ทำไมต้องเพลงยุค 90? ทำไมคนถึงกล่าวว่ามันดีที่สุดในยุค

ทุกวันนี้หากทุกคนลองสังเกตดูดี ๆ เวลาไปเที่ยวร้านอาหาร หรือตามผับ จะได้ยินบทเพลงที่มาจากยุค 90 อยู่เสมอ ทั้งที่ซาวนด์เพลงก็ดูเชย เนื้อหาก็ดูเก่า ศิลปินก็อายุเยอะมากแล้ว แล้วเพราะเหตุใดเล่า บรรดาเพลงในยุคนั้นถึงได้ครองใจผู้คนแบบไม่เสื่อมคลาย หากใครรู้สึกแบบที่เกริ่นมาข้างต้นแล้วล่ะก็…ลองไปหาคำตอบกันได้เลย

ความทรงจำที่หลั่งไหล

ความทรงจำที่เราไม่ได้สนใจจนเกือบจะเลือนหายไป มักจะผุดออกมาโดยการกระตุ้นจากเพลงในยุค 90 ที่ฟังอยู่ ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าได้นั่งเครื่องย้อนเวลาไปในช่วงเวลานั้นอีกครั้งจริง ๆ อย่างเช่นว่าเพลง ไม่อาจเปลี่ยนใจ ของ เจมส์ เรืองศักดิ์ พอได้ฟัง หลายคนน่าจะนึกถึงเพื่อนสมัยมัธยมที่เคยเปิดหนังสือเพลงดีดกีต้าร์กันอยู่หลังห้องเรียนโดยมีเพื่อน ๆ มาล้อมวงร้องเพลงกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งคุณครูเข้ามา แล้ววงก็แตกกระเจิงกลับไปนั่งประจำโต๊ะเรียนของแต่ละคน เป็นต้น เรียกได้ว่าเพลงยุค 90 ที่โดน ๆ ใช้แทนฟังก์ชั่น วันนี้เมื่อ…ปีที่แล้ว ได้เลย

มีท่าเต้นสุดเจ๋งประจำเพลงนั้น ๆ

เมื่อไรที่จังหวะเพลงยุค 90 ที่คุ้นเคยอย่างเพลง เกรงใจ ของ แร๊ฟเตอร์ เข้าสู่โสตประสาทแล้วนั้น เหมือนกับว่าถูกมนตร์สะกดให้แขนขวายกขึ้นมา แล้วแกว่งไปมาตามท่าเต้นของเพลงนี้ไปเสียอย่างนั้น หรือไม่ก็เจอเสียงเบสท่อนอินโทรของเพลง ชาวนากับงูเห่า ของวง ฟลาย สองมือของทุกคนก็ตั้งชันสูงเหนือหัว พร้อมกับเงยหน้าเลื่อนศีรษะไปข้างหน้าและหลังอย่างพร้อมเพรียงเลยทีเดียว จะเห็นได้เลยว่า ท่าเต้นของแต่ละเพลงในยุค 90 นั้น ไม่ได้เก่าไปตามกาลเวลาเลย

ภาษาและประโยคเด็ดเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์

“ช่วยเก็บผ้าเช็ดหน้าของฉันหน่อยได้ไหม” “ท้อง…ฉันก็ไม่รับ” “มาแล้วยังดีกว่ามาช้า…มาช้ายังดีกว่าไม่มา” “ดูมั้ยดู…ดูไม่เสียตังค์” ประโยคที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ต่างเป็นคำฮิตติดอกติดใจเราหลาย ๆ คนที่ต้องพูดแหย่ หรือแซวเล่นกับก๊วนเพื่อนในช่วงเวลาอดีตที่ผ่านมา มาถึงปัจจุบันประโยคเหล่านี้ก็ยังคงฟังแล้วอมยิ้มอยู่เสมอ ถ้าเราพูดใส่กับคนที่คุ้นเคย หรือมีช่วงเวลาร่วมกันมา นับเป็นการรีไซเคิลนำคำที่หมดยุคไปแล้ว กลับมาใช้ใหม่ในยุคนี้ได้โดยที่ไม่เคอะเขิน

ต้องยอมรับว่าดนตรีบนโลกเรานี้เป็นระบบหมุนเวียน ณ ยุคหนึ่ง เพลงเพลงหนึ่งจะได้รับความนิยมมาก เวลาผ่านไปก็จะค่อย ๆ ลดลงจนหายไป แล้วพอเวลาผ่านไปอีก เพลงเพลงนั้นก็กลับมามีโลดแล่น ได้รับความนิยมอีกครั้ง เป็นเช่นนี้อยู่เรื่อยไป และตอนนี้มันกลับมาแล้ว เหล่าบรรดาเพลงยุค 90 ที่หลับใหลมานานนับสิบปี…มาย้อนเวลาไปด้วยกันเถอะ…

 

รู้เขารู้เรา…มาทำความรู้จักกับดนตรีแต่ละสไตล์กันเถอะ

ดนตรีบนโลกนี้นั้น ถ้านับแบบละเอียดยิบย่อยจริง ๆ คงจะมีนับร้อยนับพันสไตล์ แต่จริง ๆ แล้วนั้น ต้นกำเนิดมาจากจุดเดียวกัน ก่อนที่จะแตกแขนงไปตามความแตกต่างของผู้เล่น ชนชาติ หรือแม้แต่ภูมิประเทศ ในปัจจุบันนี้อยู่ในยุคที่ดนตรีมาไกลจากเดิมค่อนข้างมาก สมัยโบราณดนตรีนั้นจำกัดการเล่นแค่เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่สมัยนี้ทุกคนขาดดนตรีไม่ได้ด้วยซ้ำไป หากจะเสพดนตรีอย่างมีคุณภาพขึ้นไปอีกนิด เราลองมาทำความรู้จักที่มาที่ไปของดนตรีแนวหลัก ๆ ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง

บลูส์ (Blues)

ดนตรีบลูส์นั้นในประเทศไทยอาจจะไม่ได้อยู่ในกระแสที่ใคร ๆ ก็สนใจเท่าไรนัก แต่หารู้ไม่ว่าดนตรีบลูส์คือต้นกำเนิดของดนตรีอีกหลายสไตล์นั่นเอง ที่มาของดนตรีบลูส์นั้นมาจากกลุ่มคนผิวสีที่ถูกนำตัวมาเป็นทาสที่อเมริกา ชีวิตที่รันทด ลำบากแสนเข็ญได้ถูกกลั่นออกมาเป็นท่วงทำนองที่น่าเศร้า หดหู่ และด้วยความที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รู้ทฤษฎีดนตรีอย่างแตกฉาน จึงทำให้การเล่นออกมามีความผิดเพี้ยน แต่นั่นกลับทำให้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของดนตรีบลูส์ และยังถูกพัฒนาไปเป็นดนตรีแนวต่าง ๆ อีกมากมายในอนาคต อาทิเช่น ฟังก์, ร้อกแอนด์โรล, อาร์แอนด์บี

แจ๊ส (Jazz)

ท่วงทำนองการร้องที่คาดเดายาก เมโลดี้ของดนตรีที่สุดแสนจะซับซ้อน คือเอกลักษณ์ของดนตรีแนวนี้ ผู้ที่เล่นนั้นส่วนใหญ่จะต้องศึกษาทฤษฎีดนตรีมาพอสมควร รากของแจ๊สนั้นจริง ๆ ก็มาจากบลูส์ แต่การวิวัฒนาการแตกต่างกัน มีการอิมโพรไวส์ (Improvisation) หรือการด้นสดตามความพึงพอใจของผู้เล่นนั่นเอง ผู้ที่ให้ริเริ่มเผยแพร่ดนตรีแนวนี้นั้นคือวง  ดิ ออริจินัล ดิกซีแลนด์ แจ๊ส แบนด์ (The Original Dixieland Jazz Band: ODJB) คำว่า แจ๊ส ก็ได้มาจากชื่อของวงนี้นั่นเอง

ฟังก์ (Funk)

ถือกำเนิดมาในช่วงยุค 60 เป็นการผสมผสานดนตรีแจ๊ส อาร์แอนด์บี และโซล เข้าด้วยกัน แต่ทว่าอัพเกรดขึ้นด้วยจังหวะกลองที่มากขึ้น สามารถเต้นรำได้ และมักมีเครื่องเป่าร่วมด้วย ศิลปินที่โด่งดังของแนวนี้ได้แก่ เจมส์ บราวน์ เจ้าของเพลงสุดอมตะอย่าง I Feel Good หรือเจ้าพ่อฟังก์ร้อกสุดแสบในยุคนี้ เรดฮอต ชิลลี่ เป็ปเปอร์

เร้กเก้ (Reggae)

สีแดง เหลือง เขียว กับกลุ่มคนไว้ผมทรง เดรดล็อก แค่นี้ก็เพียงพอต่อการระบุรสนิยมของคนคนนั้นมาเป็น เร้กเก้ อย่างแน่นอน ดนตรีชนิดนี้มีที่มาจากการที่ชาวจาเมกาได้รับคลื่นวิทยุบางส่วนจากอเมริกา และได้นำดนตรีร้อกแอนด์โรลมาผสมกับดนตรีพื้นเมืองของเขาที่าชื่อว่า เมนโต จนออกมาเป็นแนว สกา แต่มีจังหวะที่ค่อนข้างเร็ว หลายปีต่อมาจึงมีการปรับให้ช้าลง จนท้ายที่สุดก็มาเป็น เร้กเก้ จวบจนทุกวันนี้

ไม่ว่าจะเป็นแนวไหนดนตรีก็สร้างสุนทรียภาพให้คนฟังด้วยกันทั้งนั้น ตอนนี้ได้รู้ถึงที่มาที่ไปของดนตรีแต่ละแนวกันไปแล้ว ต่อไปเวลาที่ฟังเพลงไม่ว่าจะแนวไหน เราก็จะสามารถแบ่งแยกแนวดนตรีหรือเข้าถึงอารมณ์ของเพลงได้มากขึ้นกว่าที่เคยฟังมาแน่นอน

 

ดนตรีกับการเดินทาง สิ่งคู่กันที่ขาดไม่ได้

ในวันที่ต้องออกทริป ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว หรือไปแบบยกก๊วน ในระหว่างเดินทางนั้น หากขาดดนตรีไป ทริปนั้นก็คงจะกร่อย ไม่สุดเสียทีเดียว เปรียบเสมือนกินข้าวหมูทอดแต่ขาดน้ำจิ้มเด็ด ๆ ไปนั่นเอง ดนตรีนั้นเป็นส่วนช่วยเติมเต็มทริปนั้น ๆ ของคุณได้เป็นอย่างดี ไปดูกันว่าดนตรีจะมีบทบาทตรงไหนของทริปได้บ้าง

เพลงคันทรีกับวิวภูเขา

ถ้าจับท่อนฮุคของเพลง Country road take me home ของ John Denver มามัดรวมกับวิวภูเขาเขียวชอุ่มที่เรียงรายสุดเส้นถนนข้างทางแล้วล่ะก็ แทบจะไม่สามารถต้านทานการเอียงศีรษะซ้ายที ขวาที ตามจังหวะกลองไปเลย มันช่างทำให้รู้สึกถึงการเดินทางจริง ๆ จนบางทีคุณอาจจะอยากให้ถนนยาวไปเรื่อย ๆ เพื่อรองรับความสุขที่จะมากขึ้นตามลำดับ ลองเปลี่ยนเป็นเพลงไทยบ้างอย่างเพลง หนุ่มพเนจร ของปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ก็จะทำให้คุณต้องตบพวงมาลัยตามจังหวะไปด้วยแน่ ๆ ระดับความฟินจะพุ่งขึ้นสูงสุดเลยทีเดียว

