รางวัลบนเวทีระดับโลก ผลงานเพลงประกอบเพลงจากเกมชื่อดัง ROV

หลายคนคงคุ้นกับรางวัลเพลงจากภาพยนตร์ ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ ด้วยเสียงดนตรีและเสียงเพลงเป็นอีกองค์ประกอบสำหรับการสร้างอารมณ์ร่วมเป็นอย่างดี สร้างบรรยากาศให้กับผู้เล่นหรือผู้ชมคล้อยตามสถานการณ์ตามที่ต้องการได้ เมื่ออุตสาหกรรมเกมเติบโตอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในทุกองค์ประกอบจึงได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี หากย้อนถอยหลังไปจะพบว่าเพลงประกอบหนังเคยได้รับรางวัลบนเวทีระดับโลกมาตั้งแต่ปี 2016 จนล่าสุดปี 2019 เพลงประกอบเกม Arena of Valor (RoV) ก็ได้รับรางวัล Global Music Awards

รางวัลและความยอดนิยมบนชาร์ตเพลงระดับ บอกได้ถึงคุณภาพและความสำเร็จของอุตสาหกรรมเกม

เพื่อสร้างให้ทุกองค์ประกอบภายในเกมทั้งเรื่องราว เงื่อนไขการเล่ม ภาพและเสียงเป็นส่วนประกอบสำคัญให้ผู้เล่นมีความเพลิดเพลินไปกับเกม การสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่ใช้ฝีมือและบุคคลที่มีคุณภาพสูงของแต่ละสาขา ในส่วนของเพลงประกอบเกมนั้นก็เช่นเดียวกัน Arena of Valor (RoV) มีความจริงจังในการสร้างผลงานเสียงเพลงและดนตรีประกอบเกมเป็นอย่างมาก เพลงประกอบ ROV นั้น เคยได้รางวัล จากเวที Global Music Awards มาตั้งแต่ปี 2016 คือรางวัล G.A.N.G 2016 Best Music in a Casual/Social Game และได้รางวัลอื่น ๆ มาทุกปี 2017 : 2017 Original Dramatic Score, New IP  , 2018 : Global Music Awards 2018 Silver Medal Winners – Outstanding Achievement จนปี 2019 เพลงประกอบเกมจาก ROV จนผลงานของ Matthew Carl Earl ก็ได้รับรางวัล Gold Medal Winner ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของ Global Music Awards ซึ่งผลงานที่รับรางวัลนี้ถือว่าได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยการประกวด Global Music Awards ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2011 เป็นเวทีที่มอบรางวัลทางด้านดนตรีจากบุคคลในวงการเป็นอย่างมาก

นอกจากเพลงประกอบเกมจะได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกการันตีคุณภาพของผลงาน ที่แสดงให้เห็นถึงการทุ่มเทการทำงานได้เป็นอย่างดีแล้ว ในแง่ความนิยมเพลงประกอบหนังยังมีโอกาสไปยืนอยู่บนชาร์ตเพลงระดับโลก Billboard Top 100 เป็นเพลงจากเกมยอดฮิต Kingdom Hearts III ซึ่งเป็นเกมแนว RPG ช่วงที่เปิดตัวในเดือน กุมภาพันธ์นั้น ถือว่ามียอดขายสูงสุด ตัวเกมได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็เป็นเพลงประกอบเกม ชื่อเพลง Face My Fears ผลงานการร้องของ อูทาดะ ฮิคารุ ถือเป็นซิงเกิ้ลเดี่ยวเพลงแรกในชีวิตของเธอที่ทะยานเข้าสู่ชาร์ตเพลง Billboard Top 100 ได้

ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้นของอุตสาหกรรมเกม ทำให้องค์ประกอบสำคัญอย่างเพลง กลายมาเป็นแหล่งสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพของทั้งนักร้อง นักดนตรี และผู้ประพันธ์เพลงกันมากขึ้น ทำให้เพลงประกอบเกม กลายมาเป็นซิงเกิ้ลที่สามารถจัดจำหน่ายให้ผู้ที่ชื่นชอบได้ซื้อกันแยกต่างหากนอกจากฟังตอนเล่นเกม ด้วยอารมณ์ของเสียงเพลงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนเราสูงอยู่แล้ว เมื่อมันอยู่ในเรื่องราวที่เรากำลังถูกดึงดูดด้วยภาพและอารมณ์ของตัวละคร อาการ “อิน” อย่างหนักก็เลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เพลงประกอบเกมได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

NieR: Automata เพลงประกอบเกมจากโลกอนาคต ภาษาจากจินตนาการ

NieR: Automata เป็นอีกเกมที่ได้รับความนิยม เป็นภาคต่อจาก NIER Gestalt ที่วางจำหน่ายในปี 2010 โดยภายใต้การผลิตของ Platinum Games ผลงานการกำกับของ Yoko Taro ตอนที่ NieR: Automata วางจำหน่าย กิมมิคที่ผู้เล่นสะดุดตาที่สุดจะเป็นกางเกงในสีขาวของตัวละคร กลายเป็นเรื่องแซวกันให้ว่อนโซเชียลกันเลยทีเดียว เนื้อหาของตัวเกมจะพูดถึงโลกแห่งอนาคตที่ล่มสลาย ผู้คนย้ายไปอยู่ดวงจันทร์และมีตัวละครที่ได้รับภารกิจให้ปฏิบัติการล่มเครื่องจักรเอเลี่ยนที่ครอบครองโลกอยู่ เนื้อหาของเกมจะพูดถึงจิตใจของมนุษย์ เนื้อเรื่องจะอยู่ในโทน เศร้า เหงา และดราม่าอยู่มาก

