปไล่ดูในลิสต์ของบริษัทแล้วจะอดทึ่งไม่ได้กับรายชื่อภาพยนตร์ดัง ๆ ที่บริษัทนี้มีส่วนร่วม

                ถึงตรงนี้คงทำให้เข้าใจได้แล้วว่าการจะสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเบื้องหลังของการผลิตมีรายละเอียดที่ต้องเก็บอยู่มากมาย การทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์นี้ อาจดูเหมือนเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ แต่ถ้าปราศความช่วยเหลือจากบริษัทเหล่านี้ ภาพยนตร์ที่เราชมก็อาจไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ได้

8tracks ทางเลือกพิเศษสำหรับคนรักเสียงเพลง

หากทดลองสุ่มคนมา 10 คนแล้วไล่สายตาสำรวจหน้าจอโทรศัพท์ของพวกเขาดูแล้ว เชื่อว่าในโทรศัพท์ของทุกคนต้องมีแอปพลิเคชันเพลงปรากฏอยู่อย่างแน่นอน การที่เห็นผู้คนทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยใส่หูฟังไปด้วยได้กลายเป็นภาพชินตาของสังคมไปเสียแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีแอปพลิเคชันเพลงใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายตลอดเวลาที่ผ่านมา โดยแต่ละแอปพลิเคชันนั้นต่างก็มีเอกลักษณ์ และข้อดีเป็นของตัวเอง เช่น ให้บริการฟรี มีเพลงหลากหลาย มีเพลย์ลิสต์ที่น่าสนใจ หรือแม้แต่สามารถลงเพลงที่ทำเองได้ 8tracks เองก็เป็นแอปพลิเคชันเพลงอันหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจเป็นของตนเอง

เลือกฟังได้ตามอารมณ์ ตัวเลือกที่มากขึ้นใน 8tracks

                ลักษณะของ 8tracks คือการเป็น music streaming ในรูปแบบของ internet radio หมายความว่าเป็นแหล่งฟังเพลงออนไลน์ในรูปแบบของวิทยุ เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนได้ลองจัดเพลย์ลิสต์เป็นของตัวเองและอัพโหลดให้คนอื่นฟัง ถึงตรงนี้อาจยังดูเหมือนว่าก็ไม่ได้แตกต่างจากแอปพลิเคชันเพลงอื่น ๆ นัก แต่ความจริงแล้ว 8tracks ยังมีลูกเล่นมากกว่านั้น ในขณะที่แอปพลิเคชันทั่วไปจะสามารถเสิร์ชเพลงได้จากชื่อศิลปิน หรือชื่อเพลง แต่สำหรับแอปพลิเคชันนี้ผู้ใช้ยังสามารถเสิร์ชเพลงที่อยากฟังได้จาก “อารมณ์” อีกด้วย ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าเป็นข้อดี ที่ทำให้ผู้ใช้มีวิธีในการหาเพลงที่ต้องการจะฟังได้หลากหลายและตรงใจมากขึ้น   

ไม่ต้องเสียเวลาเลือก 8tracks ออกแบบให้

                หากเพลงที่ฟังอยู่ไม่เข้ากับกิจกรรมที่กำลังทำ ก็มักจะกลายเป็นเรื่องขัดใจให้ใครหลาย ๆ คนต้องยุติสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วมานั่งหาเพลงที่ต้องการ จากความจริงข้อนี้ทำให้ลูกเล่นของ 8tracks ไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะนอกจากจะสามารถเสิร์ชหาเพลงได้จากอารมณ์แล้ว ยังสามารถเสิร์ชจาก “กิจกรรม” ที่กำลังทำอยู่ได้อีกด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจมาก ๆ เมื่อผู้ใช้สามารถหาเพลงที่เหมาะสมกับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการคิดและเลือก อันเป็นระบบที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง สำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือแม้แต่ผู้ใหญ่วัยทำงาน เพราะประสบการณ์หนึ่งที่นักเรียนและนักศึกษา คงจะเคยประสบพบเจอร่วมกัน คือเวลาที่จะทบทวนบทเรียนหรือทำสรุปแต่ต้องการฟังเพลงไปด้วย กลับกลายเป็นว่าเอาสมาธิในการเรียนไปลงกับการเลือกเพลงแทน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็หมดวันเสียแล้ว

                ระยะเวลากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้นแปรผันตรงต่อกัน หมายความว่าเป็นสิ่งที่ดำเนินไปควบคู่กัน ยิ่งเวลามากขึ้น เทคโนโลยีก็ถูกพัฒนามากขึ้นตามเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชีวิตในด้านต่าง ๆ หากรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ก็ย่อมมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จในการทำสิ่งต่าง ๆ แน่นอน แม้ว่า 8tracks อาจจะไม่ใช่แอปพลิเคชันที่เป็นที่รู้จักมากนักสำหรับคนไทย แต่ก็เป็นแอปพลิเคชันหนึ่งที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจ จากความใส่ใจของผู้สร้างที่ได้พยายามคำนึงถึงธรรมชาติของมนุษย์ตามความเป็นจริง เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ กลายเป็นทางเลือกแสนพิเศษให้กับคนที่หลงรักในเสียงดนตรี