แหกปากให้สุดเสียงกับชาวแก๊งค์ เพื่อนซี้

เลือกเพลงที่ชอบขึ้นมา หมุนวอลลุ่มให้ดัง แล้วตะโกนร้องพร้อมกันกับเหล่าเพื่อนซี้ บนรถที่กำลังแล่นไปสู่จุดหมาย นี่แหละคือช่วงเวลาคุณภาพที่จะบันทึกอยู่ในความทรงจำของคุณไปจนแก่เฒ่าอย่างแน่นอน ในทริปที่ไปเป็นหมู่คณะนั้น มักจะมีเพลงที่เป็นเพลงประจำก๊วนกันอยู่แล้ว แค่ร้องออกมาให้สุดเสียง ประสานเสียงกัน หรือจะผลัดกันคนละท่อนล้วนสร้างความสุขในการเดินทางทั้งสิ้น แต่สิ่งสำคัญคือไม่ว่าจะสนุกกันขนาดไหนก็อย่าประมาทในการขับรถด้วยล่ะ

กีต้าร์โปร่งหลังมื้อค่ำ

ไฮไลท์ของทริปนั้นก็คือการมาถึงจุดหมายปลายทาง ได้ท่องเที่ยวทำภารกิจต่าง ๆ จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังอาหารเย็นชุดใหญ่ไปแล้ว จะขาดไม่ได้เลยกับกีต้าร์โปร่ง 1 ตัว กับเครื่องดื่มเย็น ๆ ตามแล้วแต่สไตล์ใครสไตล์มัน 1 ขวด แค่นี้ก็พร้อมสำหรับมินิคอนเสิร์ตย่อม ๆ ที่ทุกคนล้อมวงกัน แย่งกันร้องบ้าง แย่งกันเล่นบ้าง ร้องเพี้ยนบ้าง ร้องดีบ้าง แต่รับประกันได้ว่ามินิคอนเสิร์ตนี้ มักมีช่วงเวลาทำการแสดงที่ค่อนข้างยาวนานหลายชั่วโมงเลยทีเดียว บางทีอาจถึงเกือบเช้าของอีกวันด้วยซ้ำไป

เห็นได้ชัดว่าดนตรีนั้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มกับการเดินทางอย่างมากจริง ๆ เริ่มตั้งแต่ขึ้นรถออกจากบ้านไประหว่างทาง จนถึงจุดหมาย กระทั่งขากลับ เรียกได้ว่าเป็นของคู่กันเลยก็ว่าได้ อ่านถึงตรงนี้แล้วก็อย่ารอช้าไป รีบดูปฏิทินเช็กวันว่างให้ดี เสิร์ชข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว แล้วก็จัดลิสเพลงสุดโปรดลงมือถือให้เรียบร้อย แล้วไปดูกันว่าดนตรีจะทำให้ทริปของทุกคนนั้นแฮปปี้ได้มากแค่ไหน

 

Club 27…ชมรมที่ค่าสมาชิกต้องแลกด้วยชีวิต

                ศิลปินดัง ๆ ระดับตำนานมากมายหลายยุคหลายสมัย ต่างจบชีวิตลงด้วยช่วงอายุเดียวกันจนหลายคนสงสัยว่าทำไมบุคคลเหล่านี้จึงต้องมาเสียชีวิตในวัยวัยเดียวกันด้วย วลีที่ว่า Club 27 ก็ได้ถือเกิดขึ้น

Jimi Hendrix

นักแต่งเพลง นักร้อง แต่คนทั่วไปจะรู้จักในนามของมือกีต้าร์ร็อกแอนด์โรลระดับตำนาน ที่มีสไตล์การแต่ตัวที่มีสีสันฉูดฉาด ฝีมือการเล่นกีต้าร์ของเขานั้นได้ถูกทั่วโลกยอมรับว่าเขาคือคนที่เก่งที่สุด เหล่ามือกีต้าร์ระดับโลกในเวลาต่อ ๆ มาล้วนได้รับอิทธิพลจากเขาทั้งสิ้น เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เขาจบชีวิตลงในปี ค.ศ. 1970 ด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น

Kurt Cobain

Front man แห่ง Nirvana เจ้าพ่อดนตรีแนวกรันจ์รายนี้ ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของ Club 27 เช่นกัน ในทางทักษะการเล่นกีต้าร์ของเขานั้น อาจดูไม่ได้หวือหวามากเท่าไรนัก แต่เขานั้นนับว่าเป็นอัจฉริยะด้านการแต่งเพลง และการแสดงสด ที่สะกดคนดูได้อยู่หมัด รวมไปถึงบุคลิกของเขานั้นค่อนข้างไปทางน่าหลงใหลจนคนเอาไปเป็นแบบอย่างมากมาย เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เขาติดยาเสพติดอย่างหนัก และจบชีวิตตัวเองโดยการยิงตัวตายด้วยปืนลูกซองเข้าที่หัวของเขาในปี ค.ศ. 1994

Robert Johnson

ตำนานเพลงบลูส์ที่มีชีวิตในช่วงต้นของศตวรรษที่ 19 ผู้คนต่างกล่าวว่า เขาได้ขายวิญญาณให้กับซาตานเพื่อแลกกับฝีมือการเล่นกีต้าร์จากธรรมดาไปเป็นเซียนกีต้าร์อย่างน่าเหลือเชื่อ ในช่วงเวลาไม่กี่วัน เพลงที่เขาแต่งออกมานั้นล้วนกลายเป็นเพลงระดับตำนานขึ้นหิ้งที่เปลี่ยนแปลงวงการบลูส์ และพัฒนาสู่แนวร็อกแอนด์โรลในเวลาต่อมาอีกด้วย การเสียชีวิตด้วยการโดนวางยาพิษของเขานั้น ต่างถูกมองว่าเป็นค่าชดใช้จากการทำสัญญากับซาตานนั่นเอง

