Watch Me Burn เพลงประกอบภาพยนตร์ 365 days ที่สุดแสนจะยั่วยวน

เป็นที่พูดถึงอยู่พักใหญ่สำหรับภาพยนตร์เรื่อง 365 DNI หรือ 365 DAYS หนังอีโรติก-โรแมนติกสัญชาติโปแลนด์ ที่ได้นักแสดงนำอย่าง Michele Morrone ชายหนุ่มที่มีใบหน้าและรูปร่างที่ชวนให้หลงใหล และนางเอกสาวสวยสุดเซ็กซี่อย่าง Anna-Maria Sieklucka ซึ่งหากใครที่ยังไม่เคยรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วหละก็ แนะนำว่าให้หาที่ดูเงียบ ๆ และไม่แนะนำให้ดูพร้อมกับครอบครัว เพราะหนังเรื่องนี้จะนำพาคุณดำดิ่งสู่ความเร่าร้อนของชายและหญิง

ภาพยนตร์ที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องแรกของคุณ Blanka Lipińska ภาพยนตร์นี้ว่าด้วยเรื่องของมาเฟียหนุ่มสุดหล่อที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายอย่าง Don Massimo Torricelli หรือมาสซิโม ที่ตกหลุมรักเข้ากับผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่ง ซึ่งเค้าก็ยังคงชอบเธอมาตลอด และพยายามตามหาตัวเธอ และในที่สุดเค้าก็พบเธอและก็ใช้วิธีการที่ไม่น่าพิศวาสซักเท่าไหร่อย่างการลักพาตัวเธอมา หญิงสาวคนนั้นก็คือ Laura Biel หรือเลาร่า แน่นอนว่าใครจะไปยอม แต่มาสซิโมกับให้ข้อเสนอกับเธอว่า อยากให้เธออยู่กับเค้าและตกหลุมรักเค้าภายใน 365 วัน ถ้าเวลาผ่านไปแล้วใจของเธอยังไม่เปลี่ยนไปก็จะส่งเธอกลับคืน และเค้าก็จะไม่ล่วงเกินเธอเลยถ้าเธอไม่อนุญาต แน่นอนว่ามันเป็นข้อเสนอที่บ้ามากและเธอก็ไม่มีทางยอม แต่จะให้ทำไงได้เราอยู่ถิ่นของเค้า จะหนีซักเท่าไหร่สุดท้ายก็โดนจับได้อยู่ดี มีหรือเลาร่าจะยอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวงานนี้เลยเกิดเป็นเกมการยั่วยวนของเลาร่า ที่ชักจะกระตุ้นให้มาสซิโมเริ่มจะทนไม่ไหวเอาซะแล้ว

หากเรามีวิจารณญาณและมองให้มันเป็นงานจากนิยายและศิลปะก็จะมองเห็นว่าตัวภาพยนตร์ทำออกมาได้ดีตามแบบเนื้อหาของนิยาย และมีโทนสีของภาพยนตร์ที่สวยเอามาก ๆ ไหนจะการเซ็ตฉากต่าง ๆ แต่ในแง่ของความเป็นจริงมาสซิโมคงจะติดคุกไปแล้ว เพราะเค้าลักพาตัวเธอและเป็นไปในทางคุกคามทางเพศ เพราะฉะนั้นเราที่เป็นคนดูหรือผู้ดูก็ต้องแยกแยะและดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เรียกว่าเสพงานศิลป์เอาจากเรื่องนี้จะดีกว่า

เพลงที่ยั่วยวนไม่แพ้เนื้อหาในภาพยนตร์

เพลง Watch Me Burn แค่ได้ยินชื่อเพลงก็รู้สึกเร่าร้อนแล้วใช่มั๊ย แต่จะรู้สึกร้อนเพิ่มเข้าไปอีกเมื่อได้นักร้องอย่างมาสซิโมหรือพระเอกหนุ่มของเรื่อง Michele Morrone มาร้องด้วยน้ำเสียงเข้มสุดเซ็กซี่ของเค้า แน่นอนว่าเนื้อเพลงก็จะมีเนื้อหาประมาณว่า ผมนะเฝ้ารอวันนั้นของเราอยู่นะ คุณจำสัญญาที่เราตกลงกันได้ใช่มั๊ย อย่าลืมแล้วก็อย่าหลอกตัวเองเลยว่าไม่ต้องการผม แล้วคอยดูตอนที่ผมกำลังถูกแผดเผาจนควบคุมตัวเองไม่ได้ไว้ให้ดีก็แล้วกัน จากเนื้อเพลงแล้วเนี่ยแซ่บสุด ๆ ไปเลยใช่มั๊ยหละ แล้วถ้าได้เสียงของมาสซิโมแล้วด้วยเนี่ย…อื้ม!

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกับความฮอตของมาสซิโมก็สามารถไปรับชม 365 DAYS ได้แล้วทาง Netflix แล้วคุณจะไม่มีวันลืมความฮอตและความเซ็กซี่จากฉากบนเรือได้อีกเลย

A Little Happiness OST. Our Times เพราะช่วงเวลานั้นเราเคยมีความสุขด้วยกัน

Our Times (我的少女時代) หรือในชื่อภาษาไทยว่า กาลครั้งหนึ่ง…ความรัก ภาพยนตร์รักโรแมนติกจากจีนแผ่นดินใหญ่ เรื่องราวความรักสมัยมัธยมที่จะชวนให้คุณได้หวนคิดถึงความรู้สึกนั้นอีกครั้ง กับนักแสดงมากความสามารถที่จะทำให้คุณหลงรักอย่าง Darren Wang และ Vivian Sung และนักแสดงสมทบอีกมากมาย

