บักแตงโม เพลงดังยอดฮิตกับอีกแง่มุมกระทบปมด้อยสาวอกโต

ในช่วงเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเพลงเว้าเสียงอีสานยอดฮิต 100 กว่าล้านวิว อย่างเพลง บักแตงโม แน่นอน เพลงดังมาแรงที่กำลังพูดถึงชายหนุ่มที่แอบมองหรือแอบชอบสาวสวยที่มีทั้งรูปร่าง หน้าตา และผิวพรรณที่หน้ามอง แต่ที่สะดุดเป็นจุดเด่นที่ทำให้หนุ่ม ๆ เหลียวหลังมองได้มากกว่าคือ ขนาดของหน้าอกของหญิงสาวที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับลูกแตงโมนั้นเอง

                หากฟังเผินก็คงเป็นเพลงอีสานเพลงหนึ่งที่มีจังหวะให้ผู้ฟังได้ร้องตามหรือเต้นกันได้อย่างสนุกสนาน แต่หากมองให้ลึกลงไปในอีกแง่มุมหนึ่ง อาจทำให้มองเห็นกระแสเสียดสีหรือมองว่าเป็นการล้อเลียนกลุ่มสาวที่มีขนาดหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่ เพราะไม่ใช่หญิงสาวทุกคนเสมอไปที่จะชื่นชอบการมีหน้าอกใหญ่จนกลายเป็นสิ่งโดดเด่นและสะดุดตาของคนทั่วไป และปัญหาขนาดหน้าอกที่ใหญ่เกินขนาดลำตัวนี้แหละที่มักจะสร้างความกลุ้มอกกลุ้มใจให้กับสาว ๆ เช่น

                1. ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง

                การมีขนาดหน้าอกที่ใหญ่มักจะทำให้เป็นที่จับตามองของหนุ่ม ๆ และเมื่อมีผู้ชายมามองมากเข้าก็จะทำให้หญิงสาวขาดความมั่นใจในตัวเอง  และเมื่อขาดความมั่นใจในตัวเองก็จะยิ่งทำให้กลายเป็นปมด้อยไม่กล้าที่จะทำอะไร หรือแสดงออกสิ่งใดให้ใครเห็น

                2. หาเสื้อผ้าใส่ยาก

                หญิงสาวที่มีขนาดหน้าอกที่ใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่จะหาเสื้อผ้าใส่ค่อนข้างลำบาก เช่น หากขนาดตัวเล็กแต่หน้าอกใหญ่จะใส่เสื้อผ้าตัวเล็ก ก็จะรัดรูปเกินไปและจะเน้นบริเวณส่วนหน้าอกมากเป็นพิเศษจะยิ่งกลายเป็นที่สะดุดตาเพิ่มขึ้นไปอีกจึงต้องหันมาเลือกเสื้อผ้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่พอใส่แล้วก็จะดูเทอะทะกลายเป็นคนตัวใหญ่ทันที หรือจะใส่เสื้อเชิ้ตที่รัดรูปก็กลัวว่ากระดุมจะปริแตกได้ง่าย ถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับสาว ๆ หน้าอกใหญ่เลยทีเดียว

                3. คนทั่วไปชอบวิจารณ์

                สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าการหาเสื้อผ้าใส่ของสาวอกโตและทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเองมากที่สุด คือเสียงหรือคำพูดวิพากษ์วิจารณ์ของคนทั่วไป บางคนอาจจะพูดโดยที่ไม่คิดหรืออาจจะคิดแค่เพียงว่าเป็นการพูดคุยสนทนากันแค่นั้น แต่สำหรับคนฟังอย่างสาวอกโตแล้ว นั้นคือสิ่งที่ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก แต่ปัญหานี้คงไม่มีผลกระทบใด ๆ สำหรับสาวหน้าอกโตที่มาจากการเสริมอย่างเด็ดขาด เพราะสาวที่ตัดสินใจเสริมหน้าอกต้องมีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง ฉะนั้นคำวิจารณ์เหล่านั้นคงไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด

                ดังนั้น เรื่องของหน้าอกหน้าใจของหญิงสาว คือเรื่องธรรมชาติของแต่ละบุคคล สำหรับหญิงสาวที่มีขนาดหน้าอกใหญ่ก็ขอให้มีความมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง พยายามปรับแต่งให้เหมาะสมและพอดีเพียงเท่านี้ปัญหาหน้าอกใหญ่ก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป และสำหรับคนมองยิ่งโดยเฉพาะเพศชายควรจะให้เกียรติผู้หญิง อย่าหวังเพียงแต่มองจ้องแต่รูปร่าง หน้าตา หรือขนาดหน้าอกหน้าใจของหญิงสาวเพียงอย่างเดียว ความสวยงามจากภายในของหญิงสาวยังมีอะไรให้หนุ่มๆ ได้ค้นหาและน่ามองกว่าอีกเยอะ

ยุคนี้เพลงจะดังได้ เด็ก ๆ ฟังต้องแล้วติดหู

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้กลุ่มคนที่มีการใช้งานสื่อโซเชี่ยลอย่าง Youtube เป็นจำนวนมากนั้น คือกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นในช่วงต้น ๆ ฉะนั้นกลุ่มคนเหล่านี้เองจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลให้วิดีโอประเภทการ์ตูน โฮมวิดีโอ รวมทั้งเพลงประสบความสำเร็จมียอดผู้เข้าชมหลายล้านวิว โดยเฉพาะเพลงที่หากมีทำนองสนุกสนานมีเนื้อร้องง่าย ๆ และฟังติดหูก็ไม่ยากเลยที่จะดังเป็นพลุแตกโดยไม่ต้องสนต้นทุนการผลิต แสดงให้เห็นได้ชัดว่าเนื้อเพลงไม่จำเป็นต้องวนอยู่ในลูปรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบวัยรุ่นเท่านั้น เพลงที่พูดถึงสัตว์ สิ่งของ ผักและผลไม้ ความทะลึ่งทะเล้นรวมทั้งมิวสิควิดีโอชวนหัว กลับกลายเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับเป็นวงกว้าง ที่สำคัญคือบทเพลงเหล่านี้เบาสมองไม่สร้างความเคร่งเครียดหรือเป็นพิษเป็นภัยต่อเด็ก ๆ และเพลงที่ประสบความสำเร็จแล้วอันอยู่ในข่ายนี้ก็ได้แก่