Kim Jong-Hyun

หนึ่งในสมาชิกวง SHINee ถึงจะเป็นศิลปินยุคใหม่ แถมยังเป็นคนเอเชีย แต่ Kim Jong-Hyun นั้นก็ถูกบรรจุลงในเม็มเบอร์ของ Club 27 เรียบร้อยไปแล้ว วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2017 เขาได้ฆ่าตัวตายโดยการดมสารพิษ ถึงแม้ว่าทางโรงพยาบาลจะทำการกู้ชีพของเขาอย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถช่วยเขาไว้ได้อยู่ดี คำให้การของพี่สาวแท้ ๆ ของเขาเองกล่าวไว้ว่า ได้รับข้อความทางโทรศัพท์มือถือจาก Kim Jong-Hyun ที่มีใจความประมาณว่า “บอกลาครั้งสุดท้าย” จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน

ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านี้จะโด่งดังมีชื่อเสียงมากมาย แต่จะมีใครรู้ภายในใจของพวกเขาบ้างว่าต้องทนทุกข์อยู่กับอะไรบ้าง สาเหตุเกือบทุกคนใน Club 27 นั้นมาจากการใช้ สารเสพติดทั้งสิ้น บางคนก็เป็นโรคซึมเศร้า ที่ไม่ได้รับการรักษาให้หายขาด ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตในวัยเด็กของพวกเขาว่าจะต้องมีเรื่องร้ายบางอย่างที่มีผลต่อจิตใจไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

 

ธรรมดาโลกไม่จำ! 4 เพลงสุดขั้วบนโลกใบนี้

เพลงที่เราทุกคนฟังกันมาเกือบทั้งชีวิตนั้น ส่วนใหญ่ก็จะมีความแตกต่างกันที่แนวเพลง ความไพเราะ อารมณ์ หรือความหมายที่ศิลปินต้องการสื่อสารออกมา แต่ถ้าพูดถึงโดยรวม ๆ แล้ว หลาย ๆ บทเพลงก็ยังคงมีความคล้ายคลึงกันในระดับหนึ่ง แต่วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับเพลงแปลกๆ ที่คงไม่มีใครคาดคิดว่า “มีเพลงแบบนี้ในโลกใบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?”

บทเพลงที่ยาวที่สุดในโลก

ความยาวของบทเพลงที่ยาวประมาณ 3 ถึง 5 นาที คือระดับมาตรฐานของหูคนเราที่จะเสพเข้าถึงแก่นของเพลงนั้น ๆ ได้อย่างพอเหมาะพอดี แต่นั่นไม่ใช่ทฤษฎีกับบทเพลงของไมเคิล บอสทวิกค์ แน่ ๆ ในเพลงที่มีชื่อว่า The Rise and Fall of Bossanova ในโปรเจ็กต์ PC III ของเขา ความยาวนั้นมากถึง 13 ชั่วโมง 23 นาที กับอีก 32 วินาทีได้ถูกจารึกเป็นสถิติโลกอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2016 ส่วนเนื้อหาในเพลงนี้ถูกอัดแน่นไปด้วยการสร้างบรรยากาศ ความล่องลอย และการผ่อนคลายที่ยาวนานอย่างแท้จริง

เพลงที่สั้นที่สุดในโลก

พูดถึงเพลงที่ยาวที่สุดไปแล้ว เลี่ยงไม่ได้ที่จะนำเสนอเพลงที่สั้นที่สุดด้วย You Suffer ของวงร็อกอย่าง Napalm Death โดยเพลงสุดกวนนี้มีความยาวเป็นสถิติโลกที่ 1.316 วินาที เรียกได้ว่าใครจะฟังเพลงนี้แค่เผลอไอหรือหาว ก็ไม่ทันได้ฟังเสียแล้ว

เพลงที่ใช้ภาษาเยอะที่สุดในโลก

ตั้งแต่ไหนแต่ไรในเพลงเพลงหนึ่งก็จะมีแค่ 1 หรือ 2 ภาษาเท่านั้น เพราะแค่นี้ก็เพียงพอต่อการสื่อความหมายถึงผู้ฟังแล้ว แต่ถ้ามีทั้งหมด 145 ภาษาภายในแค่ 1 เพลงล่ะ…แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว นักร้องจะร้องยังไง? เพลงจะกล่าวถึงอะไร? จะเป็นไปได้เหรอ? คำถามพวกนี้จะหมดไปเลยเพียงแค่ได้ฟังเพลงของ AnDuDu ชาวออสเตรเลีย คนนี้ เขาได้รวบรวมเรียบเรียงคำบอกรักจากทั่วโลกมาไว้ในเพลงเพลงเดียว ฉะนั้นหากคุณคิดจะบอกรักใครล่ะก็ ใช้เพลงนี้ได้เลย รับประกันว่าต้องโดนใจสักหนึ่งภาษาในนั้นแน่ ๆ

เพลงที่หายใจน้อยที่สุดในโลก

                Shankar Mahadevan นักร้องและนักประพันธ์เพลงชาวอินเดีย กับเพลงสร้างชื่อของเขา Breathless ในปี 1998 ซึ่งในส่วนของเนื้อร้องนั้น เขาได้ร้องต่อเนื่องแบบไม่พักหายใจยาวนานถึง 3 นาที ถือว่านานมาก ๆ และคงหานักร้องคนไหนมาร้องเพลงนี้ไม่ได้ง่าย ๆ แน่นอน