Our Time กาลครั้งหนึ่ง…ความรัก

ความรักในวัยมัธยมเมื่อใดที่ได้มองย้อนกลับไปก็มักจะสวยงามเสมอ ถึงแม้บางทีจะต้องจบลงด้วยน้ำตา เช่นเดียวกับ“หลินเจินซิน” (Vivian Sung) ในวัยมัธยมที่กำลังก้าวเข้าสู่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย แน่นอนชีวิตเด็ก ม.6 จะมีอะไรที่ดีไปกว่าการได้ตามกรี๊ดดาราที่ชอบ และการได้แอบชอบใครซักคน เจินซินเธอคลั่งไคล้หลิวเต๋อหัวเป็นอย่างมาก กล่องดินสอของเธอมีสติ๊กเกอร์รูปของเค้าแปะอยู่เต็มไปหมด แต่นอกจากดาราแล้วเธอยังแอบชอบชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์อย่าง “โอหยางเฟยฝ่าน” เพื่อนในโรงเรียนของเธอ วันนึงเจินซินได้รับจดหมายใต้โต๊ะ ในตอนแรกเธอนึกว่าคงมีใครแอบชอบเธอแต่กลับกลายเป็นจดหมายลูกโซ่ที่ถ้าเธอไม่ส่งต่อเธอจะต้องตาย นั่นทำให้เธอเขียนส่งต่อไปให้ทุกคนที่เธอเกลียด และหนึ่งในนั้นก็คือ”สวีไท่อวี่” หัวโจกแก๊งอันธพาลในโรงเรียน เมื่อเธอถูกจับได้ว่าเป็นคนส่งจดหมายบ้า ๆ นั่น เธอจึงต้องกลับกลายมาเป็นเบ๊จิปาถะให้กับสวีไท่อวี่ ความรักของเธอคงไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว

A Little Happiness ความสุขเล็ก ๆ ของคน ๆ นึง

ในเนื้อเพลงของ A Little Happiness ได้บอกเอาไว้ว่า การได้เจอเธอเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของฉันเลย ทุก ๆ สิ่งที่เคยผ่านมาด้วยกันฉันยังคงจำมันได้ดี ฉันได้พบเธอ ได้รักเธอ การได้เจอเธอคือความสุขที่ฉันอยากจะหยุดเอาไว้ จากเนื้อเพลงเมื่อได้ฟังใครหลาย ๆ คนคงมีคุณความสุขที่เคยผ่านมากันอยู่ในใจใช่ไหมหละ ทั้งสมหวังและไม่สมหวังเป็นของตัวเอง ชีวิตวัยรุ่นมันก็ต้องมีความรักทำนองนี้บ้างเป็นธรรมดา จากเนื้อเพลงสู่การถ่ายทอดเสียงของความทรงจำผ่านคุณ 田馥甄 ซึ่งถ่ายทอดออกมาได้เป็นอย่างดี ทำให้คนฟังได้สัมผัสถึงความเหงา และมีอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อเพลงจนนำไปสู่การคิดถึงใครซักคนในความทรงจำ ในเรื่อง Our Times มีหลายฉากที่อธิบายชื่อภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อได้ดูแล้วก็ต้องบอกเลยว่านั่นเป็นเวลาของพวกเค้าจริง ๆ เป็นเวลาที่เกิดขึ้นและไม่มีวันย้อนกลับ แล้วพวกคุณหละมีช่วงเวลาไหนที่ชวนให้หวนคิดถึงบ้างไหม

สำหรับใครที่สงสัยว่าแล้วนางเอกของเราจะได้สมหวังกับความรักของเธอหรือไม่ สามารถหาภาพยนตร์เรื่อง Our Times มาดูได้ทางเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วมาดูกันว่าคนที่คุณเชียร์อยู่จะเข้าเส้นชัยหรือไม่ใน Our Times กาลครั้งหนึ่ง…ความรัก

Spotify แอปสตรีมเพลงที่จะคัดสรรเพลงจากทั่วทุกมุมโลกมาให้คุณ

หากคุณเป็นคนที่หลงใหลในเสียงเพลง ไม่ว่าจะระหว่างการเดินทางบนรถโดยสาร การทำงานบ้านที่ต้องมีเสียงเพลงตลอดเวลา หรือจะเป็นงานปาร์ตี้ที่มีเสียงเพลงดังครึกครื้น Spotify จะรับหน้าที่มอบทุกแนวเพลงที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกให้มาสู่หน้าจอของคุณ ด้วยตัวแอปที่ทันสมัย ใช้งานง่าย โดยที่นอกเหนือจากเพลงเพราะ ๆ แล้วก็ยังมีพอดแคสต์ที่จะคอยอยู่เป็นเพื่อนคุณและมอบความบันเทิงให้แก่คุณในยามเหงา

Spotify ให้คุณได้มากกว่าแค่แอปฟังเพลง

Spotify หรือสปอทิฟาย แอปพลิเคชันสตรีมเพลง พอดแคสต์ และมิวสิควิดีโอ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 และเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทยในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2560 โดยตัวแอปพลิเคชันมีความพิเศษกว่าแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งอื่น ๆ ตรงที่มีแนวเพลงที่หลากหลายทั้งในไทยและต่างประเทศ สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ iOS และ ANDROID ตัวแอปรองรับทั้งการสตรีมผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์และอื่น ๆ ด้วยความที่หน้าตาของแอปพลิเคชันใช้งานง่าย สามารถค้นหาสิ่งที่สนใจได้เพียงปลายนิ้ว และมีฟีเจอร์พิเศษที่มากกว่าแอปอื่น ๆ มากมาย Spotify จึงครองใจใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยากเลย

ฟีเจอร์สุดพิเศษและความพรีเมียมที่จับต้องได้

Spotify มีฟีเจอร์และลูกเล่นมากมายที่จะคอยมอบความบันเทิงให้แก่คุณ ทั้งคลังเพลงที่คุณถูกใจ เพลย์ลิสต์ที่รอให้คุณสร้าง และเพลย์ลิสต์ที่ผู้ใช้งานคนอื่น ๆ นำมาแชร์เพื่อให้ได้ฟังร่วมกัน ไหนจะการสำรวจแนวเพลงที่คุณชอบเพื่อนำมาสร้างเพลย์ลิสต์รวมแนวเพลงหรือศิลปินที่คุณชอบฟัง และการนำมาสร้างเป็นวิทยุที่จะคอยนำเพลงดี ๆ แนวเพลงที่ชอบมาให้แก่คุณ จากการที่เป็นผู้ใช้งานจริงทำให้ชอบฟีเจอร์นึงที่ทาง Spotify สร้างมา นั่นก็คือการนำเพลงดีเพลงดังของศิลปินที่เราชอบมารวมกันเป็นเพลย์ลิสต์ของศิลปินคนโปรดของเรา ซึ่งนั่นทำให้หลงรักในตัวแอปนี้มากและสามารถวนฟังเพลย์ลิสต์ศิลปินที่ชอบได้ไม่เบื่อเลย ซึ่งนอกจากนี้ Spotify ยังมีแนวเพลงที่หลากหลายจากทุกประเทศมารวมกันไว้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ง่ายต่อการค้นหาเพลงที่ชอบมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีพอดแคสต์ที่มอบความรู้ ความบันเทิง และข่าวสารต่าง ๆ จากหลายแหล่งให้ผู้ฟังได้เลือกฟังตามใจชอบ และจะคอยส่งคุณผู้ฟังให้เข้าสู่ห้วงนิทรา

เราสามารถใช้งานแอปพลิเคชันนี้ได้ฟรี ๆ ไม่เสียตังค์ แต่ก็จะตามมาด้วยโฆษณาที่จะคอยมาแทรกให้คุณรู้สึกหงุดหงิดเล็ก ๆ ซึ่งนั่นถ้าไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกอะไรนักก็สามารถใช้งานต่อไปได้สบาย แต่หากใครไม่ต้องการฟังโฆษณาและต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้น พร้อมฟีเจอร์การดาวน์โหลดเพลงที่ชอบเก็บไว้ลงคลังเพื่อฟังตอนออฟไลน์หรือตอนไม่มีอินเทอร์เน็ตก็หันมาเพิ่มความพรีเมียมได้ด้วยตัวคุณเอง โดยราคาของความพรีเมียมก็แสนจะคุ้มค่าเพราะ Spotify ให้คุณจ่ายเพียง 129 บาท/เดือนเท่านั้น และถ้าอยากจะแชร์กับเพื่อนก็ยังมีฟีเจอร์แบบ 2 บัญชีเพียง 169 บาท/เดือน แต่ถ้ายังไม่พอ อยากใช้กันทั้งครอบครัวหรือกับเพื่อนกลุ่มใหญ่หละก็ Spotify ก็จัดให้แบบใหญ่ ๆ ไปเลยกับราคา 199บาท/เดือน ที่สามารถใช้งานได้ถึง 6 บัญชีเลยทีเดียว

หากใครที่สนใจกับข้อเสนอที่ทาง Spotify จัดมาให้แล้วหละก็ อย่ารอช้าแล้วรีบไปโหลดแอปนี้มาฟังเพลงให้หนำใจกันไปเลย สำหรับสมาชิกใหม่สามารถทดลองใช้งานพรีเมียมได้นานฟรี 3 เดือน!! สามารถยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ อย่ารอช้าแล้วรีบไปฟังเพลงที่ชอบในแอปที่ใช่กับ Spotify กันเลย

5 เพลงของ Barbie ที่ปลุกพลังของเด็ก ๆ ให้ตื่นขึ้น

หากดูเพียงแต่ผ่าน ๆ ตาแล้ว ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องบาร์บี้คงเป็นความทรงจำอันล้ำค่าของใครหลาย ๆ คน แต่บางคนอาจเบือนหน้าหนีกับความชมพูจ๋าของมันที่อาจทำให้ดูแบ๊วเกินไปเสียหน่อยหากจะดู และมองเป็นเพียงการ์ตูนที่ทำมาขายตุ๊กตาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การ์ตูนเรื่อง บาร์บี้ มีเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้งและมีคติสอนใจที่ดีเสมอ แฝงไปด้วยแนวคิดที่จะทำให้เด็ก ๆ ทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชาย และใครก็ตามที่ได้ดูจะได้มั่นใจ พร้อมที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อการเติบโตในอนาคต

รวมเพลงที่ฟังแล้วได้พลังใจทางด้านบวก

1.Get Your Sparkle On : Barbie: A Fashion Fairytale

ความเชื่อมันในตนเองคือสิ่งสำคัญสำหรับการอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข กับตัวเองให้มากที่สุด เพลงนี้จะกล่าวถึงการปลุกใจให้ผู้ฟังเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเลือกเสมอ ให้เป็นคนกล้าตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เชื่อในตัวเองแล้วก็ออกไปลุยกันได้เลย

2.Look How High We Can Fly : Barbie Princess & The Popstar

การนำพาตัวเองทะยานสู่จุดสูง ๆ อย่างมั่นใจ เช่นเคยกับเพลงอื่น ๆ ที่เป็นเพลงปลุกใจนิด ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้เสียงร้องใส ๆ กับทำนองติดหู แล้วมาดูกันว่าเราจะเติบโตได้อย่างดีให้มากที่สุดถึงแค่ไหน และจุดสูงสุดของเราจะสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีวันดิ่งลง

3.I Am a Girl Like You : Barbie Princess And The Pauper

เป็นเพลงที่สอดแทรกเรื่องความเท่าเทียมของคนในสังคมได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือรวย ก็สามารถสร้างมิตรภาพดี ๆ ให้เกิดขึ้นได้ และแน่นอนว่าเราทั้งคู่ก็เป็นคนเหมือน ๆ กัน

4.Find Yourself in the Song : Barbie in Rock’N Royals

กล่าวถึงความฝันของเราที่มุ่งมั่นจะทำ มีการสอดแทรกเรื่องของมิตรภาพและความเป็นทีมเวิร์คไว้ได้อย่างดี ทำให้ผู้ฟังรู้สึกครึกครื้นฮึกเหิม และต้องมีบางคนแอบขยับตัวตามจังหวะกันบ้าง