นอกจากกางเกงในสีขาวที่โดนพูดถึงมากแล้ว อีกอย่างที่ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมากก็คือ เพลงประกอบเพลง เนื้อเพลงเป็นภาษาสมมุติว่าจะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ ซึ่งคนในยุคปัจจุบันฟังไม่เข้าใจ ได้ยังสัมผัสได้กับความรู้สึกที่ส่งผ่านมาจากเพลง โดยเพลงประกอบเกม NieR: Automata ได้รับการสร้างสรรค์จาก Keiichi Okabe และ Keigo Hoashi เป็นผู้ออกแบบและทำการเรียบเรียงดนตรีประกอบเกม หลายสำนักข่าวยกย่องว่าเป็นส่วนประกอบที่ดีที่สุดในเกม มีเพลงที่ถูกบรรจุในเกมกว่า 40 เพลง แต่ละเพลงได้รับการพูดถึงว่าเข้ากับเนื้อหาในเกมได้เป็นอย่างดี หลายคนได้ยินครั้งแรกต่างก็สงสัยว่าเป็นภาษาอะไรจนผู้ผลิตได้ออกมาบอกว่ามันเป็นภาษาสมมุติ หลังจากอณาจักรของโลกปัจจุบันล่มสลาย การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เกิดขึ้น ภาษาก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จึงได้จินตนาการถึงภาษาที่จะเกิดขึ้นคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพลงที่โดดเด่นที่สุดในเกม ก็คือเพลง THE WEIGHT OF THE WORLD  ซึ่งถูกแปลออกมาหลายภาษา มีทั้งภาษาญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, อังกฤษ

สำหรับคอเกมที่ประทับใจผลงานเพลงในเกม NieR: Automata เป็นโอกาสดีที่จะได้ดูการบรรเลงเพลงกันแบบสด ๆ ผ่านวงดนตรีในรูปแบบออสเครต้าเต็มวง จากการบรรเลงของวง Thailand Philharmonic Orchestra ได้ Emi Evans รวมด้วยวาทยกรที่ได้รับรางวัลแกรมมี่มาแล้ว อย่าง Arnie Roth โดยการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้จะจัดในอเมริกา ยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นการจัดเสิร์ตแบบ World Tour ที่ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในแถบนี้ที่จะได้เสพแสง สี เสียง และบรรยากาศของการเล่นเพลงสุดประทับใจกันแบบสด ๆ เรียกว่าคอเกม NieR: Automata พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ใครที่เคยไปดู คอนเสิร์ต Distant Worlds: Music from FINAL FANTASY  แล้วประทับใจ ก็ไม่ควรพลาดงานนี้ เพราะเป็นผู้จัดงานทีมงานเดียวกัน คอนเสิร์ตจะจัดขึ้นที่ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันที่ 15 -16 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 16.00 น. รายละเอียดราคาและการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต สามารถติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/FiveFourRecord

ย้อนฟังเพลงดังคุ้นหู จากหนังในตำนานหลายเรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

ส่วนประกอบที่สำคัญของหนังจะไม่พูดถึงเพลงไม่ได้ ด้วยดนตรีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครมีมากขึ้น หลายเพลงผู้คนประทับใจจากการไปสัมผัสอารมณ์ร่วมระหว่างการดูหนังในโรงภาพยนตร์ จนโด่งดังย้อนหลังกันไปหลายสิบปีเพลงเหล่านั้นก็ยังได้รับความนิยมอยู่ ถูกนำมาร้องใหม่ ทำดนตรีใหม่ก็มี เราลองมาดูกันดีกว่า มีเพลงอะไรบ้างที่เราอาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่รู้ว่าเริ่มต้นจากการใช้ประกอบหนังมาก่อน

  • Que Sera, Sera (Whatever Will Be, Will Be) เด็ก ๆ หลายคนคงเคยได้ยินเพลงนี้และถูกสอนให้ร้อง พร้อมกับคิดตาม ความหมายของเพลง ที่พูดถึงเด็กคนหนึ่งที่สงสัยว่าอนาคตจะเป็นยังไง คำตอบจากแม่ก็คือ อะไรจะเกิดก็คงเกิด เป็นเพลงที่ฟังง่าย ๆ เนื้อเพลงเล่าแบบตรงไปตรงมาแต่มีความลึกซึ้ง เพลงนี้ใช้ประกอบหนังเรื่อง The Man Who Knew Too Much ในปี 1956 ขับร้องโดย ดอริส เดย์ นางเอกของหนังเรื่องนี้เอง
  • Fame ชื่อเพลงเดียวกับชื่องหนัง Fame สร้างขึ้นในปี 1980 เป็น มิวสิคัลที่เล่าเรื่องความฝันจะเป็นศิลปินของนักเรียนในโรงเรียน นิวยอร์ค ซิตี ไฮสคูล ออฟ เพอร์ฟอร์มิ่ง อาร์ตส์ ความยอดเยี่ยมของ Fame ก็คือฉากออกมาเต้นที่ถนนของเหล่านักเรียนของโรงเรียน ทำให้คว้ารางวัลออสการ์ ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและดนตรีประกอบยอดเยี่ยมอีกด้วย
  • When You Say Nothing At All อีกหนึ่งเพลงรัก ของหนังโรแมนติกที่ทุกคนประทับใจ จากหนังรักชื่อดัง Nothing Hill ปี 1999 เป็นหนังที่จูเลีย โรเบิร์ตสวยมาก และเพลงก็ดังมาก จนทุกวันนี้ในแต่งงานก็ยังต้องเพลงอยู่ในลิสต์ของใครหลายคน เพลงนี้เป็นเพลงแรกของการเป็นศิลปินเดี่ยวหลังจากออกจากบอยแบนด์ Boyzone ของ Ronan Keating แจ้งเกิดอย่างงดงาม
  • I Don’t Want To Miss A Thing จากยุคที่มีหนังกอบกู้โลกจาก Armageddon ในปี1995 เป็นเพลงหวาน ๆ แบบเข้ม ๆ จากเสียงร้องของ Aerosmith ในวินาทีที่ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง การถ่ายทอดให้คนรักรู้ว่า รักมากแค่ไหน อยากอยู่ด้วยกันตลอดไป เมื่อประกอบอารมณ์ของตัวละครในหนัง กับเนื้อเพลงที่หวานขนาดนี้ เรียกน้ำตาและความประทับใจกับคนดูได้ไม่รู้ลืม
  • You Light Up My Life อีกเพลงในตำนานที่มีคนนำมาร้องใหม่อยู่หลายครั้ง เวอร์ชันที่ได้รับความนิยมมาก จะเป็นที่ลีแอน ไรม์, วิทนีย์ ฮูสตัน และเด็บบี้ โบเน่นำมาร้อง แต่ต้นฉบับนั้นก็คือการร้องโดยดีดี้ คอนน์ นางเอกของหนังเรื่อง You Light Up My Life ในปี1977 เพลงนี้ใช้ตัวแทนความฝันและความหวังของการทำในสิ่งที่รัก ฟังทีไรกำลังใจก็มาเต็ม