ขึ้นชื่อว่าเพลงไม่ว่าจะมีความยาวมากน้อยหรือใช้ภาษาเยอะน้อยแค่ไหน จุดมุ่งหมายสูงสุดของคนแต่งนั้นย่อมต้องการที่จะมอบความสุข ความบันเทิงแก่คนฟังทั้งสิ้น อ่านถึงตรงนี้ต้องบอกเลยว่าเหล่านักเสพเพลงทั้งหลายอย่ามัวชักช้าอยู่ ยังไงต้องลองมาหาฟังให้ได้สักครั้ง แล้วทุกคนจะได้รู้ว่าในโลกนี้ก็มีเพลงแบบนี้อยู่ด้วย

 

เปิดตำนาน ปู่จ๋านลองไมค์ แรพเปอร์ไทยหัวใจพื้นบ้าน

                นับว่ากลายเป็นศิลปินไทยอีกหนึ่งท่าน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการปล่อยผลงานเพลงในวงการอันเดอร์กราวด์ ในแบบที่ต้องบอกเลยว่ามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และผลงานคุณภาพเป็นของตัวเองอย่างคับคั่งเลยทีเดียว วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับแรพเปอร์หนุ่มแนวหน้าของเมืองไทย กับเรื่องราวการฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ก่อนที่จะเข้ามามีชื่อเสียงในวงการบันเทิงเหมือนในปัจจุบัน รับรองว่าคุณจะได้ทั้งข้อคิดและแรงบันดาลใจที่ดีมาก ๆ จากหนุ่มชาวเชียงรายผู้นี้แน่นอน

ถือว่าปู่จ๋าน หนุ่มล้านนาขวัญใจชาวเหนือจากทิวดอยเชียงรายผู้นี้ เป็นตัวอย่างของการเป็นศิลปินที่โด่งดังจากผลงาน เป็นศิลปินที่มีความสามารถโดยไม่ต้องง้อค่ายเพลงใด ๆ ทำให้เราเชื่อได้ว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคที่ค่ายเพลงไม่สำคัญเท่าความสามารถของศิลปินจริง ๆ ตัวของปู่จ๋านเองนั้นมักจะบอกตัวเองในตอนที่รู้สึกสับสนกับเป้าหมาย หรือมองไม่เห็นทางแก้ปัญหาบางอย่างเสมอว่า “บางครั้งการมองไปไกลไมใช่เรื่องผิด แต่การที่เรามองออกไปไกลจนลืมมองตัวเอง อาจจะทำให้เราพลาดอะไรไปได้ แล้วที่สำคัญคือคุณจะเกิดที่ไหนก็ได้ แต่โอกาสมีเท่ากันหมด ความสำเร็จอยู่ที่ความพยายามของตัวเองทั้งนั้น” เป็นคำพูดที่สร้างความรู้สึกฮึกเหิม และอยากสู้เพื่อความฝันของตัวเองมากขึ้นจริง ๆ

เรียกได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแรงผลักดัน ให้ใครหลายๆคนที่กำลังน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชีวิต ได้ลุกขึ้นมาสู้และลงมือทำอย่างจริงจัง โดยไม่มาคิดวกวนอยู่กับสิ่งที่ตัวเองมีไม่เหมือนคนอื่น เพราะอาจจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้เราน่าสนใจ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราไปเลยก็ได้ ปู่จ๋านยังบอกอีกว่า “ผมคงพูดสอนใครไม่ได้หรอก เดี๋ยวเขาก็หาว่าขี้โม้ ผมเลยเลือกทำให้เห็นเลย ให้เห็นและเข้าใจว่าพวกคุณเป็นคนมีโอกาสนะ คุณไม่ใช่คนด้อยโอกาส ไม่ใช่ว่าพอเราไม่เป็นเด็กกรุงเทพฯ แล้วเราทำไม่ได้หรอก นั่นมันไม่ใช่เลย ผมอยากจะให้เขาเข้าใจว่ามันยังมีหนทางอยู่ อาจจะช้าหน่อย อาจต้องคลานบ้าง กลิ้งบ้าง แต่เดี๋ยวมันก็ถึง” ดังนั้นการเป็นคนที่ไหนไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอแค่คุณมุ่งมั่น มีความพยายามที่จะทำสิ่งที่คุณเรียกว่าความฝัน ให้สำเร็จ สักวันหนึ่งความพยายามเหล่านี้จะต้องตอบแทนคุณอย่างงดงามเลยทีเดียว

นับถือความพยายามและความมุ่งมั่นของศิลปินผู้นี้จริง ๆ หวังว่าหลาย ๆ คนจะนำแรงบันดาลใจเหล่านี้ไปเป็นพลังในการต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามาโจมตีคุณ ไม่ว่ามันจะหนักหนาสาหัสแค่ไหนขอให้คุณสู้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ และขอให้คุณทุกคนประสบความสำเร็จในทุกความคาดหวังที่มีนะ

 

แนะนำสไตล์เพลงฟังเพลินสำหรับคนทำงานเกินเที่ยงคืน

หลังจากที่คุณอดทนทำงานเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวันแล้ว ยังจะต้องฝืนลากร่างกายอันอ่อนเพลียมาสู้งานต่อยาวแบบข้ามคืนกันอีก นอกจากจะต้องดื่มกาแฟแก้ง่วงแล้ว เรายังมีตัวช่วยเสริมที่จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นไม่ง่วงซึม นั่นก็คือการฟังเพลงคลอเบา ๆ เพื่อสร้างสมาธิ แต่จะเลือกเพลงแนวไหนให้รู้สึกสดชื่นไม่ง่วงซึมไปกว่าเดินนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำแนวเพลง ที่จะทำให้คุณสามารถทำงานข้ามคืนได้แบบที่ความสร้างสรรค์ไหลลื่นยันเช้ากันเลยล่ะ