5.All For One And One For All : Barbie And The Three Musketeers

เพราะเป็นเพลงจากบาร์บี้ภาคสามทหารเสือ ตัวเนื้อเพลงจึงมีการกล่าวถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีม เป็นความแข็งแกร่งที่ไม่ว่าอะไรก็ไม่อาจทำลายหัวใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้ลงได้

บาร์บี้ ไม่ได้มีดีแค่ตุ๊กตา

ความน่าสนใจของเพลงในบาร์บี้คือ การมีเด็กเป็นจำนวนมากที่ยังจำได้และร้องเพลงเป็นเมื่อโตขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าแต่ละเพลงถูกแต่งมาอย่างตั้งใจ ละเมียดละไมเสมอ ทั้งคำร้องและทำนองต่างก็มีความหมายที่ดีและเน้นเรื่องของอารมณ์บวก ที่ถึงแม้คุณอาจไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ของบาร์บี้ก็ตาม ก็ยังชี้ได้เสมอว่าเพลงจำพวกนี้มีลักษณะคล้าย “เพลงบาร์บี้” ที่ถ้าหากเปิดใจฟังและมองดูเนื้อเพลงอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วก็จะได้ความรู้สึกที่ถูกปลุกใจให้ใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญแทบทุกเพลง

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/MT936Wg92WYwqKPm7

5 เหตุผลสำคัญที่เราควรลองมาฟังเพลงใน Spotify

ปัจจุบันการฟังเพลงมีหลากหลายช่องทาง หนึ่งในนั้นคือแอปพลิเคชันในการสตรีมมิ่งเพลงที่ถูกลิขสิทธิ์และเสียงที่ได้มีคุณภาพ อีกทั้งยังกลายเป็นตลาดดนตรีขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่อยู่ทั่วโลก มีผู้เสนอขายเพลงของตัวเองกันได้อย่างอิสระ และมีการเลือกสรรเพลงให้กับผู้ซื้อความสุนทรีย์ทางอารมณ์อย่างชาญฉลาด spotify คือแอปพลิเคชันที่ได้ชื่อว่าเป็นแอปพลิเคชันโปรดของเหล่านักฟังเพลงและนักแต่งเพลงกันอย่างแพร่หลาย มีระบบจับคู่กันให้ได้อย่างรู้ใจผู้ใช้

แอปฯ ฟังเพลงดี ๆ ที่อยากให้คุณลอง

1.Spotify รู้ใจเราเสมอ

ระบบ AI ของแอปพลิเคชันสตรีมเพลงในปัจจุบัน เชื่อได้ว่าไม่มีแอปฯไหนจะทำได้ดีเท่ากับ spotify อีกแล้ว กับการเลือกเฟ้นเพลงที่เราน่าจะชอบมาให้ได้อย่างชาญฉลาด ทั้งจังหวะทำนองที่ไปในทางเดียวกันจนเหมือนกับว่าเราถูกอ่านรสนิยมโดยแอปฯตัวนี้อย่างหมดเปลือก

2.มีผลงานใหม่ ๆ ออกตลอด

เพราะมีอิสระมากในการทำเพลง ไร้การปิดกั้น เพลงใหม่ ๆ ที่มาจากศิลปินอินดี้ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักนักก็สามารถเผยแพร่เพลงของตัวเองลงใน spotify ได้ หรือมากไปกว่านั้นก็มี podcast ให้ได้ฟังกันอย่างไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว เพราะแต่ละคนก็ต่างขยันทำผลงานกันทั้งนั้น

3.ได้เปิดประสบการณ์การฟังเพลงที่ไร้ขีดจำกัด

ด้วยเพลย์ลิสต์ที่ทางแอปฯ ได้จัดไว้ให้อย่าง Discovery weekend จะสรรหาบทเพลงใหม่ ๆ มาให้เราเสมอ ซึ่งในบางครั้งอาจหลุดกรอบเพลงที่เคยฟังไป ไม่ใช่เพลงไทย สากล หรือเกาหลี แต่เป็นเพลงภาษามาเลเซีย หรือเวียดนาม และอีกมากมายหลากหลายที่ฟังยังไงก็โดนใจทั้งที่ไม่เคยคุ้นมาก่อน

4.ค่าบริการถูก

เทียบกันกับการได้ฟังเพลงมีคุณภาพอย่างถูกลิขสิทธิ์แล้ว ราคา 129 บาทต่อเดือนไม่ใช่ราคาที่ถึงกับจ่ายไม่ได้ หรือจะเลือกเป็นแบบ Premium Family ก็คิดเงินเพียงเดือนละ 199 บาทเท่านั้น หารแล้วตกคนละไม่ถึงร้อย เรียกได้ว่าเป็นราคาที่ยอมรับกันได้ไม่ลำบากนัก

5.คุณภาพเสียงยอดเยี่ยม

เสียงเพลงจาก spotify ในแบบพรีเมี่ยมมีความละเอียดถึง 320 Kbps ซึ่งรับประกันได้ถึงความแตกต่างของประสบการณ์การฟังเพลงที่ถูกยกระดับขึ้น มีมิติมากขึ้น ฟังเพลงได้อย่างมีความสุขและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปมากขึ้น

ลิขสิทธิ์ของการฟังเพลง

ช่องทางการฟังเพลงอย่างถูกลิขสิทธิ์ในปัจจุบันแพร่หลายเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะไม่ใช่ spotify แต่แอปพลิเคชันสตรีมเพลงอื่น ๆ ก็มีคุณภาพไม่แพ้กันและมีข้อดีที่แตกต่างกันไป ดังนั้นแล้วตลาดดนตรีจึงได้มีการขยับขยายจากผู้ซื้อกันอย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะระบบเติมเงินรายเดือนก็ถูกแสนถูก หรือบางแอปพลิเคชันยังไม่ต้องเสียเงินก็สามารถฟังเพลงได้แบบฟรี ๆ ฉะนั้นแล้ว การฟังเพลงอย่างขาวสะอาดผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งก็ทำให้ทั้งผู้ฟังสบายใจ และคุณค่าของผู้ทำเพลงก็ได้รับการยกย่องขึ้นอีกด้วย