และทั้งหมดนี้คือเพลงเก่า ๆ ที่เราอยากแนะนำให้คนยุคใหม่ได้ลองไปหาฟัง รับรองว่าเพราะจนจับใจ และอาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งเพลงในดวงใจของคุณก็ได้

เพลินใจไปกับเพลงที่เลือกเอง ฟังก์ชันเพลย์ลิสต์ใน JOOX ตอบโจทย์คนฟัง

เกือบทุกเรื่องในโลกใบนี้แต่ละคนจะมีความชอบเฉพาะตัว รสนิยมในการฟังเพลงก็เช่นเดียวกัน คนเรามักจะเลือกฟังเพลงที่ตัวเองชอบ ในสมัยก่อนยุคดิจิตอลจะครองเมือง การฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นต่าง ๆ ถ้าเราต้องการฟังเพลงที่ชอบก็ต้องซื้อแผ่นเสียง ซื้อเทปคาสเซ็ทฟัง ส่วนใหญ่แล้วทั้งแผ่นเสียง เทปคาสเซ็ท จะมีเพลงของศิลปินเพียงคนเดียว อาจจะมีเพลงที่เราชอบอยากฟังซ้ำ ๆ หรือเพลงที่อยากจะฟังไม่กี่เพลง ต่อมาก็มีการรวมฮิตเพลง เป็นอัลบั้มรวมฮิต ก็มีเพลงดังหลายเพลงอยู่ในที่เดียวกัน แต่นั่นแหละมันไม่ใช่เพลงโปรดของเราทั้งหมด ก็เราไม่ได้เป็นคนเลือกเอง ยุคหนึ่งก็มีการอัดเพลงเองเลือกจากเพลงที่ชอบ มารวมในเทปคาสเซ็ทเดียวกัน หรือตอนหลังที่คอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามาแพร่หลาย ก็มีทำสำเนาเพลงลง CD แน่นอนมันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่โดยสรุปทุกคนอยากจะมีชุดเพลงโปรดของตัวรวมอยู่ในที่เดียวกัน

เมื่อถึงยุคดิจิตอลการซื้อขายเพลงไม่ได้ผ่านแผ่น CD หรือเทปคาสเซ็ทอีกต่อไป การซื้อขายไม่ได้ถูกบังคับจะต้องซื้อทั้งอัลบั้ม เราสามารถเลือกซื้อเฉพาะเพลงที่เราชอบได้ เมื่อซื้อมาแล้วก็สามารถมาจัดลิสต์เพลงในสมาร์ทโฟนของตัวเองได้ จนตอนนี้ยุคของการฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งเกิดขึ้น เราไม่ได้ซื้อลืขสิทธิ์เพลงมาเก็บไว้ทีละเพลงอีกต่อไป แต่เราซื้อสิทธ์การเข้าฟังเพลงเป็นล้านเพลง ด้วยเงินหลักร้อยบาทต่อเดือน ทำให้มีเพลงที่สามารถฟังได้มากมาย นอกจากนั้นการฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่ง เรายังสามารถจัดเพลงที่เราชอบได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

JOOX ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงรายใหญ่ในประเทศไทย ได้จัดให้มีฟังก์ชันของเพลย์ลิสต์ให้คนฟังเพลงได้เลือกฟัง เราอาจจะเลือกจากเพลย์ลิสต์ที่คนอื่นจัดไว้ หรือที่ JOOX จัดไว้ให้ เช่น ฟังเพลงฮิตตามปี ไม่ว่าจะเป็นเพลงเก่าหรือเพลงใหม่ ที่จัดหมวดแยกปีไว้ ฟังเพลงตามกิจกรรมที่ทำ ขับรถ เดินทาง ออกกำลังกาย ทำงาน ฟังเพลงตามอารมณ์ที่กำลัง เศร้า เหงา มีความรัก เป็นต้น หรือบางครั้งเราจะเห็นชื่อเพลย์ลิสต์เป็นชื่อสินค้า มีโลโก้สินค้าอยู่บนเพลย์ลิสต์ แน่นอนเป็นการซื้อโฆษณาที่ต้องการให้เกิดการรับรู้ของสินค้านั้นเกิดขึ้น เพลย์ลิสต์จึงเป็นอีกช่องทางการหารายได้ของ JOOX ด้วย

นอกจากเราจะฟังเพลงตามลิสต์ที่ถูกจัดไว้ เรายังสามารถจัดเพลย์ลิสต์เองได้ด้วย หลายคนเลือกจัดเพลงตามศิลปินโปรดของตัวเอง มีช่วงเวลาอยากฟังเพลงเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ 2 – 3 เพลง หรือเพลงในยุคช่วงที่ตัวเองเป็นหนุ่มเป็นสาวจะเป็นช่วงที่อินกับเพลงมากที่สุด การได้ย้อนฟังเพลงในยุคนั้น เลือกเพลงที่บอกเล่าชีวิตในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็ทำให้กลับไปมีรอยยิ้มได้อีกครั้ง

การสามารถมีรายการเพลงที่ตัวเองชอบ ทำให้การเข้าไปใช้สตรีมมิ่งฟังเพลง มีปริมาณที่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยพฤติกรรมของคนยุคนี้มักอยากจะได้เฉพาะของที่ตัวเองต้องการ ด้วยตัวเลือกที่มีมากมาย การเลือกได้ตัวเองจึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองได้ดีที่สุด