สำหรับคนทำงานที่ต้องการใช้สมาธิมาก ๆ หรือต้องการใช้ความคิดจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักจะทำได้ยากอยู่แล้วในช่วงเวลาปกติ ยิ่งในช่วงเวลากลางคืนที่ร่างกายเหนื่อยล้ามากแล้วนั้น การฟังเพลงบรรเลงแบบไม่มีคนร้อง จะช่วยให้คุณสามารถทำสมาธิจดจ่อกับงานต่าง ๆ ได้ดีขึ้น หลายคนอาจเข้าใจว่า การฟังเพลงขณะทำงานที่ต้องใช้สมองในด้านของการคิด อ่าน และเขียน จะยิ่งทำให้เราทำงานลำบากมากขึ้น เพราะเสียงเพลงนั้นจะไปรบกวนสมาธิ แต่ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นดนตรีแนวคลาสสิก เพลงบรรเลงด้วยเปียโน หรือเพลงแนวอะคูสติกกีต้าร์ จะสามารถทำให้ความคิดของคุณลื่นไหล ไม่ติดขัดหรือไขว้เขว แถมยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย สิ่งสำคัญคือควรฟังแล้วเว้นระยะให้หูและสมองได้พักบ้าง เพราะการฟังเพลงนาน ๆ ก็อาจจะทำให้สมองรู้สึกล้าได้ ลุกมาขยับร่างกาย ดื่มน้ำให้สดชื่นแล้วกลับไปลุยงานต่อ รับรองว่าหายง่วงแน่นอน

เพลงที่สามารถเลือกไว้ฟังในช่วงเวลานี้ไม่ควรช้ามากเกินไป เพราะสมองของคุณเหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว การได้ฟังเพลงช้า ๆ เป็นเหมือนกับการช่วยขับกล่อมให้สมองเข้าสู่หมดประหยัดพลังงาน ควรเลือกเพลงที่มีจังหวะกลาง ๆ เพราะไม่เช่นนั้นสมองจะคล้อยตามจังหวะดนตรีไปในที่สุด ผลคือคุณจะง่วงหนักกว่าเดิมอีก ดังนั้นต้องเลือกเพลงที่มีจังหวะพอดี ไม่เร็วหนักหน่วง หรือช้าจนง่วงก็จะทำให้คุณสามารถโฟกัสกับการทำงานได้ดียิ่งขึ้น ในความเป็นจริงแล้วถ้าคุณมีสมาธิมากพอ ในช่วงเวลานั้นคุณจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแม้แต่เสียงเพลงที่คุณกำลังเปิดฟังอยู่ เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องเลือกเพลงที่มีจังหวะสม่ำเสมอ จึงจะสามารถช่วยไม่พยุงไม่ให้คุณวอกแวกหรือเสียสมาธิได้ ควรหลีกเลี่ยงเพลงที่มีอารมณ์และเนื้อหาลึกซึ้ง เพราะคุณจะหันมาสนใจบทเพลงมากกว่างานตรงหน้าแน่นอน

ต่อไปไม่ว่าจะต้องหักโหมลุยงานดึกแค่ไหน ก็รับรองว่าคุณจะมีสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ที่ดีเยี่ยม แถมยังไม่รู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยวที่ต้องอยู่คนเดียวในตอนดึก ๆ อีกด้วย มาทำให้ห้องทำงานของคุณมีแต่เสียงเพลง ไม่ต้องอยู่กับเสียงแอร์ดังอีกต่อไป

 

แอปพลิเคชันฟังเพลงที่แสนครบครันสำหรับคนยุคใหม่

                สิ้นสุดยุคของการโทรศัพท์ไปขอเพลงจากดีเจวิทยุกันแล้ว เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่คนใช้สมาร์ทโฟนกันทั้งนั้น วันนี้เราจึงมาแนะนำตัวช่วยดี ๆ ที่จะทำให้การฟังเพลงของคุณลื่นไหลไม่สะดุด ตามไปดูกันเลย

                ดีเบอร์(Deezer) แอปพลิเคชันใช้ง่ายถูกใจคนทุกเพศทุกวัย

เรียกได้ว่าเป็นแอปพลิเคชันที่มีประโยชน์อย่างล้นหลาม เพราะฟังก์ชันของแอปพลิเคชันนี้จัดเต็มจริง ๆ นอกจากคลังเพลงที่เยอะแล้ว ไฟล์เพลงยังมีคุณภาพสูงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เรดิโอแชนแนล สำหรับคนที่ยังชอบฟังเพลงจากวิทยุ หรือจะเป็นการฟังเพลงแบบออฟไลน์ก็ลื่นไหลโหลดง่ายไม่เปลืองความจำ ถือว่าเป็นแอปพลิเคชันที่เหมาะกับคอเพลงสากล เพราะมีเพลงไทยค่อนข้างน้อย แต่รวม  ๆแล้วนับว่าเจ๋งมากเลยทีเดียว

สปอตติฟายด์(Spotify)  แหล่งรวมสำหรับคนชอบฟังเพลงสากล

เป็นแอปพลิเคชันสตรีมเพลงที่เป็นที่นิยมอันดับหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้บริการมากกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งแอปพลิเคชันนี้ให้บริการในด้านของการสตรีมเพลงดิจิทัล พอดแคสต์ และวิดีโอ  จุดเด่นของแอปพลิเคชันฯตัวนี้คือ สมัครสมาชิกเพียงแอคเคาท์เดียวสามารถใช้งานครอบคลุมทั้งสมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์, รถยนต์, อุปกรณ์ประเภทลำโพง, ทีวี และเว็บเพลย์เยอร์ ซึ่งเป็นบริการที่ฟรีทั้งหมด อีกทั้งคุณยังสามารถสร้าง แก้ไข และแชร์เพลย์ลิสของคุณได้อย่างรวดเร็วทันใจ และอีกความสามารถพิเศษหนึ่งของแอปพลิเคชันตัวนี้ก็คือ สามารถค้นหาเพลงที่มีแนวทำนองหรือจังหวะเพลงคล้ายกับที่คุณชอบฟังได้ สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานได้มากมายขนาดนี้ ต้องขอปรบมือให้เลยจริงๆ