ผู้สาวขาเลาะ เพลงรักเปรี้ยวอมหวานที่ไม่ได้สมหวังหรือผิดหวังเพียงแค่ขอลุ้นอยู่ไกล ๆ มาจากค่ายเพลงน้องเล็กในภาคอิสานที่ไม่ได้มีทุนหนาเหมือนค่ายยักษ์ใหญ่ แต่ผลงานเพลงกลับนำมาซึ่งรายได้อย่างมหาศาล ตัวเพลงมีจังหวะเร็วและสัมผัสของเนื้อเพลงที่ลงตัวส่งผลให้ติดปากติดหูวัยรุ่นไทยอย่างรวดเร็ว ทั้งยังดังข้ามปีจนครั้งหนึ่งเคยติดอยู่ในท็อปชาร์ตของยูทูปมาแล้ว

เต่างอย เพลงสนุกสนานที่สามารถเปิดได้ในหลายวาระโอกาส ทั้งสงกรานต์ ลานแอโรบิค งานบุญงานบวช เมื่อขึ้นต้นเพลงรับรองว่าร้องได้ตั้งแต่เด็กตัวเล็ก ๆ ไปจนถึงคนสูงอายุ ในยุคที่ผู้คนถวิลหาความทันสมัยและหันไปหาแนวดนตรีชิค ๆ อย่าง EDM หรือ แร๊พ เพลงหมอลำถือว่าเป็นอะไรที่ห่างไกลความสำเร็จมาก ทว่าเต่างอยทลายกำแพงนั้นลงได้ปลุกสัญชาติญาณเดิมภายในใจของคนไทยให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ถือเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของราชินีหมอลำ จินตรา พูนลาภ และ VWIN เชื่อเหลือเกินว่าความแรงยังคงไม่หยุดลงจนถึงทุกวันนี้

ห่อหมกฮวก เพลงจังหวะสนุกสนานพลางเล่าถึงชีวิตประจำวันของคนดวงซวย เป็นอีกหนึ่งเพลงที่เนื้อหาไม่ได้ข้องเกี่ยวกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เลยแต่กลับดังเป็นพลุแตก หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เพลงนี้ฮิตระเบิดคือเนื้อร้องที่จริงใจ น่ารักและแอบติดทะลึ่งนิด ๆ จนผู้คนในแวดวงดารา เน็ตไอดอล และคนมีชื่อเสียงจำนวนมากเอาไปร้องคัฟเวอร์เกิดเป็นกระแสห่อหมกฮวกที่พูดถึงกันทั่วประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง

บักแตงโม เพลงลูกครึ่งร็อคกับหมอลำที่เด็ก ๆ ทั่วทุกหัวระแหงร้องได้แม้ไม่ทราบความนัยของเนื้อเพลงและอาจจะร้องได้แค่ท่อน “โอ้…นั่นมันบักแตงโม โอ้…นั่นมันบักส้มโอ โอ้…นี่คงเป็นบักพร้าวน้ำหอม” ก็ตาม แต่เพลงนี้กลายเป็นที่รู้จักไปแล้วจนแม้เสิร์ชใน Google เพียงแค่พิมพ์ตัวบ.ใบไม้คำว่าบักแตงโมก็ขึ้นมาให้เห็นเป็นอันดับแรก

ยังมีอีกหลายเพลงที่เราไม่ได้กล่าวถึงอย่างเบบี้ ชาร์ค ปิ๊กาจู หรือบุญผลาฯลฯ ซึ่งก็ไม่ใช่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เพลงประเภทนี้โด่งดังทั่วบ้านทั่วเมือง ในอดีตเพลงอย่างหมากัด มอเตอร์ไซค์ฮ่าง หรือกินตับก็เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว ดังนั้นนักแต่งเพลงและศิลปินในปัจจุบันคงละเลยไม่ได้ที่จะต้องแต่งเพลงเอาใจเด็ก ๆ ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ยิ่งกว่ากลุ่มผู้ฟังวัยรุ่นไปเสียแล้ว

ความเป็นมาของดนตรีแจ๊ส

หากเราอยากหาดนตรีหรือเพลงที่ทำให้เรามีความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับช่วงเวลาที่ต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริงและไม่ต้องคิดอะไรมาก ดนตรีแจ๊สน่าจะเป็นอีกแนวดนตรีที่ตอบโจทย์เหล่านักฟังเพลง
ดนตรีแจ๊สมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีรากฐานมาจากดนตรีแนวบลูส์ซึ่งถือกำเนิดในทางตอนใต้ของประเทศอเมริกา โดยกลุ่มคนแอฟริกันอเมริกัน ซึ่งเรารู้สึกได้ถึงการผ่านการเจ็บปวดทางประวัติศาสตร์ จากความรักและความอยุติธรรมที่สูญเสียไป และแสดงให้เห็นถึงชัยชนะแห่งการอยู่รอดของหัวใจที่แตกสลาย ในปัจจุบันเพลงบลูส์ก็ยังเป็นแนวเพลงที่เรายังได้ฟังกันอยู่ มันเป็นรูปแบบดนตรีใหม่ที่ผสมผสานองค์ประกอบของดนตรียุโรปและประเพณีของแอฟริกา และกลายเป็นรูปแบบศิลปะที่สำคัญที่ยังคงมีวิวัฒนาการในวันนี้ การบันทึกดนตรีแจ๊สเริ่มปรากฏในปี ค.ศ.1917 ดนตรีแจ๊สได้พัฒนาเป็นรูปแบบศิลปะและบรรจุอยู่ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยทั่วโลก ดนตรีแจ๊สมีความเป็นลูกผสมของดนตรีชนิดต่าง ๆ  ความสัมพันธ์ของดนตรีแจ๊สสามารถสังเกตได้จากสไตล์ต่าง ๆ การพัฒนาทางนวัตกรรมและมีจังหวะของความซับซ้อนที่แตกต่างกัน ในขณะที่ยืมผลงานสร้างสรรค์จากสไตล์อื่น ๆ เช่นบลูส์และดนตรีพื้นบ้านยุโรป แจ๊สก็ทำดนตรีให้เป็นของตัวเอง ความจริงที่ว่าแจ๊สยังคงมีการเปลี่ยนแปลงในวันนี้แสดงให้เห็นว่าในที่สุดมันก็เป็นอมตะและเป็นประเพณีแบบอเมริกันคลาสสิกที่ยังคงถ่ายทอดกันมาถึงปัจจุบัน