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/rSywct3SD89SYZQD8

Dragon Quest Overture ทำนองแห่งความร่วมสมัยในใจแฟนเกม

หลาย ๆ เกมมีข้อดีคือ เพลงประกอบมีเอกลักษณ์จนแค่ได้ยินอินโทรก็ทราบแล้วว่าเป็นเกมอะไร หนึ่งในนั้นคือ Dragon Quest ที่มีความชัดเจนในทำนองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ๆ ก็ไม่เคยละทิ้งทำนองแห่งความทรงจำนี้ ตั้งแต่ทำนองแบบ 8 bit จนในที่สุดก็กลายเป็นเพลงบรรเลงโดยวงออเคสตร้า ด้วยวิวัฒนาการที่น่าภูมิใจนี้เอง ไม่ว่าจะได้ยินการเรียงตัวโน้ตเช่นนี้ในเพลงเวอร์ชันไหนก็ตาม ก็มักจะจับจิตจับใจผู้เล่นได้ทุกภาคไป

เพลงเกริ่นก่อนเข้าเรื่องตำนานมังกร

เมื่อย้อนกลับไปฟังเพลงจากภาคแรกแล้ว ความยิ่งใหญ่ฉบับ Dragon Quest ถูกย่อให้เล็กลงเหลือเพียงแค่ 8 bit เท่านั้น ด้วยเสียงดนตรีที่จำกัดแต่ก็ยังสามารถสร้างความคุ้นเคยกับเกมได้เป็นอย่างดี เป็นเช่นนี้เรื่อยมาจนกระทั่งภาค 5 ที่เริ่มมีการใส่เพลงบรรเลงอย่างจริงจังเข้าไปในเกมแล้ว

ไม่แม้กระทั่งภาคเสริมต่าง ๆ ที่ถูกปล่อยออกมา Overture นี้ก็จะมีท่อนที่เหมือน ๆ กันอยู่เสมอ จะมีก็แต่ภาค 9 เป็นต้นมาที่เริ่มมีการเพิ่มเสริมเติมแต่งตัวโน้ตก่อนหน้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น แต่สุดท้ายท่อนแห่งความฮึกเหิมนั้นก็เป็นเหมือนไฟล์ทบังคับที่ต้องมีในเพลงให้ได้

ความยิ่งใหญ่ของเพลงมีพัฒนาการสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งความซับซ้อนของเครื่องดนตรี ลูกเล่นในการไล่โน้ต หรือเทคนิคต่าง ๆ ในการบรรเลง ซึ่งแต่ละภาคก็มีกลิ่นอายที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ก็แตกต่างตามฉบับของตัวเอง เรียกได้ว่าทางผู้พัฒนาใส่ใจทุกหยาดหยดของตัวเกมไม่แม้กระทั่งเพลงบรรเลง

และเพราะเป็นความประทับใจแรกพบระหว่างตัวเกมและผู้เล่น เพลง Overture ของ Dragon Quest จึงกลายเป็นเพลงที่ติดหูสำหรับเหล่าแฟนคลับของเกมนี้เหมือน ๆ กัน ไม่ว่าได้ยินเมื่อไหร่ก็จะขนลุกกับเกมในตำนานที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีบทสุดท้ายปรากฏ เช่นเดียวกันกับภาพยนตร์เรื่อง Dragon Quest: Your Story ที่ใช้เพลง Dragon Quest Overture มาประกอบได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ

เพราะประวัติศาสตร์ของ Dragon Quest มีมาอย่างเนิ่นนานกว่าสามสิบปี ผู้เล่นแต่ละรุ่นก็แตกต่างกัน บางคนอาจเริ่มเล่นจากภาค 11 ในขณะที่บางคนก็เริ่มจากภาค 1 ซึ่งโดยปกติแล้วเนื้อเรื่องของเกม Dragon Quest ไม่ได้มีความเชื่อมเกี่ยวกันนัก หนึ่งสิ่งที่ยึดโยงหัวใจของแฟนเกมเข้าไว้ด้วยกันได้ก็คงจะเป็น Overture อันเป็นเอกลักษณ์นี่เอง

Dragon Quest ในความทรงจำของเรา

ไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ๆ ก็ยังสามารถคงเสน่ห์ของดนตรี 8 Bit ของภาคแรกไว้ได้อย่างดี และเพลงแรกที่ขึ้นหน้าจอไตเติ้ลของเกมที่ผู้เล่นแต่ละคนได้ยินก็ต่างเป็นคนละเวอร์ชันกัน แตกต่างตามวันเวลาและภาคที่เล่น แต่ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันไหน ก็คงสร้างความประทับใจก่อนเล่นได้อย่างไม่ยาก ที่ผสานความยิ่งใหญ่ ความกล้าหาญ และกลิ่นอายของเพื่อนพ้องที่พร้อมลุยไปกับเรา อันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของเกม Dragon Quest ได้อย่างเต็มเปี่ยมมาโดยเสมอ : เกม

เครดิตภาพ : https://store.steampowered.com/app/742120/DRAGON_QUEST_XI_Echoes_of_an_Elusive_Age__Digital_Edition_of_Light/

You Are My Sunshine เมามายในเหมืองศึกษา

มหาลัยเหมืองแร่ คือผลงานที่สรรค์สร้างต่อยอดมาจากการรวมเรื่องสั้นของคุณ อาจินต์ ปัญจพรรค์ เรื่อง เหมืองแร่ อันว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มผู้พลัดหลงกับเส้นทางแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับพลัดจับพลูไปที่เหมืองแร่แห่งหนึ่งทางใต้ ผจญชีวิตตรากตรำกับการถลุงแร่และงานที่หนัก แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลมาอย่างมากมายและขึ้นแท่นเป็นหนังในดวงใจของใครหลาย ๆ คนอีกด้วย สุดท้ายคงหนีไม่พ้นเพลงหนึ่งที่ติดอยู่ในใจของคนดูอย่างตราตรึง