Joox แอปพลิเคชันน้องใหม่ที่ครองใจคนไทยทั่วประเทศ

เปิดตัวได้ไม่ก็ไต่อันดับขึ้ยมาเป็นแอปพลิเคชันฟังเพลงยอดนิยมของคนไทยซะแล้ว ด้วยความที่ตัวแอปพลิเคชันนี้มีบริการเพลงไทยเยอะมาก ก.ไก่ล้านตัว แบบที่ว่าออกใหม่แค่ไหน หรือเก่าแค่ไหน JOOX มีให้คุณฟังหมด แถมยังสามารถโหลดไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้ทั้งเพลย์ลิส แถมตัวแอปก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้แบบฟรี หรือเสียค่าบริการ ซึ่งจุดเด่นของ Joox คือขนาดไฟล์เพลงที่เล็ก ทำให้เวลาเล่นเพลงทำได้เร็ว และไม่ต้องใช้เน็ตเยอะ จึงถูกใจใครหลาย ๆ คน อีกทั้งคุณยังสามารถเลือกคุณภาพเพลงได้หลายระดับตั้งแต่ระดับที่ฟังทั่วไป จนถึงระดับ Hi-Fi โดยการสมัตรเป็นสมาชิกแบบวีไอพีในราคาแค่ 90 บาท ก็สามารถรับฟังบทเพลงคุณภาพสูงได้ ถือว่าคุ้มค่ามากจริง ๆ และแน่นอนว่ามีเพลงไทยเยอะขนาดนี้ จึงมีเพลงสากลให้เลือกฟังค่อนข้างน้อย จะมีแต่เพลงที่เป็นที่นิยมเท่านั้น ที่สำคัญตอนนี้ทาง joox เองมีการให้บริการแบบคาราดอเกะอีกด้วย พลาดไม่ได้เลยล่ะ

ตัวอย่างที่เรายกมานี้เรียกว่าใช้งานง่ายมาก ๆ ส่วนใครถูกใจรูปแบบการให้บริการแบบไหน ก็ลองเลือกใช้กันตามใจชอบได้เลย ยังไม่นับรวม Youtube แอปยอดนิยมสำหรับคอมิวสิควิดีโอ แถมสมัยนี้เขามีให้โหลดไว้ดูแบบออฟไลน์ได้ด้วย

 

เมื่อการกำกับจังหวะของบทเพลงไม่ได้เกิดจากกลองแค่อย่างเดียว

คุณเคยลองสังเกตไหมว่า ทุกวันนี้บทเพลงส่วนใหญ่ที่เรานิยมฟังกัน มักจะมีกลองชุดเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้คุมจังหวะทั้งหมด ไม่ว่าบทเพลงนั้นจะมีความช้าหรือเร็ว แต่ด้วยความที่กลองนั้นเป็นเครื่องดนตรีขนาดใหญ่ แถมยังมีหลายองค์ประกอบ จึงทำให้พกพากไปไหนไม่ค่อยสะดวกมากนัก วันนี้เราจึงจะพาคุณไปรู้จักเครื่องดนตรีสุดเจ๋งที่สามารถนำมาใช้ทดแทนกลองกัน

กาฮอง

                เครื่องดนตรีให้จังหวะที่มีรูปร่างเหมือนกล่องสี่เหลี่ยม ทำจากไม้ไพน์ ไม้อัดหรือไม้เนื้อขาว มีต้นกำเนิดมากจากประเทศเปรู เป็นเครื่องดนตรีที่นิยมนำมาใช้สำหรับเพลงโฟล์คซองในหมู่นักดนตรีอะคูสติก ผู้เล่นนั่งบนกาฮองและใช้มือตบตรงด้านเพื่อทำให้เกิดเสียงที่เป็นจังหวะคล้ายกลอง สามารถแบ่งได้อย่างง่ายเป็น 2 ประเภทได้แก่ กาฮองแบบสายกีต้าร์ คือจะมีสายของกีต้าร์สองสายโยงกันอยู่ภายใน ซึ่งจะให้เสียงค่อนข้างแหลม และสามารถปรับแต่งโทนเสียงได้ กับอีกแบบคือ กาฮองแบบสายสแนร์ โดยภายในจะมีโซ่สแนร์อย่างน้อย 1 สาย ให้โทนเสียงทุ้มและหนักแน่นแข็งแรง ซึ่งถ้าใครสนใจอยากลองเล่นก็สามารถหาซื้อมาลองได้ เพราะราคาไม่แรงมาก อยู่ระหว่าง 1,000 ถึง 25,000 บาท

แทมบูริน

อีกหนึ่งประเภทของเครื่องดนตรีกระทบจังหวะ ที่สามารถนำมาใช้กำกับจังกวะแทนกลองได้ แทมบูรินมีทั้งที่ทำจากโลหะ ไม้ และพลาสติก มีขอบกลมคล้ายกลอง และมีโลหะติดกันสองแผ่น หรือติดด้วยลูกกระพรวน ใช้ตีกับฝ่ามือ หรือเขย่า ก็จะให้เสียงกรุ๊งกริ๊งเป็นจังหวะ ช่วยเพิ่มความสดใสทำให้เพลงมีความสนุกสนานมากขึ้น เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วจริงๆ เพราะมีขนาดที่กะทัดรัด ใหญ่สุดไม่เกิน 10 นิ้ว พกพาสะดวก ส่วนมากคนจะนิยมนำไปใช้ในกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ เพราะมีเสียงที่สดใส ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีได้มากทีเดียว