หลุยส์ อาร์มสตรองนับเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงสำหรับแนวดนตรีแจ๊ส และเป็นหนึ่งในศิลปินผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของดนตรี การโซโล่ทรัมเป็ตของเขานั้นไพเราะและมีความขี้เล่นและเต็มไปด้วยพลังงานในทางบวก เขาเกิดที่ นิวออร์ลีนส์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1901 และเริ่มเล่นคอร์เน็ตเมื่ออายุ 13 ปี อาร์มสตรองได้พัฒนาแจ๊สและคิดโซโล่ขึ้นมา จนมีความสมบูรณ์แบบดังเช่นที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ อาร์มสตรอง ได้รับความรักและการชื่นชมไปทั่วโลก เขาเสียชีวิตในมหานครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1971 หากกล่าวถึงในส่วนของเนื้อเพลงแจ๊สนั้นจะเป็นการพูดถึงการแสดงออกของอิสรภาพและมีปฏิภาณโวหารที่เป็นคุณสมบัติที่เราเห็นค่อนข้างมากในความงดงามของดนตรีแจ๊ส เมื่อเปรียบเทียบกับเพลงชนิดอื่น ความนิยมของเพลงแจ๊สเริ่มเพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของยุคสมัย และได้แพร่หลายไปยังเมืองต่าง ๆ ที่มีศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญทั่วประเทศ ในช่วงปีค.ศ.1940 ได้เริ่มมีการแสดงของวงดนตรีแจ๊สขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาฟังเพลง และช่วงเวลานี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อยุคสวิงซึ่งหมายถึงจังหวะที่แกว่งไปตามเสียงเพลง

ดนตรีแจ๊สเป็นรูปแบบศิลปะที่ได้รับการพัฒนามาตลอด และยังแผ่ขยายออกไปในหลายทิศทาง ในแต่ละทศวรรษที่เปลี่ยนไปก็มีความสดใหม่ การปรับเปลี่ยน และแตกต่างจากยุคเดิม ๆ แจ๊สทุกวันนี้มีความหลากหลายและกว้างขวางมากขึ้น ซึ่งมีหลายสิ่งที่แปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับสไตล์ของศิลปินในแต่ละคน


รู้หรือไม่ ว่าดนตรีแต่ละประเภทมีความต่างกันอย่างไร

ดนตรีและเพลงต่าง ๆ จัดเป็นศิลปะที่ให้ความสุขกับเราทุกคน แนวเพลงต่าง ๆ สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามองค์ประกอบของดนตรี อารมณ์ความรู้สึก และการผสมผสานของเส้นเสียงต่าง ๆ  เรามาดูกันว่ามีดนตรีประเภทไหนที่เราได้ฟังกันอยู่บ้าง
                ดนตรีแจ๊ส ดนตรีประเภทนี้มีรากฐานมาจากทางอเมริกาใต้ จุดเด่นของดนตรีแจ๊สคือระดับเสียงสูงต่ำในการร้องเพลง และการปรับอิมโพรไวส์ในระดับต่าง ๆ บัดดี้ โบลเดน ถือเป็นผู้นำของงดนตรีแจ๊สเป็นคนแรก นอกเหนือจากนี้ ดนตรีแจ๊สยังแยกย่อยออกเป็นอีกหลายประเภท
                ฮิปฮอป ฮิปฮอปเกิดขึ้นในในช่วงปี 1970 ฮิปฮอปมีแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน มีความโดดเด่นในเรื่องของการร้องเพลงที่มีการแร็พเข้ามาช่วย
                ร็อกแอนด์โรล ถือเป็นเพลงเต้นรำซึ่งมีต้นกำเนิดในปีค.ศ. 1950 มักเป็นที่นิยมเนื่องจากมีจังหวะที่สนุกสนานและ ท่วงทำนองที่เรียบง่าย ดนตรีร็อกแอนด์โรล ได้รับการพัฒนามาจากการผสมผสานของดนตรีอย่างบลูส์แจ๊ส และเพลงคันทรี่ Elvis Presley ถือเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงมากของดนตรีแนวนี้ และเป็นที่รู้จักในฐานะราชาแห่งร็อกแอนด์โรล เสียงกลองถือเป็นเครื่องดนตรีที่โดดเด่นของแนวเพลงนี้
                ร็อกมิวสิค – ดนตรีแนวนี้มีรากฐานมาจากเพลงร็อกแอนด์โรลและป๊อป และได้เกิดขึ้นมาเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1960 เครื่องดนตรี เช่น กีตาร์กลองและเบส ทำให้เกิดทำนองเพลงที่แข็งแกร่งและดุดันในสไตล์ของเพลงร็อก นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำแนวเพลงนี้มาผสมผสานกับพลงพื้นบ้าน ทำให้เกิดแนวร็อกบลูส์และร็อกแจ๊ส ซึ่งทำให้ดนตรีร็อกมีหลายรูปแบบมากขึ้น และในช่วงกลางปี ค.ศ.​​1970 แนวดนตรีพังค์ร็อกก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และใช้กีตาร์ไฟฟ้าเป็นเครื่องดนตรีหลัก
                บลูส์ – สไตล์เพลงนี้จะให้ความรู้สึกที่เศร้า แนวดนตรีมีการผสมผสานของวัฒนธรรมแอฟริกันและตะวันตกที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของอเมริกาเนื้อหาของเพลงจะพูดถึงความรัก การดื่มฉลอง และความโชคร้าย แนวเพลงจะรู้สึกหม่นเศร้า