มาหาไรที่เหมืองแร่

You Are My Sunshine เป็นเพลงที่ถูกร้องขึ้นครั้งแรกโดยนายฝรั่งแซมตอนแกกำลังเมาหัวราน้ำอยู่ในบ้านของตัวเอง และเหล่าลูกน้องที่มาร่วมดื่มก็กลายเป็นลูกคู่ลูกรับในเพลงนี้ โดยร่วมขับร้องไปด้วยกัน ด้วยน้ำเสียงของชายฉกรรจ์แต่กลับมาร้องเพลงรักหวานซึ้ง เรื่องเพราะไม่เพราะนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หากแต่เพลงนี้จะถูกร้องขึ้นทุกครั้งที่เมากรึ่มได้ที่ กอดคอไกวขาไปด้วยกันอย่างรื่นเริง พังทลายกำแพงลูกพี่ลูกน้องลง เหลือแต่เพื่อนผู้ชายที่เอาใจคุยกัน

Johnny Cash ผู้เป็นเจ้าของบทเพลงอาจไม่รู้ตัวเลยว่า ตนเป็นศิลปินคนโปรดของนายแซมและคนงานที่เหมืองกระโสมไม่รู้กี่สิบชีวิต และแน่นอนว่าสำหรับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วไม่สามารถนำเพลงนี้ออกไปจากจิตใจได้

You Are My Sunshine เวอร์ชันที่ชาวเหมืองร่วมกันร้องแตกต่างจากเวอร์ชันต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง เพราะมันเต็มไปด้วยความไร้สติ ความเมามายและครื้นเครงอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม เพลงนี้ได้ถูกใช้ในการปิดเครดิต ซึ่งทำเอาหลาย ๆ คนในโรงภาพยนตร์ตอนนั้นนั่งรออยู่ในโรงตอนหนังจบโดยไม่ได้คาดหวังฉากพิเศษหลัง End Credit แต่อย่างใด

เหมืองแร่กับเพลงรักดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลกัน แต่หนังเรื่องนี้ก็ผสมผสานมันเข้ากันได้อย่างดี แม้ในเรื่องมหาลัยเหมืองแร่จะไม่ได้เน้นพูดถึงเรื่องความรักมากนักก็ตาม แต่ตัวละครอาจินต์ในเรื่องนี้ก็เข้าถึงแก่นของเพลง You Are My Sunshine ได้อย่างลึกซึ้ง จากการกอดคอกับเจ้านายที่เขารักและนับถือ ร่วมดื่มเหล้าสาบานไปด้วยกัน เหมืองแร่กลายเป็นบ้าน และการขุดลงไปใต้พื้นดินเพื่อหาแร่ก็เหมือนการขุดหลุมเพื่อฝังตัวเองไปกับการตรากตรำทำงาน แล้วค่อยชโลมใจให้หายเหนื่อยด้วยน้ำเมา และเสียงเพลงในเวลาถัดมา

ทำนองแห่งความบากบั่นและรักใคร่

เพลง You Are My Sunshine คืออนุสรณ์ความรักระหว่างอาจินต์กับเหล่าผองเพื่อนที่ทำงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับนายฝรั่งอย่างแซม ที่ร่วมจมหัวลงท้ายไปด้วยกันทุกสถานการณ์ นับเป็นเรื่องน่าสนใจที่ตัวหนังเลือกใช้เพลงรักในการเล่าเรื่องความรักเช่นกัน หากแต่เป็นความรักคนละรูปแบบที่ทำให้ผู้ชมมีประสบการณ์ร่วมได้อย่างน่าประทับใจ และเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าเมื่อหนังจบจนขึ้น End Credit แล้ว เพลงประกอบภาพยนตร์เพลงนี้จะดังก้องอยู่ในหูของผู้ร่วมทางกับอาจินต์ไปอย่างไม่รู้ลืม

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/FpghFFfZL6NU1KUS6

ไขข้อสงสัย เพลงในเกม PUBG ขับรถทีไร ได้ยินทุกที

เหล่าสิงห์ปืนไวหลาย ๆ คนคงคุ้นกับเพลงทำนองกำลังมีจังหวะ ด้วยเสียงของนักร้องสาวเสียงใส จนติดอกติดใจมาหาฟังกันนอกเกมมาเป็นแถบ ๆ แต่ถ้าใครยังไม่เคยลองค้นดู เพลง On my way ของ Alan walker คือเพลงพิเศษที่ทำมาเพื่อเกมแห่งปีเกมนี้เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นโปรเจคการร่วมมือระหว่างเกมกับเพลงอีกครั้ง ที่เรียกได้ว่าคืนกำไรให้ทั้งแฟนเกมและแฟนเพลงสุด ๆ

On My Way บนเส้นทางของฉัน

 Alan Walker คือดีเจและศิลปินผู้มากความสามารถชาวนอร์เวย์ที่มีผลงานดังอย่าง Faded ที่ครองใจแฟนเพลงหลายประเทศ เขาอายุน้อยแต่ก็ประสบความสำเร็จในด้านหน้าที่การงานเป็นอย่างมาก แฟนคลับของเขาล้วนแล้วแต่เป็นวัยรุ่นผู้หลงใหลในเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่รังสรรค์จากปลายนิ้วของเขา และเสียงร้องเพราะ ๆ ของ Iselin Solheim

ทาง PUBG จึงไม่รอช้าที่จะดึงตัวศิลปินหนุ่มที่กำลังเป็นที่นิยมสุด ๆ ในหมู่แฟนเพลงอย่าง Alan Walker มาทำโปรเจ็คเพลงร่วมกัน ไม่ให้น้อยหน้าทางเกมคู่แข่งอย่าง Fortnite ที่มี Marshmello มาทำเพลงให้ จนกำเนิดเป็นเพลงอย่าง On My Way ขึ้นมาให้แฟน ๆ ได้ฟังกัน โดยอาศัยผ่านเสียงร้องเพราะ ๆ ของสองสาวอย่าง Sabrina Carpenter และ Farruko