มาราคัส

เป็นเครื่องดนตรีที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ด้วยความมีเสียงไม่แน่นอน ให้เสียงซ่าได้อย่างหลากหลายอารมณ์  แรกเริ่มเดิมทีนั้นมาราคัสทำจากผลน้ำเต้าแก่จัดจนถึงแห้ง บรรจุรวมกับเมล็ดถั่วต่างๆจึงทำให้เกิดเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยผู้เล่นจะเขย่าทั้งสองมือสลับกัน เป็นเครื่องดนตรีอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในการบรรเลงบทเพลงอะคูสติกอีกด้วย ส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินเสียงของเครื่องดนตรีชนิดนี้จากบทเพลงแถบละตินอเมริกา รวมถึงในภาพยนตร์ต่างๆด้วยนะ

รู้แบบนี้แล้ว เชื่อได้แน่นอนล่ะว่าต่อให้คุณจะไปท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมที่ไหนก็ตาม คุณก็สามารถนำเครื่องดนตรีไปสร้างความสุขเพิ่มความสนุกสนานได้ โดยไม่ต้องแบกกลองไปทั้งชุดให้เปลืองพื้นที่เก็บของเลยล่ะ

 

สังเกตแนวรสชาติของร้านอาหารง่าย ๆ จากแนวเพลงที่ร้านเลือกเปิด

วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที ไม่ว่าใครก็คงอยากไปพักผ่อนชิล ๆ พาครอบครัวหรือคนสำคัญไปดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดพิเศษ ทานอาหารแสนอร่อยพร้อมกับรสชาติพิถีพิถันและอร่อยตามสไตล์ของตัวเองกันใช่ไหมล่ะ แต่ร้านอาหารที่ถูกปากถูกใจก็หายากเสียเหลือ เมนูของแต่ละที่ก็มีคล้าย ๆ กันอีก วันนี้เราจึงมาแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ที่จะทำให้คูณรู้สไตล์ของร้านอาหารตั้งแต่เดินผ่านครั้งแรก

มีหลายงานวิจัยที่สามารถยืนยันได้ว่า เสียงเพลงมีผลต่อรสชาติอาหารเป็นอย่างมาก เพราะมนุษย์เราไม่ได้รับรู้รสชาติต่าง ๆ ผ่านทางปากและลิ้นอย่างเดียว แต่เรายังสามารถรับรู้ความรู้สึกเหล่านั้นผ่านทางการมองเห็นและการได้ยินเสียงอีกด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณไปทานพิซซ่า สปาเก็ตตี้ หรืออาหารสไตล์อิตาเลี่ยน ภัตตาคารส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นร้านกระจก ตกแต่งด้วยความหรูหรา เปิดแอร์เย็นฉ่ำ และเปิดเพลงบรรเลงแบบโอเปร่าอิตาลี เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศให้รสชาติอาหารของพวกเขา มีความเป็นอิตาลีแบบดั้งเดิม และเพิ่มมูลค่าให้อาหารจานเด็ดของพวกเขามากขึ้น ต่างจากเวลาที่คุณไปทานอาหารแบบเดียวกันในร้านข้างทาง หรือร้านที่เปิดโล่ง เต็มไปด้วยเสียงผู้คน คุณจะรู้สึกถึงรสชาติอาหารในแบบที่ต่างออกไป ถ้าไม่เชื่อ ลองไปทานอาหารเมนูเดียวกัน แต่เปลี่ยนบรรยากาศดูสิ รับรองว่าคุณจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยล่ะ

เพราะคนเรารับรู้ความสวยงามผ่านทางสายตา ในแต่ละเมนูจึงต้องพิถีพิถันในการออกแบบและตกแต่งจากให้ออกมาดูดี เต็มไปด้วยความคิดสร้างสัน จึงไม่แปลกที่คนมักใช้คำว่า ไปนั่งกินบรรยากาศ เพราะว่าสิ่งนี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากๆในการออกไปทานอาหารนอกบ้าน ความดูดีของหน้าตาอาหารบนเมนู กลิ่นหอมอบอวลจากครัวในภัตตาคาร ถ้ายิ่งมีพนักงานมาบริการด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดี เพลงก็เพราะเข้ากันกับการตกแต่งของร้าน รับรองได้เลยว่าร้านนั้น ๆจะต้องคิวเต็มตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน

การเลือกร้านอาหารที่ถูกใจนั้นสังเกตง่าย ๆ ถ้าชอบร้านที่เรียบหรูแบบพร้อมเสิร์ฟเมนูครีเอทสุดตระการตา แนะนำให้เลือกร้านไหนที่คุณเดินผ่านแล้วได้ยินเสียงเพลงคลอเบา ๆ มองเข้าไปแล้วสะดุดกับการตกแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โต๊ะไม่ติดกันจนได้ยินบทสนทนาของคนรอบข้าง มีมนูแนะนำที่ดูสร้างสรรค์ รับรองว่าคุณจะอิ่มเอมทั้งบรรยากาศและรสชาติอาหารเลยทีเดียวล่ะ

ในความเป็นจริงแล้วนั้นรสนิยมของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงไม่มีกฎเกณฑ์มากำหนดตายตัวว่า อาหารที่รสชาติดีนั้นควรจะมีลักษณะเป็นอย่างไร การฟังเพลงที่ภัตตาคารเหล่าเปิดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้ได้ว่า อาหารที่ทำจะออกมารสชาติแบบไหน ลองเอาไปใช้กันดูนะ