                เพลงป๊อป – ป๊อปหมายถึงความนิยม แนวเพลงนี้ไม่มีกฎเฉพาะตายตัว แนวดนตรีจะมีความเกี่ยวข้องและคล้ายกับสไตล์ร็อกและร็อกแอนด์โรล เพลงป๊อปนี้มักมีผู้ฟังที่ค่อนข้างกว้าง และประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ในหลาย ๆ ยุค
                อาร์แอนด์บี – รากฐานของแนวดนตรีชนิดนี้คือบลูส์และแจ๊ส และมีความคล้ายคลึงกับเพลงบลูส์ที่ท่วงทำนองและเนื้อเพลงจะให้ความรู้สึกหม่นเศร้า
  ดนตรีโฟล์ก – ดนตรีโฟล์กมักเกี่ยวข้องกับประเพณี และมักถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปยังรุ่นต่อไป ดนตรีโฟล์กนี้มีพลังเพราะผ่านการดัดแปลงลักษณะบางอย่าง ในขณะที่ผ่านไปหลายชั่วอายุคน แนวดนตรีตั้งอยู่บนพื้นฐานของดนตรีพื้นบ้านดั้งเดิมและใช้เครื่องดนตรีประเภทกีตาร์แทนเครื่องดนตรีดั้งเดิม

               ในโลกเรามีดนตรีหลากหลายประเภทให้พวกเราได้เลือกฟังแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นดนตรีแนวเพลงประเภทไหน ก็ทำให้เรามีความอิ่มเอมใจ และมีความสุขทุกครั้งที่ได้ฟัง ดนตรีถือเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างมีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา

ดนตรีกับการตลาด สิ่งที่เกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก

ปัจจุบันดนตรีมีความหลากหลาย ซึ่งผู้ฟังสามารถเลือกเสพได้ตามความสนใจของตนเอง ซึ่งนักการตลาดได้นำข้อมูลเหล่านี้ มาใช้ประกอบเพื่อวิเคราะห์กลุ่มคนฟัง เพื่อจะนำมาใช้กับวิธีในการโปรโมทสินค้าเพื่อที่จะทำการสร้างโฆษณา

จากรสนิยมของการฟังเพลงและดนตรี ทำให้สามารถระบุวัยของผู้ฟังได้ เพราะมันสะท้อนถึงการใช้ชีวิต ความเป็นอุดมคติของตัวตนอีกด้วย อาทิเช่น ผู้ที่ฟังเพลงลูกทุ่ง รูปแบบการใช้ชีวิตก็จะแตกต่างกับผู้ฟังเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือช่วยสะท้อนความเป็นอัตลักษณ์ของผู้ชมแต่ละกลุ่ม และด้วยลักษณะอันเฉพาะเจาะนี้ ทำให้นักการตลาดนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาใช้เป็นส่วนประกอบในการทำตลาด เพื่อให้สินค้าของตนเองเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะอย่างแม่นยำมากขึ้น หากจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่ามีความคล้องจองกันอย่างไร ลองนึกย้อนกลับไปดูเมื่อเราอยู่ในช่วงโรงเรียนมัธยมเราชอบร้องเพลงตามศิลปินที่เราชื่นชอบ เรานำสไตล์การแต่งตัวของศิลปินเหล่านั้น มาปรับใช้กับตนเอง และเลียนแบบให้เหมือนให้ได้มากที่สุด ในทำนองเดียวกันการใช้ข้อมูลเหล่านี้ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในด้านดนตรีและนำมาป็นแผนการตลาด จะสามารถช่วยให้นักการตลาดได้เกิดความคิดใหม่ ๆ ถึงวิธีการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคออกเป็นลักษณะต่าง ๆ ให้เข้ากับสินค้า และแน่นอนว่ารสนิยมทางดนตรีของเราเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในขณะที่เรามักจะยึดติดอยู่กับเพลงโปรด ในช่วงชีวิตช่วงหนึ่ง ตัวอย่างเช่นในช่วงวัยรุ่นเรามักจะได้รับอิทธิพลจากแนวดนตรีที่มีความก้าวร้าว รุนแรง เช่น ดนตรีร็อค หรือพังก์ แต่เมื่อเราเปลี่ยนไปสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น เรามีแนวโน้มที่จะเริ่มฟังเพลงป๊อปมากขึ้น แต่เมื่อเราถึงวัยกลางคน ความเป็นอัตลักษณ์ของเราก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปตามช่วงวัยด้วย ดังจะเห็นได้ว่าดนตรีแจ๊สและดนตรีคลาสสิค จะทำตลาดได้ดีกับผู้คนในช่วงวัยกลางคน

สิ่งเหล่านี้เอง ที่ทำให้นักการตลาดได้เข้าใจแง่มุมของความหลากหลาย และนำรายละเอียดเหล่านี้มาเชื่อมโยงถึงกันและใช้ในการตีความไต้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ประโยชน์ในการขยายกลุ่มเป้าหมายให้ดรงและชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นที่เราใช้เพลงในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการตลาด นั่นคือการใช้ศิลปินที่มีผู้ฟังเฉพาะ มีความจงรักภักดีต่อศิลปิน และแฟน ๆ เราสามารถนำศิลปินเข้ามาเป็นจุดขายและมุ่งเน้นไปที่ผู้บริโภคที่เรากำหนดไว้แล้ว ตั้งแต่เริ่มต้นการทำแคมเปญ หรือการใช้โซเชียลเล็ก ๆ ในการทำการโฆษณา การตลาดด้วยเพลงหรือตัวศิลปิน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้กับสินค้าของตนเองมากขึ้น นอกจากนี้หากเรามองภาพออกในการจับคู่ศิลปินให้มีความเหมาะสมกับสินค้าของเรา จะทำให้ประสบความสำเร็จจากการขายสินค้านั้น ๆ มากขึ้นด้วย