คนทำเพลงประกอบภาพยนตร์ในยุคที่ใคร ๆ ก็ทำหนังได้

เพลงประกอบภาพยนตร์ตามหลักแล้วแบ่งเป็นสองแบบคือ Soundtrack และ Film score Soundtrack นั่นก็ตามที่ทุกคนเข้าใจ คือการแต่งเพลงขึ้นมาเพื่อประกอบในภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ จะแต่งขึ้นมาโดยเฉพาะหรือเลือกใช้เพลงที่เป็นที่นิยมอยู่แล้ว ส่วนการทำ Film score นั้นคือการทำดนตรีซึ่งจะเป็นโน้ตเดียวกับ Soundtrack ก็ได้ เพื่อนำมาประกอบในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ของหนังเพื่อบ่งบอกถึงอารมณ์หรือชักน้ำให้คนดูเข้าถึงอารมณ์ของซีนนั้น ๆ ซึ่งในยุค Dialogue นั้นการทำเพลงประกอบต้องอัดเสียงการเล่นจากวงดนตรีจริงเหมือนกับการมิกซ์เพลงลงอัลบั้มของนักร้อง ซึ่งการใช้วิธีนั้นมันต้องใช้งบประมาณมาก ในยุคที่หนังยังทำรายได้เยอะการอัดเสียงซาวด์แทร็กยังเป็นสิ่งที่คุ้มที่จะทำ

Digital เปลี่ยนแปลงยุคสมัย

                การเกิดขึ้นของยุตดิจิตอล ได้สร้างแอปพลิเคชันที่สามารถทำงานทั้งหมดได้ด้วยแล็บท็อบตัวเดียว ต้นทุนการสร้างหนังจึงต่ำลงเรื่อย ๆ ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างทั้งการฉายที่ไม่ต้องพึ่งโรงหนังอีกต่อไป หรือช่องทางการเสนอคอนเท้นต์ที่มีแพลตฟอร์มหลายทาง เช่น ยูทูปหรือเน็ตฟลิกซ์ ทำให้ผู้สร้างจำเป็นต้องลดต้นทุน วิทยาการเหล่านี้ทำให้การทำเพลงง่ายขึ้นกว่าเดิมไม่ต้องใช้ห้องอัดใหญ่ ๆ ราคาแพง ๆ อีกต่อไป บางคนทำได้ด้วยโทรศัพท์เครื่องเดียว คนทำเพลงประกอบภาพยนตร์จึงต้องปรับตัว “เดี๋ยวนี้ Film score ไม่ต้องทำเองอีกแล้ว มีซาวด์ต่าง ๆ ขายใน Library ในอินเตอร์เน็ตมากมายให้เลือกซื้อและราคาไม่แพง ของฟรีก็มี” คนทำเพลงท่านหนึ่งกล่าวไว้

                แม้แต่ Soundtrack ก็มีทั้งขายในโลกออนไลน์หรือมีแอปพลิเคชันที่สามารถช่วยแต่งเพลงให้อย่างมืออาชีพ เมื่อทุกอย่างเอื้อให้คนทำหนังขนาดนี้ ต้นทุนทุกอย่างจึงลดลง และเชิญชวนให้ใครก็ได้ที่มีความฝันเข้ามาสู่วงการสร้างภาพยนตร์ การสร้างภาพยนตร์ในยุคนี้จึงไม่ได้แข่งกันที่ต้นทุนอีกต่อไป กึ๋นหรือคอนเทนต์ใครโดนกว่าต่างหากที่เป็นคำตอบ

                คนทำเพลงจึงเติบโตขึ้นมากมายและแข่งประชันกันที่ไอเดีย ซึ่งหากใครคิดแค่ว่ามันถูกจะทำยังไงก็ได้ ก็จะเจอกับคำว่า “เหงา” เช่นเดียวกับการวางเดิมพัน ที่เราขอแนะนำให้เลือกเว็บที่ไว้ใจได้อย่าง VWIN ไม่มีใครสนใจงานที่ตัวเองสร้างจากความง่าย ถึงแม้จะเป็นงานที่มีขายในอินเตอร์เน็ตก็จะกลายเป็นงานซ้ำ ๆ ถ้าทุกคนเอาแต่ซื้อ จึงกลายเป็นมีอาชีพนักสร้างวัตถุดิบเหล่านี้ขึ้นมาขาย เพลงแปลก ๆ ซาวด์แปลก ๆ ถูกนำเสนอมาขายและทำรายได้ได้มาก ซึ่งอาจจะเป็นคนรุ่นใหม่ ๆ หรือมืออาชีพรุ่นเก่า ๆ นี่แหล่ะที่หาทางออกให้กับชีวิตในโลกยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อเอาชีวิตรอด

โลกเปลี่ยนเร็ว ทุกคนต้องเปลี่ยนให้เร็วกว่า

                  ทุกชีวิตมีทางไปของมัน ขอแค่ไม่นั่งรอโอกาส แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงได้เร็วจนดูเหมือนว่าจะตามไม่ทัน แต่แค่ทุกคนมองหาโอกาสและพัฒนาตัวเอง ทุกคนย่อมไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แม้การทำเพลงหรือทำซาวด์มันง่ายขึ้น ต้นทุนจะต่ำลง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่ยงแม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าแค่ไหนก็ไม่อาจมาแทนที่ได้ คือความคิดของมนุษย์ กึ๋น คือสิ่งที่จะแยกคนเก่งออกจากคนธรรมดา

อาชีพนักพากย์ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุกเสียงในภาพยนตร์และการ์ตูนเรื่องโปรด

หากนักแสดงคือผู้ที่ทำการแสดงผ่านหน้าตาและท่าทาง นักพากย์ก็คงเป็นผู้ที่ทำการแสดงผ่านน้ำเสียง อาชีพนักพากย์นี้เปรียบเสมือนอาชีพที่อยู่ในมุมมืด ไม่ใช่เพราะว่าเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ดี แต่เป็นเพราะการพากย์เสียงคืองานที่ดำเนินอยู่เบื้องหลังฉากและหน้าจอ หลบจากสายตาของผู้คนและใช้เสียงของตนเองในการสวมบทบาทเป็นคาแรคเตอร์ต่าง ๆ นักพากย์คืออาชีพที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในวงการสื่อหลายแขนง ทั้งการพากย์เสียงบรรยายในภาพยนตร์, พากย์เสียงตัวละครในแอนิเมชัน, พากย์เสียงบรรยายการแข่งขันกีฬา หรือพากย์เสียงโฆษณาสินค้าและบริการ