เนื้อเพลงของ On my way สื่อถึงความรักที่ไม่สมหวังก็จริง แต่ในบางท่อนก็ยังย้อนทำให้นึกถึงเกม PUBG ได้อย่างแนบเนียน ทั้งเนื้อเพลงที่พูดถึงการยิงในท่อน So take aim and fire away ที่เหมาะเจาะกับเกมยิง ๆ อย่าง PUBG ได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นท่อนฮุคที่ติดหูที่สุดอีกด้วย ทั้งนี้ ท่อนอื่น ๆ ภายในเพลงอย่าง No, nobody but me can keep me safe and I’m on my way ก็สื่อถึงสมรภูมิการแข่งขันอันดุเดือดที่เป็นการแข่งชนิดที่ต้องต่อสู้กับคนใน Map กันเอาเอง ไม่มีใครช่วยตัวเองได้นอกจากตัวเราเอง และตัวเราเองเท่านั้นที่จะนำพาไปยังหนทางที่ถูกต้องได้

ที่สำคัญ เพลงที่สองที่เขาทำให้ PUBG อย่าง Live Fast ที่ร่วมมือกันกับ A$AP Rocky มาช่วยทำให้เพลงกลมกล่อมมีมิติขึ้นกว่าเดิมด้วยท่อนแรพเทพ ๆ ที่ทำให้กับเวอร์ชัน Mobile โดยเฉพาะอีกด้วย และแน่นอนว่าก็มีแนวโน้มว่าในปีถัด ๆ ไปเราคงได้ยินเพลงดี ๆ จากการร่วมมือกันของ PUBG และ Alan Walker เรื่อย ๆ อย่างแน่นอน

PUBG และผลงานเพลงต่อ ๆ ไป

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เกม PUBG ยังคงเป็นที่นิยมและครองใจเหล่าผู้เล่นมาอย่างยาวนาน เชื่อได้ว่าโปรเจคเพลงอื่น ๆ คงได้ทยอยคลอดออกมาตาม ๆ กัน หรืออาจเป็นกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพลงที่ออกมาก็เรียกได้ว่าประณีตในทุก ๆ ขั้นตอน จนทำให้มีคุณภาพระดับขั้นเทพ ทั้งแนวของเพลง คำร้องและทำนอง เรียกได้ว่าได้ยินเมื่อไหร่เลือดนักรบมันก็หลั่งเวียนอยู่ในใจอยู่ตลอด จนแทบอยากจะควักโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นสักตาสองตากันเลยทีเดียว ถึงแม้บางคนอาจจะปิดเสียงเพลงไปเพราะไม่ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทีมก็ตาม

เครดิตภาพ : https://store.steampowered.com/app/578080/PLAYERUNKNOWNS_BATTLEGROUNDS/

เปิดโลกแห่งเสียงเพลง กับ Radio Garden สถานีวิทยุทั่วโลก

นานมาแล้วที่มนุษย์เรามีการติดต่อสื่อสารกันผ่านทางวิทยุ ซึ่งก็กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบต่อมายังปัจจุบัน ที่อาจจะได้รับความนิยมน้อยลงหลังจากการมาของโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต แต่ก็ยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าวงการวิทยุยังไม่ตาย ในสมรภูมิแห่งการแข่งขันและการปรับตัว Radio Garden เป็นแอปพลิเคชันที่จะพาเราไปเปิดโลกเพื่อฟังสถานีวิทยุทั่วทุกมุม จากทุกประเทศ เพื่อสืบเสาะวิถีชีวิต วัฒนธรรมและเพลงแนวใหม่ ๆ ที่อาจกลายเป็นเพลงขวัญใจเพลงใหม่ของเราเหล่าผู้ฟังเอง

เปิดลำโพงดัง ๆ แล้วท่องไปทั่วโลก

เดิมทีแล้ว Radio Garden เคยอยู่ในแพลตฟอร์มของเว็บไซต์มาก่อน และเมื่อได้ปรับเปลี่ยนเป็นแอปพลิเคชันแล้วก็ได้รับความรักจากผู้ใช้อย่างท่วมท้น ทั้งมีประสิทธิภาพและใช้ง่ายไปในคราวเดียวกัน สถานีวิทยุกลายเป็นมากกว่าที่พึ่งของคนเหงา เพราะ Radio Garden ทำให้มันกลายเป็นสารานุกรมเพลงขนาดใหญ่ที่จะทำให้เราได้ค้นคว้าหาเพลงใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่เพียงแค่ค้นแล้วเจอ แต่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจในการหาเพลง เพราะไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ เราจะอยากฟังเพลงจากประเทศปากีสถาน หรือขั้วโลกเหนือ แต่แอปพลิเคชันนี้ก็ทำให้เรานึกอยากฟังขึ้นมาได้ เพราะเห็นผ่านตา

เพียงแค่หมุนลูกโลกภายในแอปพลิเคชันไปในตำแหน่งที่กำหนด เพียงเท่านี้ก็สามารถฟังเพลงแปลกหูได้จากทั่วทุกมุมโลก แน่นอนว่าคำว่าแปลกไม่ใช่ไม่ดี แต่คือความใหม่ที่เราไม่คุ้นชิน แน่นอนว่าจะกลายเป็นความชอบในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาหรือแนวเพลงก็ตาม ไม่นับรวมการตั้งใจเปิดไปฟังสถานีอื่น ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ตัวเองไปอีกขั้น

สิ่งที่สอดแทรกอยู่ในสถานีวิทยุคลื่นต่าง ๆ คือวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ นอกจากเพลงแล้วยังมีข่าวสารอย่างครบถ้วน ได้ทั้งการฝึกภาษาและเปิดโลกทัศน์ไปในตัว ที่สำคัญคือแต่ละคลื่นก็ฟังได้ชัดสะใจ ที่สำคัญตัวแอปพลิเคชันนี้จะมีการพัฒนาเพิ่มคลื่นวิทยุเข้ามาใหม่ ๆ ตลอดให้มีความละเอียดมากขึ้น ให้เลือกฟังได้เยอะขึ้น ทั้งนี้ Radio Garden นี้เป็นเวอร์ชันฟรี สามารถโหลดได้จากทั้ง App store และ Play store แต่อาจต้องทนฟังโฆษณาคั่นเสียหน่อย แต่ก็สามารถจ่ายค่าสนับสนุนแอปพลิเคชันนี้ในราคาไม่ถึง 100 บาทได้ง่าย ๆ

การปรับตัวของวิทยุ

สิ่งสำคัญที่ยังทำให้วิทยุยังคงมีตัวตนอยู่คือการปรับตัวและความสนิทสนมที่ทางรายการให้ได้อย่างไม่เหมือนรายการในแพลตฟอร์มอื่น ๆ Radio Garden ทำให้เรารู้สึกสนิทกับสถานีทั่วโลกอย่างไม่ต่างกัน เหมือนได้เอาหูแนบกับพื้นดินแล้วเชื่อมไปยังสถานทีต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งเพลงต่าง ๆ ที่แต่ละสถานีจะเปิดแต่ละประเทศแต่ละช่วงเวลา เรียกได้ว่าถ้าใครเบื่อ ๆ วิทยุไทยแล้ว ที่สำคัญยังเป็นแอปพลิเคชันที่ให้เราได้โหลดกันได้ฟรี ๆ ไปลองโหลดมาฟังก็แก้เบื่อแก้เหงาได้อย่างดีเลยทีเดียว

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/kNrSW7zRnrXz6HoP7

พามารู้จักกับนักร้องเจ้าของเสียงในเพลง Super Mario Bros. Theme

ก่อนอื่นเลยคงมีหลายคนยังไม่รู้ว่าเพลงประจำเกม Super Mario Bros. ที่เราเล่นกันตั้งแต่เด็กยันโตที่มีจังหวะทำนองติดหูจนเลิกเล่นแล้วก็ยังเวียนอยู่ไม่รู้จบ เจ้าเพลงที่แสนจะมีเอกลักษณ์นี่แหละก็มีเนื้อเพลงกับเขาด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าของเสียงร้องที่อยู่ในเพลงก็เป็นนักร้องเสียงหวานมากความสามารถที่อยากจะพามาให้ทุกคนรู้จักกัน กับเพลงประจำใจของเหล่าเกมเมอร์ที่อย่างน้อย ๆ ต้องเคยฟังผ่านหูกันสักครั้ง

เพลงนี้มีเนื้อร้องด้วยหรือ

ในปี 1985 เป็นปีที่นินเทนโด้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าเพลงประกอบเกมแห่งตำนานที่ใช้ดนตรี 8 bit นี้ก็มีเนื้อร้องกับเขาด้วยเหมือนกัน เป็นเรื่องน่าเซอร์ไพร์สสำหรับคนเล่นเกมยุคใหม่ที่อาจไม่เคยได้ยินมาก่อน ต้นเรื่องการมาของเนื้อเพลงนั้นมาจากรายการวิทยุในญี่ปุ่นอย่าง Takao Komine All Night Nippon จัดการประกวดเนื้อเพลงสำหรับเกมนี้ขึ้นมา แน่นอนว่าย่อมมีเพชรเม็ดงามซ่อนอยู่ในนั้น นั่นคือเนื้อเพลงจากแฟนเกมคนหนึ่งที่แต่งออกมาได้ดีจนทางบริษัทต้องขอรับไปทำต่อนั่นเอง

เนื้อเพลงกล่าวถึงในมุมมองของเจ้าหญิงพีชที่คอยเชียร์ให้มาริโอ้ผู้เปี่ยมไปด้วยพลัง ปราบปรามเหล่าศัตรูตัวร้ายแล้วเดินทางมาช่วยเธอให้สำเร็จให้จงได้ ซึ่งผู้ขับร้องเพลงนี้ก็คือศิลปินมากความสามารถอีกท่านหนึ่งอย่าง Hiroko Taniyama ที่มีผลงานล้นหลาม

เธอคือผู้หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดเมื่อ วันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ.1956 ผู้เชี่ยวกรากในวงการเพลงประกอบภาพยนตร์มาอย่างยาวนาน และส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์การ์ตูน ผลงานที่โดดเด่นของเธอ เช่น เป็นผู้ประพันธ์เพลงประกอบหนังจากสตูดิโอชื่อดังอย่างจิบลิเรื่อง From Up On Poppy Hill และ Tales from Earthsea

และที่สำคัญ เธอยังเคยรับบทพากย์ตัวละครจาก Atagoal wa Neko no Mori ภาพยนตร์อนิเมชันจากญี่ปุ่นที่อาจไม่คุ้นหูคนไทยนัก โดยเธอรับบทเป็น Themari อีกด้วย           

เห็นได้ชัดเลยว่ากระทั่งเสียงร้องของเพลงก็ยังได้มือดีมือหนึ่งของญี่ปุ่นมาร่วมทำงานด้วย ทีนี้ใครที่มีแผ่นไวนิลของเพลงนี้ก็คงน่าอิจฉามาก ถือเป็นสมบัติล้ำค่าเลยก็ว่าได้ เพราะก็ใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆ เรียกได้ว่าเป็นของแรร์เลยทีเดียว

เพลงและเกม พี่น้องที่ตัดกันไม่ขาด

วงการเกมและวงการเพลงเป็นเสมือนเส้นสองเส้นที่ตีคู่ขนานกันไป และมีการหักเลี้ยวมาผสานกันในบางครั้ง ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ทั้งคู่ และมีการพึ่งพากันเสมอไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง เช่นกันกับเกมแนวแพลตฟอร์มในตำนานอย่างมาริโอ้ ที่ถึงแม้จะมีเพลงมามากมายหลายเวอร์ชัน แต่เพลงที่มีเนื้อร้องที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ความผูกพันทางใจของค่ายกับแฟนเกมทำให้เพลงนี้กลายเป็นยิ่งกว่าตำนาน เป็นเรื่องน่าจดจำในหมู่นักเล่นเกมด้วยกัน และเป็นเรื่องที่ไม่ว่าหยิบมาเล่าเมื่อไหร่ก็น่าสนใจเสมอ

เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/cRggaGiQQihecJ9o8