อย่างที่ทราบกันว่า ดนตรีมีผลต่อสมองของเราโดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ ดังนั้นเรามักจะเห็นสินค้าหลาย ๆ อย่างใช้เพลงในการพูดถึงการสร้างแบรนด์ ซึ่งอาจไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่าการใช้ดนตรีเพื่อช่วยให้ลูกค้าจดจำลักษณะเฉพาะของแบรนด์นั่นเอง

ความเป็นมาของดนตรีฮิปฮอป

ดนตรีฮิปฮอปเกิดขึ้นในช่วง ปี ค.ศ. 1970 มีที่มาจากชาวอเมริกัน แอฟริกัน รวมทั้งละติน ได้พัฒนารูปแบบดนตรีนี้ขึ้นมา ลักษณะดนตรีสามารถเปรียบได้กับพลังงานที่ต้องการระเบิดออกมา และเป็นแนวดนตรีที่มีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการพื้นที่ในการแสดงออกถึงความมีสิทธิและเสรีภาพอย่างชัดเจน เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่นอเมริกันและทั่วโลก

ส่วนประกอบของแนวดนตรีฮิปฮอปซึ่งต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาเป็นวัฒนธรรมประกอบด้วยสี่ส่วนต่อไปนี้คือ MCing, DJing, graffiti และ break dance การแร็พ (MCing) เป็นองค์ประกอบหลักและเป็นการผสมผสานระหว่างการ Scratch แผ่น (Djing) และการร้องเพลง ในส่วนของความเป็นแร็พได้มีการรวมศิลปินที่มีแนวดนตรีประเภทต่าง ๆ ผนวกกันเข้ามาใหม่ ทำให้เกิดความเป็นฮิปฮอป และเพลงที่ศิลปินสามารถใช้การ “แร็พ” ในเพลงนั้น อาจสามารถประกอบด้วยองค์ประกอบของดนตรีในจังหวะใด ๆ หรือจากการผสมเพลงอันหลากหลายประเภทและดนตรีที่แตกต่างกันออกไป เช่นการทำ Beat box ประกอบกับเสียงเพลงโดยใช้ปากของผู้ร้องทำให้เกิดเป็นทำนองและจังหวะขึ้นมา และจังหวะจากกลอง ก็เกิดจากการปรบมือให้เกิดเสียง หรือการผสมผสานของเสียงที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นดนตรีที่มีรูปแบบใหม่ และมีความเป็นสมัยนิยมอย่างชัดเจน ในอดีตดนตรีฮิปฮอปมักแพร่หลายและมีผู้ฟังเพียงแค่กลุ่มคนที่มีผิวสีเท่านั้น แต่เมื่อดนตรีฮิปฮอปได้เติบโตขึ้น ปัจจุบันผู้ฟังจึงมีมากมายหลากหลายมากขึ้น ในการร้องเพลงแร็พ ศิลปินจำเป็นต้องนำความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองมาใช้ในองค์ประกอบดนตรีด้วย เนื้อเพลงแร็พนั้นรวมถึงการนำคำอุปมาอุปมัยมาใช้ และจะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม และเนื้อร้องยังมีการสัมผัสกันคล้ายกับบทกลอน หรือทำให้คล้องจองกันตลอดเวลาด้วยจังหวะของเสียงเพลง และเนื้อหาต้องมีความชัดเจนในเนื้อเพลง ถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อ

สำหรับการเต้นในแนวเบรกแดนซ์นั้น เป็นการเต้นรำที่มุ่งเน้นการแสดงออกที่สร้างสรรค์ของความเป็นฮิปฮอปผ่านรูปแบบของการเต้นและท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ มีวิธีการเต้นหลากหลายวิธี เช่น อาจจะทำเป็นในรูปแบบของกลุ่มทั้งมีหรือไม่มีดนตรีประกอบก็ได้ ในปัจจุบันยังมีวิธีการเต้นและนำการร้องแร็พมาใช้ในการต่อสู้กัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงทางร่างกาย

ในส่วนของ Graffiti คืออีกรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกของความเป็นฮิปฮอปในทางศิลปะ ซึ่งเราสามารถเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ในหลาย ๆ สถานที่ นอกจากนี้สไตล์และเสื้อผ้าของความเป็นฮิปฮอปยังสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่ค่อนข้างชัดเจนกับแนวดนตรีนี้ ซึ่งเสื้อผ้าส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากการแต่งกายของศิลปินที่เรามีความชื่นชอบ โดยเลียนแบบมาจากสิ่งที่เห็นในมิวสิควิดีโอล่าสุด และก็ถูกนำมาลอกเลียนแบบอย่างรวดเร็ว ศิลปินฮิปฮอปหลายคนจึงมีทั้งแบรนด์เสื้อผ้าและรองเท้าของตัวเอง

ปัจจุบันดนตรีแนวฮิปฮอป ยังมีความแปลกใหม่อยู่มาก และสามารถผลิตออกมาให้เข้ากับได้ทุกยุค และผู้ฟังก็มีความเปิดกว้างมากขึ้น เป็นอีกแนวดนตรีที่มีสีสัน และน่าสนใจ

มาเดินทางให้สนุก ด้วยการใช้ดนตรีเป็นตัวช่วยกันเถอะ

เมื่อเราได้ใช้ช่วงเวลาในวันหยุด เพื่อการพักผ่อนท่องเที่ยวกับครอบครัว หรือคนที่เรารัก หรือแม้แต่การเดินทางไปคนเดียวเพื่อเห็นโลกในมุมมองใหม่ ๆ หากเราได้มีเพลงที่เราชอบเปิดฟังระหว่างการเดินทาง คงทำให้การเดินทางนั้นสนุกและมีความหมายมากขึ้นไม่มากก็น้อย นอกจากนี้เสียงเพลงยังช่วยบันทึกความทรงจำที่ได้จากการเดินทางได้ดีอีกด้วย