Voice Over Artist อาชีพของนักพากย์เสียงในภาพยนตร์และรายการทีวี

                นักพากย์เสียงก็เหมือนกับอาชีพอื่น ๆ ที่มีสาขาแยกย่อยในสายอาชีพของตัวเอง เช่นเดียวกันกับหมอที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง นักพากย์ประเภทหนึ่งที่จะกล่าวถึง คือนักพากย์แบบ Voice – Over Artist ซึ่งมีความหมายว่าเป็นนักพากย์สำหรับวงการภาพยนตร์ และรายการที่ออกอากาศทั่วไป สำหรับภาพยนตร์ก็จะพากย์ในส่วนของ “ตัวอย่างภาพยนตร์” เป็นหลัก รวมถึงการพากย์บทบรรยายที่อาจมีบ้างประปรายในแต่ละเรื่อง

                Redd Pepper คือชื่อของนักพากย์ชาวอังกฤษที่โด่งดังมาก ๆ คนหนึ่ง เขาพากย์เสียงตัวอย่างภาพยนตร์และรายการทีวีจำนวนมาก หากลองนึกดูดี ๆ เราจะพบว่าในบรรดาตัวอย่างภาพยนตร์เวอร์ชันภาษาอังกฤษ จะมีอยู่เสียงหนึ่งที่เรามักจะได้ยินเสมอ เป็นเสียงของผู้ชายที่มีความ ทุ้ม ต่ำ ลึก อยู่ในโทนเบส และมักจะเริ่มต้นการบรรยายในรูปแบบคลาสสิก ด้วยการพูดว่า “In a world…..”  เสียงนี้เองคือเสียงที่พากย์โดย Redd Pepper ด้วยเสียงที่มีเอกลักษณ์แสนชัดเจน เขาจึงมีผลงานการพากย์ตัวอย่างภาพยนตร์มากกว่าร้อยเรื่อง และในจำนวนนั้นก็มีภาพยนตร์เก่าที่โด่งดังหลายเรื่อง เช่น Men in Black, The Blair Witch Project, Space Jam, Amistad และเรื่องอื่น ๆ จนอาจกล่าวได้เสียงของเขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ และมาตรฐานของเสียงผู้บรรยายในตัวอย่างภาพยนตร์ไปแล้ว

Voice Actor กับการเจาะจงพากย์เสียงในแอนิเมชันสำหรับเด็ก

                ดังที่ได้กล่าวไปว่านักพากย์เสียงก็จะมีแนวที่ถนัดเป็นของตนเอง สำหรับ Tara Strong นักพากย์ชาวแคนาดา-อเมริกันก็เช่นเดียวกัน เธอมีความถนัดในการพากย์เสียงตัวละครในการ์ตูนสำหรับเด็ก ซึ่งหลาย ๆ เรื่องก็เป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เธอคือเบื้องหลังของบรรดาเสียงมากกว่า 80 ตัวละคร เชื่อว่าใครหลายคนน่าจะเคยได้ยินผ่านหู แต่ไม่รู้มาก่อนว่ามาจากคนเดียวกัน เช่น เสียงของ Raven ในเรื่อง Teen Titans, เสียงของ Bubble ใน The Power Puff Girl, เสียงของ Timmy Turner ใน The Fairly OddParents และ เสียงของ Batgirl ใน Batman ตอนต่าง ๆ สิ่งที่น่าสนใจคือแม้ว่า Tara จะต้องพากย์ตัวละครจำนวนมาก แต่เธอก็ไม่ได้เกิดความสับสน เธออธิบายว่า เหมือนกับว่าเธอได้สร้างคาแรคเตอร์คู่กับเสียงเหล่านั้นไว้ในหัว แล้วคาแรคเตอร์ต่าง ๆ ก็สลับกันออกมาเมื่อถึงเวลาพากย์แต่ละเรื่อง

                จากเรื่องราวของทั้ง Redd Pepper และ Tara Strong ในฐานะ Voice – Over Artist หรือ Voice Actor ทำให้ได้เห็นว่านักพากย์คงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ไม่ง่าย และมีความท้าทาย จากการที่ต้องควบคุมเสียงให้เป็นเหมือนเดิมตลอด แต่ถ้าสามารถทำได้ ก็น่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ทำแล้วรู้สึกสนุกและมีความสุขไม่น้อย เพราะได้สร้างสรรค์เสียงของตัวเองเพื่อเพิ่มสีสันให้กับตัวละคร

5 บทเพลงที่ถูกเลิกไปประกอบในเกมที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงต้องบอกว่า เพลงประกอบเกม เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกมมีความสนุกสนาน และมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเล่นเกม sound & effect ประกอบเกมจะทำให้เกมมีสีสันมากขึ้น จึงไม่แปลกที่เกมแนว action หรือแม้แต่รูปแบบต่าง ๆ จะต้องมีดนตรีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเพิ่มอรรถรสให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างมาก วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำ 5 เพลงประกอบเกมที่น่าสนใจ และช่วยสร้างความฮึกเหิมเวลาเล่นได้ดี

1. Bloodborne – Cleric Beast

                เกมแนวการต่อสู้ ที่เน้นทางด้านการโจมตีที่รุนแรง ยิ่งใหญ่ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการบรรเลงของดนตรีประกอบ ตลอดการเล่นเกม จะช่วยบิ้วท์อารมณ์ของเกมเมอร์ให้ฮึกเหิม ไม่ถอย พร้อมจะบุกรุกเข้าไปสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุเดือด นับว่าเป็นเพลงประกอบเกมที่จะช่วยผลักดันเหล่าเกมเมอร์ให้สนุกสนาน และสร้างความประทับใจที่ไม่ลืมเลือนไปจากความทรงใจได้เป็นอย่างดี

2. God of War – Overture

                ดนตรีที่มีการประกอบการเล่นเกม ที่สร้างความตรึงตราใจ และความแอคทีฟให้ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงประกอบเกมจาก Bear McCreary ซึ่งการบรรเลงของดนตรีช่วยให้เกมมีความท้าท้าย ความหลงใหล และน่าเล่นมากยิ่งขึ้นไป สำหรับเกมนักรบเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ที่พร้อมจะปลุกระดมความฮึกเหิมในจิตใจให้คุณพร้อมที่จะสู้และฝ่าฟันกับทุกอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่ นอกจากเกมนี้จะใช้สำหรับการเล่นเกมแล้ว หากคุณได้เปิดฟังในขณะที่กำลังวางเดิมพันบนเว็บ VWIN ก็จะทำให้เพิ่มอรรถรสได้เช่นกัน

3. Dovahkiin – The Elder Scrolls V: Skyrim

                เพลงนี้นับว่าเป็นเพลงในตำนานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมส์ และน่าจะต้องเคยฟังกันไม่มากก็น้อย เพราะด้วยความที่เพลงนี้ปลุกความฮึกเหิมให้กับการเล่นเกมให้ผู้เล่นมีความรู้สึกที่พร้อมจะลุยและฟันฝ่าอุปสรรคและขวากหนามที่ขวางอยู่ข้างหน้า นับว่าเป็นเพลงที่ตราตรึงใจอยู่ในดวงใจของผู้เล่นเกมจำนวนมาก

4. Main Menu Theme – Dark Souls 3               

                เป็นเพลงประกอบเกมที่สุดยอด และยิ่งใหญ่มากในหลาย ๆ ด้าน ที่บรรเลงออกมาได้น่าประทับใจ น่าติดตาม ซึ่งเป็นบทปิดฉากเกมที่น่าสนใจ และปลุกความกระปรี้กระเปร่า ความกระฉับกระเฉงในตัวผู้เล่นได้ดีมาก

5. The Witcher3: Wild Hunt – Sword of Destiny

                หากคุณเป็นหนึ่งในเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแนวดาร์ก ๆ หน่อย คงจะไม่พลาดเกมนี้ ซึ่งเป็นเกมคุณภาพ ที่ได้รับเป็น Game of the Year 2015 เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีเพลงประกอบเกมที่ช่วยปลุกอารมณ์ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี การผจญภัยที่สุดแสนจะท้าทาย เพื่อทดสอบพลังจิตในตัวคุณให้มีความกล้าลุย กล้าที่จะสู้กับศัตรูในเกมอย่างดุดัน

                อาจกล่าวได้ว่า เหล่าเกมเมอร์ทุกคนที่เล่นเกมนั้นคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เพลง หรือ ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการเล่นเกมนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยบิ้วท์อารมณ์และความฮึกเหิมในใจของผู้เล่นได้ดีมาก หากขาดสิ่งนี้ไป คงจะทำให้สูญเสียอรรถรสในการเล่นเกมลงไปเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

James Cameron ผู้กำกับของภาพยนตร์ที่ทำเงินได้มากที่สุดในโลก

การที่จะสร้างภาพยนตร์ที่ดีสักเรื่อง จำเป็นที่จะต้องใช้ทุนมหาศาลในการสร้าง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้สร้างจะคาดหวังให้ภาพยนตร์ของตนประสบความสำเร็จ คำว่า “ภาพยนตร์ที่ดี” อาจจำกัดความได้ว่าต้องเป็นภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน ทั้งเนื้อเรื่อง, บท, วิธีการเล่าเรื่อง, ฉาก, กราฟิก, แสง, สี, เพลงประกอบ, รวมทั้งเสื้อผ้าหน้าผม กล่าวได้ว่ามีรายละเอียดมากมายที่ต้องใส่ใจ โดยผู้ที่มีหน้าที่สำคัญในการดูและกำหนดภาพรวมของทุก ๆ ด้านที่ว่ามานี้ คือ “ผู้กำกับ” ดังนั้นสายตาและดุลยพินิจของผู้กำกับ จึงมีผลอย่างมากต่อโอกาสที่ภาพยนตร์จะประสบความสำเร็จ

Titanic ภาพยนตร์ในตำนานที่ทำเงินมหาศาลจากฝีมือ James Cameron

James Francis Cameron เป็นชาวแคนนาดา เกิดในเดือนสิงหาคม ปีค.ศ.1954 เขาเป็นทั้งผู้กำกับ คนตัดต่อ และนักสิ่งแวดล้อม ที่ได้เป็นผู้กำกับของภาพยนตร์ที่ทำเงินมากที่สุดในโลกถึง 2 เรื่อง จาก 3 อันดับแรก เขาเคยได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม และรางวัลตัดต่อหนังยอดเยี่ยมจากหลายรางวัลสำคัญทั่วโลก เช่น Oscars และ Golden Globe แน่นอนว่าทั้งรางวัลและจำนวนกำไรมหาศาลเหล่านี้ คือสิ่งที่การันตีความสามารถ เทคนิค และวิสัยทัศน์ในการกำกับของเขาได้เป็นอย่างดี        

Titanic คือชื่อของภาพยนตร์ระดับตำนาน ที่กล่าวได้อย่างมั่นใจว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นชื่อแจ็คกับโรส, ท่ายืนกางแขนที่หัวเรือ หรือบทเพลง My Heart Will Go On ที่ขับร้องโดย Celine Dion ต่างก็เป็นสิ่งที่ผู้คนจากทั่วโลกจดจำและกล่าวถึงเรื่อยมา เนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้อ้างอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เข้าฉายครั้งแรกในปีค.ศ.1997 นำแสดงโดยนักแสดงที่มีดีทั้งหน้าตาและความสามารถอย่าง Leonardo DiCaprio และ Kate Winslet ที่ปัจจุบันต่างก็ได้รางวัล Oscars แล้วทั้งคู่ Titanic เคยครองตำแหน่งภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกนานถึง 12 ปี จนเมื่อเรื่อง Avatar และ Avengers: Endgame เข้าฉาย Titanic จึงตกเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยที่ยังคงอยู่ในสามอันดับต้นได้นานขนาดนี้

James Cameron กับการทำลายสถิติเดิมของตัวเองด้วยเรื่อง Avatar

                 นอกจากความสามารถในการกำกับและตัดต่อแล้ว James Cameron ยังเป็นผู้ที่สนใจและชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ ดังที่จะเห็นได้จากภาพยนตร์อีกสองเรื่องที่มีชื่อเสียงของเขา ได้แก่ The Terminator และ Avatar โดยเรื่อง Avatar นี้ได้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกเป็นอันดับหนึ่ง ทุบสถิติเดิมของเขาในเรื่อง Titanic และยังคงรักษาตำแหน่งไว้ได้ แม้เรื่อง Avengers: Endgame เข้าฉายก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ Avatar คือภาพยนตร์แนว Science-fiction ที่มีจุดเด่นจากเนื้อเรื่องที่น่าสนใจและกราฟิกของเรื่องที่มีความสวยงาม สมจริง ยิ่งใหญ่ ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ James เริ่มเขียนเรื่องนี้ไว้นานมากแล้ว ตั้งแต่ปีค.ศ. 1994 แต่เพราะว่าตอนนั้นเทคโนโลยีและเทคนิคในการทำกราฟิกของภาพยนตร์ ยังไม่สามารถทำได้เท่าที่เขาต้องการ ด้วยเหตุนี้ภาพยนตร์จึงสร้างเสร็จและฉายในปีค.ศ.2009    

การที่ James Cameron ประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ ไม่ได้เกิดจากการที่เขามีโชคช่วย แต่เกิดจากพรสวรรค์, ความมุ่งมั่น, ความตั้งใจ, ความกล้าคิด กล้าทำ, การสั่งสมทักษะ และการรู้จริงในเรื่องที่ทำ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้ผลงานของเขาพิเศษกว่าคนอื่น จนได้กลายเป็นภาพยนตร์ระดับตำนาน ที่ทำรายได้มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเสมอ

World of Warcraft และ Dark Souls III เกมที่มีเพลงประกอบสุด Epic

เกมประเภทหนึ่งที่วัยรุ่นหลายคนนิยมเล่น คือเกมประเภทสวมบทบาท ที่ในเกมจะมีเรื่องราวความเป็นมา มีตัวละครซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน แล้วผู้เล่นก็จะได้รับบทบาท เพื่อไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ในเกมก็ยังมีเพลงประกอบในแต่ละฉากอีกด้วย เมื่อลองพิจารณาตามนี้แล้ว อาจกล่าวได้ว่าเกมกับภาพยนตร์เป็นสิ่งที่คล้ายกันมากเลยทีเดียว ด้วยองค์ประกอบที่มีเหมือนกัน ทั้งเรื่องราว, ตัวละคร, ฉาก, และเพลงประกอบ โดยเพลงประกอบในบางเกมนั้นมีคุณภาพระดับที่สามารถใช้กับภาพยนตร์ได้เลยทีเดียว ความต่างระหว่างสองสิ่งคงเป็นการที่เกมมีไว้เล่น แต่ภาพยนตร์มีไว้ชม

แม้เกมจะเก่า แต่เพลงยังเก๋า World of Warcraft กับเพลงดีจำนวนมาก

คำว่า “Epic” มีความหมายว่า “มหากาพย์” เป็นคำที่มักจะถูกใช้ควบคู่กับคำอื่น เช่น “Epic Song” ซึ่งหมายถึงเพลงที่มีความยิ่งใหญ่ อลังการ ทำนองว่าเมื่อฟังแล้วจะทำให้รู้สึกตื่นเต้นหรือขนลุก เราสามารถพบเพลงประเภทนี้ได้ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งหลาย เช่น Lord of the Rings, The Hobbit, Harry Potter เป็นต้น แต่นอกจากนั้นยังสามารถพบในเกมได้อีกด้วย เช่นเกมที่มีชื่อว่า World of Warcraft หรือที่ผู้เล่นเขียนกันย่อ ๆ ว่า WoW

เกมนี้เริ่มต้นผลิตมาตั้งแต่พ.ศ.2547 โดยบริษัท Blizzard Entertainment นับเป็นอีกหนึ่งเกมออนไลน์ที่มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน เกมนี้เป็นเกมที่มีจำนวนหลายภาค ทั้งภาคหลัก 6 ภาคและภาคเสริมอื่น ๆ เนื้อเรื่องของเกมจะเกี่ยวกับการเป็นนักรบ การต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ ทำให้เป็นเกมที่มีเพลงประกอบแนว Epic ดี ๆ จำนวนมากมายหลายเพลย์ลิสต์ ยิ่งไปกว่านั้นเกมนี้ก็ยังมีเพลงประกอบที่เป็นดนตรีแนวอื่นด้วย เช่นดนตรีไอริชแบบดั้งเดิม ซึ่งก็มีความไพเราะไปอีกแบบ ใน Youtube ถึงกับมีผู้เล่นคนหนึ่งที่มา Comment แชร์ประสบการณ์ว่าเธอและสามีเป็นนักดนตรีบำบัด และได้นำบางเพลงของเกมนี้ไปใช้กับคนไข้ ซึ่งสามารถช่วยให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้จริง ๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เพลงของ World of Warcraft จะปรากฏอยู่ในเพลย์ลิสแนะนำเพลงประกอบเกมของหลาย ๆ แชนแนลเสมอ

จบภาคสุดท้ายของเกมอย่างสวยงาม ด้วยเพลงที่น่าจดจำใน Dark Souls III

Dark Souls III นั้นเป็นภาคสุดท้าย ถือเป็นบทสรุปของเกมนี้ ที่เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2552 พัฒนาโดยบริษัท FromSoftware เป็นอีกเกมแนวสวมบทบาทที่มีเนื้อเรื่องยิ่งใหญ่อลังการ เกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อกอบกู้โลกที่กำลังจะล่มสลาย ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นภาคที่มีเพลงประกอบแนว Epic ดี ๆ เช่นกัน โดยแค่ภาคนี้ภาคเดียวก็มีเพลงประกอบมากถึง 24 เพลง อีกทั้งยังประพันธ์จากนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่นทั้งหมดเสียด้วย สามารถการันตีได้เลยว่าแม้จะฟังเพลงโดยไม่ได้เล่นเกม หรือรับรู้เรื่องราวมาก่อน ก็สามารถรู้สึกถึงพลังที่เพลงเหล่านั้นส่งออกมา และทำให้ขนลุกได้อยู่ดี

สำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้วอาจจะทราบดีว่าเกมสามารถให้อะไรได้มากกว่าที่เราคิด ทั้งความสนุก, ทักษะการทำงานเป็นทีม, การควบคุมอารมณ์ และประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบเล่นเกมก็ไม่ได้แปลว่าเสียเปรียบ เพราะการที่จะได้อะไรดี ๆ จากเกมนั้นไม่จำเป็นต้องมาจากการเล่นเสมอไป แค่ฟังเพลงเพราะ ๆ อย่างที่ World of Warcraft และ Dark Souls III มีให้ ก็นับว่าคุ้มค่าพอแล้ว

Jazz Radio ฟังเพลงได้ตลอดเวลา วิทยุออนไลน์เอาใจคนสายแจ๊สโดยเฉพาะ

Jazz คือแนวดนตรีประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว โดยเริ่มต้นจากชาวแอฟริกันในประเทศอเมริกา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็กลายเป็นแนวดนตรีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยรวมแล้วแจ๊สถือเป็นดนตรีที่มีความสนุกสนาน แต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกและภาพลักษณ์โก้หรู เพลงแจ๊สนั้นสามารถใช้ได้ในหลาย ๆ โอกาส ทั้งบรรเลงสดอยู่ในร้านอาหาร, เปิดคลอในร้านคาเฟ่, หรือเปิดฟังในบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย เรียกได้ว่าเป็นแนวเพลงที่มีเสน่ห์ ไพเราะ และเหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกหลงรัก จนมีช่องทางในการฟังเพลงแจ๊สแบบออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย

มีมากกว่า 35 แชนแนล Jazz Radio ครอบคลุมเพลงแจ๊สหลายรูปแบบ

                Jazz Radio คือชื่อของวิทยุออนไลน์สำหรับฟังเพลงแจ๊ส โดยมีทั้งแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้จากอุปกรณ์ต่าง ๆ ใน Jazz Radio นี้ประกอบด้วยเพลงแจ๊สมากกว่า 35 แชนแนล ที่ดูแลและจัด Track เพลงโดยดีเจคนละคน ดังนั้นก็จะมีแชนแนลที่จำแนกในรูปแบบแตกต่างกัน บ้างก็เป็นแชนแนลที่แยกตามเครื่องดนตรี เช่น Piano Jazz, Saxophone Jazz, Guitar Jazz บ้างก็แยกตามการขับร้อง เช่น Vocal Legends, Smooth Vocals, Contemporary Vocals และการจำแนกแบบอื่น ๆ เช่น Paris Café, Bossa Nova, Mellow Jazz หรือ Jazz Ballads

ข้อดีของความเป็นวิทยุออนไลน์ คือทำให้ผู้ฟังไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเลือกเพลงเอง เพียงแค่เลือกแชนแนล แล้วดีเจก็จะจัด Play list แล้วเล่นเพลงตามนั้นให้ เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการหาเพลงฟังไปด้วย ทำงานไปด้วย ความจริงแล้วทุกคนสามารถฟังเพลงจาก Jazz Radio โดยไม่ต้องลงทะเบียนสร้างแอคเคาท์ก็ได้ แต่ว่าถ้ามีก็จะทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เพราะจะมีฟังก์ชัน Favorites ให้ผู้ใช้สามารถกดให้แชนแนลที่ชอบรวมอยู่ในส่วนนี้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่ทุกครั้งที่ต้องการฟัง อีกทั้งการลงทะเบียนนี้ก็สามารถทำได้ฟรี ๆ หรือถ้าใครที่อยากฟังเพลงด้วยคุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น และไม่มีโฆษณาก็สามารถทำได้ด้วยการสมัครสมาชิกแบบ Premium แต่แบบนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถเลือกรูปแบบการจ่ายเงินได้ 3 แบบคือ เดือนละครั้ง, ปีละครั้ง และสองปีครั้ง โดยเรทราคาก็จะต่างกันด้วย

ชอบก็บอกได้ ไม่ชอบก็บอกได้ Jazz Radio ใส่ใจทุกความต้องการ

                ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า Jazz Radio มีฟังก์ชันที่ให้ผู้ใช้กดชอบแชนแนลต่าง ๆ ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นฟังก์ชันที่พบได้ทั่วไปในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเพลงอื่น ๆ  แต่ความจริงแล้ว Jazz Radio ใส่ใจมากกกว่านั้น เพราะผู้ใช้ยังสามารถกดปุ่ม “Dislike” ให้กับเพลงที่ไม่ชอบได้อีกด้วย แล้วระบบก็จะนำเพลงนั้น ๆ ออกให้ นอกจากนี้แอคเคาท์ที่สร้างกับ Jazz Radio ยังสามารถใช้กับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเพลงแนวอื่น ๆ ในเครือเดียวกันได้อีกด้วย เช่น Classical Radio หรือ Rock Radio ซึ่งเป็นวิทยุออนไลน์จากเจ้าของเดียวกันนั่นเอง

                หากเป็นสิ่งที่มีค่าจริง ๆ ก็ย่อมไม่สามารถถูกแทนที่ได้ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเท่าไรก็ตาม เพลงคลาสสิกและการฟังเพลงจากวิทยุเองก็คงเป็นหนึ่งในสิ่งเหล่านั้นที่ยังคงมีคุณค่าต่อจิตใจของผู้คนเสมอ Jazz Radio อาจเป็นผลลัพธ์ของความคิดถึง ที่แม้เปลือกนอกจะถูกเปลี่ยนรูปแบบใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย แต่คุณค่าและเสน่ห์ภายในยังคงอยู่เหมือนเดิม