                    เราอาจจะมีการเดินทางที่แสนวิเศษที่ประเทศอิตาลี นั่งดื่มไวน์ดี ๆ เฉลิมฉลองช่วงเวลาเหล่านั้น หรือนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่ชายหาด และเปิดเพลงคลอไปเบา ๆ ดนตรีเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ของการเดินทาง หากเราได้ทำเพลย์ลิสต์หรือนำซีดีเพลงที่เราชื่นชอบติดตัวไปกับการเดินทางของเราด้วย แค่นี้เราก็ได้ดื่มด่ำกับเสียงเพลงที่เราชื่นชอบรอบตัว การเปิดเพลงที่เข้ากับช่วงเวลาทำให้เกิดการเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างการเดินทางนั้น ๆ  ทำให้เรารู้สึกสนุกและผ่อนคลายไปมากขึ้น แม้ว่าภาพถ่ายอาจทำให้เกิดความทรงจำ แต่เพลงที่เข้ากับบรรยากาศเหล่านั้นจะทำให้เกิดความรู้สึกได้ลึกซึ้งยิ่งกว่า บทเพลงที่เราได้ฟังระหว่างช่วงเวลาที่เราออกเดินทางนั้น จะทำให้เราเกิดความทรงจำที่มั่นคงที่สุดและไม่ลบเลือนออกไปได้ง่าย ๆ 

                    เราสามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ว่าดนตรีสามารถกระตุ้นในส่วนของสมองตั้งแต่อารมณ์ความรู้สึก ความทรงจำ จนถึงการเคลื่อนไหว ซึ่งมีความแตกต่างจากภาพถ่ายหรือแม้แต่การจดบันทึกประจำวัน เรามักพบว่าตัวเองตกอยู่ในความดื่มด่ำ ไปกับช่วงเวลาเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่านจะเป็นจากสายตาที่มองเห็น หรือกลิ่นสัมผัสที่ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าดนตรีมีพลังมาก และโดยเฉพาะความทรงจำที่มีความสุข หน่วยความจำก็จะกระตุ้นปฏิกิริยาแห่งความสุขในสมอให้ปล่อยโดปามีนเซโรโทนินและออกซิโตซินทำให้เราอยู่ในภาวะประสาทสัมผัสทางระบบประสาท ที่ทำให้ตกอยู่ในอาการคล้ายกับการติดสารเสพติดนั่นเอง และเพราะดนตรีเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเรา เรามีการเชื่อมต่อทางอารมณ์ไปกับมัน มันมีพลังที่จะทำให้เรามีความสุขหรือเศร้า

                    ดังนั้นช่วงเวลาที่เราควรรู้สึกผ่อนคลายและสงบ ตัดความกังวลใจออกไป เลิกคิดถึงสิ่งอื่นใดในโลก และปล่อยอารมณ์ให้ตัวเองดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ ให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนอย่างแท้จริง โดยมีบทเพลงที่เราชื่นชอบ และเมื่อเราได้ยินเสียงเพลงเหล่านั้น เมื่อเราได้กลับมาจาการเดินทาง มันจะเตือนความทรงจำให้เราได้ระลึกถึง หรือแม้กระทั่งได้สัมผัสถึงกลิ่นหอมของอาหารราวกับว่ามันกำลังวางอยู่บนโต๊ะอาหารตรงหน้าเรา หรือบรรยากาศแสนสดชื่น ในโรงแรมที่เราเข้าพัก ช่วงเวลาที่เราได้อยู่บนรถไฟ สายตามองออกไปสองข้างทางและตื่นเต้นกับความแปลกใหม่ นับว่าเสียงเพลงถือเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ทรงพลังที่สุดที่เราได้รับจากการเดินทาง 

ดนตรีและความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรม

ในโลกของเรานั้น มนุษย์เรามีความแตกต่างทั้งลักษณะทางกายภาพหรือขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม ที่แต่ละประเทศก็มีลักษณะเฉพาะของตนเอง แต่ละประเทศนอกจากนี้แต่ละประเทศก็มีบทเพลงเป็นของตนเอง ที่แทรกซึมอยู่ในวัฒนธรรมนั้น ๆ และแตกต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัย แต่ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อย่างใดเลย เพราะดนตรีจะเป็นสื่อกลางในการรวมเชื้อชาติหรือความเป็นปัจเจกของแต่ละบุคคล ให้มีความสัมพันธ์อันดี นอกจากนี้ดนตรียังปรากฏตัวในช่วงตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และถูกนำมาใช้ในโอกาสที่แตกต่างกัน ถือได้ว่าดนตรีมีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรมโลกและดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในหลายทศวรรษ

                    ดนตรีเพื่อการเฉลิมฉลองต่าง ๆ  เป็นที่สังเกตุได้ว่าจะมีการใช้ดนตรีเข้ามาประกอบในงานเฉลิมฉลองทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานฉลองวันสำเร็จการศึกษา หรืองานวันเกิด ซึ่งถือว่าดนตรีมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความสนุกสนานให้กับพิธีการเหล่านั้น

                    ดนตรีเป็นการแสดงออกในรูปแบบหนึ่ง นักดนตรีจะเป็นที่ผู้ถ่ายทอดบทเพลงและแสดงออกถึงความเป็นตัวตน ในรูปแบบของเสียงเพลงและท่วงทำนองที่ต่างกันออกไป เป็นการสื่อสารที่แสดงออกถึงความรู้สึกในชีวิต ซึ่งทำให้ผู้ฟังสามารถเชื่อมโยงและค้นหาความหมายในตนตรีเหล่านั้นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

                    ดนตรีทำให้เรารู้สึกอยากเต้นรำมากขึ้น ดนตรีที่มีจังหวะสนุกสนานจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้คนที่ต่างวัฒนธรรมกันไปทั่วโลก ได้แสดงออกซึ่งสิ่งเดียวกัน เช่น การเต้นรำ อีกนัยหนึ่งคือเป็นการสื่อสารว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรผ่านการเคลื่อนไหวท่าทางเหล่านั้น

                    วิวัฒนาการของดนตรีไม่เคยหยุดนิ่ง ดนตรีไม่เคยหยุดนิ่ง และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงเวลาและยุคสมัย ในส่วนของศิลปินหรือนักดนตรีที่ได้เรียนมาทางด้านดนตรีโดยตรง อาจจะมีความรู้ใหม่ ๆ ที่ได้คิดค้นท่วงทำนองและเสียงต่าง ๆ และได้พัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย

                    ดนตรีเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ดนตรีเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ สำหรับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และต้องการแสดงออกถึงผลงาน ได้สร้างผลงานต่าง ๆ ผ่านดนตรีประเภทต่าง ๆ และนำมาเผยแพร่ออกสู่โลกภายนอกและแบ่งปันกับผู้อื่น ทำให้ผู้คนที่ได้ฟังเพลงต่าง ๆ เหล่านั้น มีลักษณะร่วมกันและรับรู้ถึงแรงบันดาลใจด้วยกันจากดนตรีด้วย

                    ดนตรีสร้างความใกล้ชิด ดนตรีสามารถทำให้เกิดความใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยศิลปินถ่ายทอดข้อความผ่านเนื้อเพลง หรือการแสดงอารมณ์ที่พวกเขาอาจไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดหรืออธิบายได้ แต่ได้สื่อสารสิ่งเหล่านั้นผ่านเสียงเพลงของตนเอง

                    ดนตรีเป็นการสื่อสารในรูปแบบหนึ่ง หลาย ๆ คนมีปัญหาเมื่อต้องทำการสื่อสารสิ่งที่ตนเองรู้สึกผ่านคำพูด แต่พวกเขาสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกเหล่านั้นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นผ่านบทเพลงต่าง ๆ

                    แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะมีความชอบของตัวเองที่ไม่เหมือนกันกับประเภทของดนตรีที่พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง หรือสนุกไปกับมัน แต่สิ่งหนึ่งที่มีร่วมกันคือ ดนตรีเป็นส่วนสำคัญของชีวิตที่ทำให้เกิดการแสดงออก และบ่งบอกความเป็นตัวเราในฐานะมนุษย์ และดนตรียังเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าที่มีจุดร่วมตรงกลาง ช่วยหลอมรวมผู้คนที่แตกต่างเข้าไว้ด้วยกัน

เพลงป๊อบ เพลงที่ไม่เคยหายไปจากยุคสมัย มาทำความรู้จักกับเพลงป๊อบให้มากขึ้นกันเถอะ

ในปัจจุบัน มีเพลงประเภทต่าง ๆ อยู่มากมาย ที่ให้เหล่าผู้ฟังได้เลือกเสพตามความพอใจ ตามรสนิยมของตนเอง เพลงป๊อปจัดเป็นเพลงอีกประเภทหนึ่งที่ฟังง่าย เข้ากับยุคสมัย

เพลงป๊อบมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงค.ศ. 1950 คำว่า “เพลงยอดนิยม” และ “เพลงป๊อป” มักใช้แทนกันได้ แม้ว่าในอดีตเพลงยอดนิยมเหล่านั้น อาจจะมีความแตกต่างไปตามลักษณะดนตรี แต่ก็มักใช้คำว่า “เพลงยอดนิยม” อธิบายถึงเพลงทั้งหมดที่ได้รับความนิยมในช่วงขณะนั้น ไม่ว่าจะมีความแตกต่างหลากหลายสไตล์ อาจจะเป็นดนตรี “ป๊อป” หรือ “ร็อค” จนเมื่อปลายค.ศ. 1960 จึงเริ่มมีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างประเภทของดนตรีเกิดขึ้น เพลงป๊อบมีลักษณะเฉพาะตัวด้วยท่วงทำนองที่ฟังง่าย มีรูปแบบและโครงสร้างที่มีความซ้ำ ๆ ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่ มีจังหวะที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เราอาจพบว่าเพลงป๊อบมักเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของดนตรีประเภทต่าง ๆ เช่น ฮิปฮอป, เร้กเก้, R & B, แจ๊ส, อิเล็กทรอนิกส์ ในช่วงปี ค.ศ. 1920 – 1950 เพลงป๊อปได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่มาจากดนตรีแจ๊ส และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา ได้รับอิทธิพลมาจากเพลงฮิปฮอป

เพลงป๊อปอาจถูกเขียนขึ้นโดยนักแต่งเพลงมืออาชีพ เพื่อที่จะให้นักร้องมืออาชีพนำไปถ่ายทอดต่อ หรือในบางครั้งอาจถูกเขียนโดยตัวของนักร้องเอง ยกตัวอย่างเช่นวง The Beatles ในปี 1960 ที่พวกเขาได้ทั้งแต่งเนื้อร้องและทำนอง รวมถึงถ่ายทอดออกมาด้วยตนเอง เป็นที่โด่งดังและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในยุคสมัยที่มีความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาวิธีการบันทึกเสียง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างสำคัญต่อลักษณะเสียงของเพลงป๊อป ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากดนตรีคลาสสิกและดนตรีแจ๊ส ในเพลงและดนตรีบางประเภทอาจต้องการเสียงร้องที่ฟังเป็น “ธรรมชาติ” มากกว่า ดังนั้นนักร้องเพลงป๊อปมักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและสตูดิโอบันทึกเสียงที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้เสียงตามที่ต้องการ การเผยแพร่เพลงป๊อบนั้นมีทั้งการเผยแพร่แบบเพลงเดี่ยว หรือทั้งอัลบั้ม และช่องทางในการจัดจำหน่ายก็มีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงแผ่นเสียงไวนิลเทปคาสเซ็ตคอมแพคดิสก์หรือการดาวน์โหลดทางอินเทอร์เน็ต โดยทั่วไปแล้วเพลงป๊อปมักใช้ทำนองเพลงที่เรียบง่ายและน่าจดจำ เน้นในส่วนของจังหวะ สไตล์การขับร้องและเส้นเสียงที่นักร้องใช้ในการขับร้องที่เป็นเอกลักษณ์ และส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากขนบธรรมเนียมประเพณีของดนตรีแอฟริกันอเมริกัน เช่นจังหวะบลูส์, หรือดนตรีแจ๊ส และเมื่อซีดีและดีวีดีเริ่มมีราคาถูกลง อายุของผู้บริโภคเพลงป๊อปโดยเฉลี่ยก็ลดลงตามไปด้วย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเด็ก ๆ กลายเป็นผู้บริโภคเพลงป๊อบใหญ่ที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้เพลงป๊อบยังเป็นสื่อกลางที่สำคัญในเรื่องวัฒนธรรมต่อเยาวชน ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการชี้นำพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมต่อเยาวชน

แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่เพลงป๊อบก็มีการปรับตัว และไม่ได้มีความเก่าแก่หรือคร่ำครึ เหมือนเพลงบางประเภท ที่เมื่อเวลาผ่านไป ก็อาจเสื่อมสลายและไม่ได้รับหยิบยกมาฟังหรือมาทำใหม่อีก จัดว่าเป็นดนตรีประเภทหนึ่งที่ไม่ได้หายไปตามกาลเวลาเลย

พลังของดนตรี ให้อะไรได้มากกว่าแค่ความบันเทิง

เราทุกคนเติบโตมาพร้อมกับเสียงดนตรีในทุกช่วงขณะ ในทุกวันของการทำกิจกรรมใด ๆ  ก็ตาม ดนตรีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตของมนุษย์แทบจะทุกคน ดนตรีอยู่ใกล้ชิดกับเราตั้งแต่เมื่อเราลืมตาตื่นขึ้นมา ระหว่างการเดินทางไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ และสำหรับใครหลายคนดนตรีอาจเหมือนเพื่อนสนิทที่สามารถทำให้เรามีความสุข และช่วยทำให้เราเกิดความผ่อนคลายเมื่อเราต้องเจอกับความกังวลหรือความทุกข์ ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ นอกจากนี้ดนตรียังเป็นเหมือนสื่อกลางที่สามารถทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมารู้จักกันได้ โดยผ่านท่วงทำนองของดนตรี พลังของดนตรีสามารถทำให้เรามีทั้งความสุขหรือถูกปลุกเร้าให้เราลุกขึ้นมาต่อสู้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และช่วยบรรเทาความกังวลของเรา

ดนตรีให้อะไรกับเรามากกว่าแค่ความรื่นรมย์ หรือแค่ความบันเทิงใจ หากแต่นักมานุษยวิทยาและนักสังคมวิทยาเคยศึกษาและพบว่าวัฒนธรรมต่าง ๆ ตามเส้นทางของประวัติศาสตร์นั้น ดนตรีคือส่วนหนึ่งของมนุษย์ตั้งแต่โบราณกาล อาทิเช่น วัฒนธรรมหรืออารยธรรมของชนเผ่าดั้งเดิมและพิธีกรรมทางศาสนา ต่างได้ใช้ดนตรีเป็นพื้นฐาน เป็นสื่อกลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร นอกจากนี้ ดนตรียังถูกนำมาใช้เพื่อการรักษาโรคทางร่างกายบางชนิด รวมถึงความเจ็บป่วยทางจิตใจก็มักใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการสมานแผลด้วยกันทั้งสิ้น ยังมีผลการวิจัยที่พบว่า ดนตรีมีผลกระทบต่อสมองของมนุษย์ด้วย เห็นได้ชัดว่าดนตรีไม่เพียงแต่เข้าถึงเราในระดับสติปัญญาทางสังคมและอารมณ์ความรู้สึกเท่านั้น เครื่องดนตรีและเพลงประเภทต่าง ๆ สามารถทำให้เกิดสภาวะทางจิตวิทยาในทั้งนักดนตรีและผู้ฟังอย่างคาดไม่ถึง ดนตรีสามารถนำเรากลับมาสู่ความเป็นตัวเรา เหมือนเป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นด้านหนึ่งของเราที่อาจหลงลืมไปนานแล้ว ให้กลับมาปรากฎอีกครั้ง ดนตรีมีพลังและมีความหมายมากกว่าแค่เสียงและคำพูด ดนตรีมีพลังมากจนมีอำนาจในการจัดการและโน้มน้าวบุคคลได้ไม่ว่าจะในทางบวกหรือทางลบ

นอกจากนี้ความหมายมากมายในบทเพลงสามารถบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของศิลปินหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาและแม้แต่ความคิดเห็นของนักแต่งเพลงในมุมมองของพวกเขาก็ถูกถ่ายทอดมายังเนื้อเพลงด้วย บางครั้งนักแต่งเพลง นักดนตรียังใช้ดนตรีเพื่อประกาศความคิดเห็น ความอิสระ และเสรีภาพ ได้หยิบยก กลั่นกรอง เขียนเนื้อเพลงและทำนองรูปแบบต่าง ๆ ด้วย ดนตรีบางประเภทมีผลต่อความรู้สึกของผู้คนในระดับต่าง ๆ กันไป เช่นเพลงช้า ๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มีความมั่นคง ในขณะที่เพลงแร็พและร็อคอาจทำให้รู้สึกสนุกสนาน หรือเกรี้ยวกราด

และด้วยเหตุผลที่ว่าดนตรีมีพลัง นั่นก็เพราะมันสามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนคิดและรู้สึก หากเรามีความเข้าใจและความซาบซึ้ง หรือสัมผัสกับมันได้อย่างเต็มที่และถูกวิธี รวมถึงมีความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับพลังของดนตรีว่าสามารถมีอิทธิพลต่อชีวิตได้อย่างไรบ้าง เราจะสามารถนำดนตรีมาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและสังคม