James Cameron ผู้กำกับของภาพยนตร์ที่ทำเงินได้มากที่สุดในโลก

การที่จะสร้างภาพยนตร์ที่ดีสักเรื่อง จำเป็นที่จะต้องใช้ทุนมหาศาลในการสร้าง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้สร้างจะคาดหวังให้ภาพยนตร์ของตนประสบความสำเร็จ คำว่า “ภาพยนตร์ที่ดี” อาจจำกัดความได้ว่าต้องเป็นภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน ทั้งเนื้อเรื่อง, บท, วิธีการเล่าเรื่อง, ฉาก, กราฟิก, แสง, สี, เพลงประกอบ, รวมทั้งเสื้อผ้าหน้าผม กล่าวได้ว่ามีรายละเอียดมากมายที่ต้องใส่ใจ โดยผู้ที่มีหน้าที่สำคัญในการดูและกำหนดภาพรวมของทุก ๆ ด้านที่ว่ามานี้ คือ “ผู้กำกับ” ดังนั้นสายตาและดุลยพินิจของผู้กำกับ จึงมีผลอย่างมากต่อโอกาสที่ภาพยนตร์จะประสบความสำเร็จ

Titanic ภาพยนตร์ในตำนานที่ทำเงินมหาศาลจากฝีมือ James Cameron

James Francis Cameron เป็นชาวแคนนาดา เกิดในเดือนสิงหาคม ปีค.ศ.1954 เขาเป็นทั้งผู้กำกับ คนตัดต่อ และนักสิ่งแวดล้อม ที่ได้เป็นผู้กำกับของภาพยนตร์ที่ทำเงินมากที่สุดในโลกถึง 2 เรื่อง จาก 3 อันดับแรก เขาเคยได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม และรางวัลตัดต่อหนังยอดเยี่ยมจากหลายรางวัลสำคัญทั่วโลก เช่น Oscars และ Golden Globe แน่นอนว่าทั้งรางวัลและจำนวนกำไรมหาศาลเหล่านี้ คือสิ่งที่การันตีความสามารถ เทคนิค และวิสัยทัศน์ในการกำกับของเขาได้เป็นอย่างดี        

Titanic คือชื่อของภาพยนตร์ระดับตำนาน ที่กล่าวได้อย่างมั่นใจว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นชื่อแจ็คกับโรส, ท่ายืนกางแขนที่หัวเรือ หรือบทเพลง My Heart Will Go On ที่ขับร้องโดย Celine Dion ต่างก็เป็นสิ่งที่ผู้คนจากทั่วโลกจดจำและกล่าวถึงเรื่อยมา เนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้อ้างอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เข้าฉายครั้งแรกในปีค.ศ.1997 นำแสดงโดยนักแสดงที่มีดีทั้งหน้าตาและความสามารถอย่าง Leonardo DiCaprio และ Kate Winslet ที่ปัจจุบันต่างก็ได้รางวัล Oscars แล้วทั้งคู่ Titanic เคยครองตำแหน่งภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกนานถึง 12 ปี จนเมื่อเรื่อง Avatar และ Avengers: Endgame เข้าฉาย Titanic จึงตกเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยที่ยังคงอยู่ในสามอันดับต้นได้นานขนาดนี้

James Cameron กับการทำลายสถิติเดิมของตัวเองด้วยเรื่อง Avatar

                 นอกจากความสามารถในการกำกับและตัดต่อแล้ว James Cameron ยังเป็นผู้ที่สนใจและชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ ดังที่จะเห็นได้จากภาพยนตร์อีกสองเรื่องที่มีชื่อเสียงของเขา ได้แก่ The Terminator และ Avatar โดยเรื่อง Avatar นี้ได้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกเป็นอันดับหนึ่ง ทุบสถิติเดิมของเขาในเรื่อง Titanic และยังคงรักษาตำแหน่งไว้ได้ แม้เรื่อง Avengers: Endgame เข้าฉายก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ Avatar คือภาพยนตร์แนว Science-fiction ที่มีจุดเด่นจากเนื้อเรื่องที่น่าสนใจและกราฟิกของเรื่องที่มีความสวยงาม สมจริง ยิ่งใหญ่ ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ James เริ่มเขียนเรื่องนี้ไว้นานมากแล้ว ตั้งแต่ปีค.ศ. 1994 แต่เพราะว่าตอนนั้นเทคโนโลยีและเทคนิคในการทำกราฟิกของภาพยนตร์ ยังไม่สามารถทำได้เท่าที่เขาต้องการ ด้วยเหตุนี้ภาพยนตร์จึงสร้างเสร็จและฉายในปีค.ศ.2009    

การที่ James Cameron ประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ ไม่ได้เกิดจากการที่เขามีโชคช่วย แต่เกิดจากพรสวรรค์, ความมุ่งมั่น, ความตั้งใจ, ความกล้าคิด กล้าทำ, การสั่งสมทักษะ และการรู้จริงในเรื่องที่ทำ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้ผลงานของเขาพิเศษกว่าคนอื่น จนได้กลายเป็นภาพยนตร์ระดับตำนาน ที่ทำรายได้มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเสมอ

World of Warcraft และ Dark Souls III เกมที่มีเพลงประกอบสุด Epic

เกมประเภทหนึ่งที่วัยรุ่นหลายคนนิยมเล่น คือเกมประเภทสวมบทบาท ที่ในเกมจะมีเรื่องราวความเป็นมา มีตัวละครซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน แล้วผู้เล่นก็จะได้รับบทบาท เพื่อไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ในเกมก็ยังมีเพลงประกอบในแต่ละฉากอีกด้วย เมื่อลองพิจารณาตามนี้แล้ว อาจกล่าวได้ว่าเกมกับภาพยนตร์เป็นสิ่งที่คล้ายกันมากเลยทีเดียว ด้วยองค์ประกอบที่มีเหมือนกัน ทั้งเรื่องราว, ตัวละคร, ฉาก, และเพลงประกอบ โดยเพลงประกอบในบางเกมนั้นมีคุณภาพระดับที่สามารถใช้กับภาพยนตร์ได้เลยทีเดียว ความต่างระหว่างสองสิ่งคงเป็นการที่เกมมีไว้เล่น แต่ภาพยนตร์มีไว้ชม

แม้เกมจะเก่า แต่เพลงยังเก๋า World of Warcraft กับเพลงดีจำนวนมาก

คำว่า “Epic” มีความหมายว่า “มหากาพย์” เป็นคำที่มักจะถูกใช้ควบคู่กับคำอื่น เช่น “Epic Song” ซึ่งหมายถึงเพลงที่มีความยิ่งใหญ่ อลังการ ทำนองว่าเมื่อฟังแล้วจะทำให้รู้สึกตื่นเต้นหรือขนลุก เราสามารถพบเพลงประเภทนี้ได้ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งหลาย เช่น Lord of the Rings, The Hobbit, Harry Potter เป็นต้น แต่นอกจากนั้นยังสามารถพบในเกมได้อีกด้วย เช่นเกมที่มีชื่อว่า World of Warcraft หรือที่ผู้เล่นเขียนกันย่อ ๆ ว่า WoW

เกมนี้เริ่มต้นผลิตมาตั้งแต่พ.ศ.2547 โดยบริษัท Blizzard Entertainment นับเป็นอีกหนึ่งเกมออนไลน์ที่มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน เกมนี้เป็นเกมที่มีจำนวนหลายภาค ทั้งภาคหลัก 6 ภาคและภาคเสริมอื่น ๆ เนื้อเรื่องของเกมจะเกี่ยวกับการเป็นนักรบ การต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ ทำให้เป็นเกมที่มีเพลงประกอบแนว Epic ดี ๆ จำนวนมากมายหลายเพลย์ลิสต์ ยิ่งไปกว่านั้นเกมนี้ก็ยังมีเพลงประกอบที่เป็นดนตรีแนวอื่นด้วย เช่นดนตรีไอริชแบบดั้งเดิม ซึ่งก็มีความไพเราะไปอีกแบบ ใน Youtube ถึงกับมีผู้เล่นคนหนึ่งที่มา Comment แชร์ประสบการณ์ว่าเธอและสามีเป็นนักดนตรีบำบัด และได้นำบางเพลงของเกมนี้ไปใช้กับคนไข้ ซึ่งสามารถช่วยให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้จริง ๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เพลงของ World of Warcraft จะปรากฏอยู่ในเพลย์ลิสแนะนำเพลงประกอบเกมของหลาย ๆ แชนแนลเสมอ

จบภาคสุดท้ายของเกมอย่างสวยงาม ด้วยเพลงที่น่าจดจำใน Dark Souls III

Dark Souls III นั้นเป็นภาคสุดท้าย ถือเป็นบทสรุปของเกมนี้ ที่เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2552 พัฒนาโดยบริษัท FromSoftware เป็นอีกเกมแนวสวมบทบาทที่มีเนื้อเรื่องยิ่งใหญ่อลังการ เกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อกอบกู้โลกที่กำลังจะล่มสลาย ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นภาคที่มีเพลงประกอบแนว Epic ดี ๆ เช่นกัน โดยแค่ภาคนี้ภาคเดียวก็มีเพลงประกอบมากถึง 24 เพลง อีกทั้งยังประพันธ์จากนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่นทั้งหมดเสียด้วย สามารถการันตีได้เลยว่าแม้จะฟังเพลงโดยไม่ได้เล่นเกม หรือรับรู้เรื่องราวมาก่อน ก็สามารถรู้สึกถึงพลังที่เพลงเหล่านั้นส่งออกมา และทำให้ขนลุกได้อยู่ดี

สำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้วอาจจะทราบดีว่าเกมสามารถให้อะไรได้มากกว่าที่เราคิด ทั้งความสนุก, ทักษะการทำงานเป็นทีม, การควบคุมอารมณ์ และประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบเล่นเกมก็ไม่ได้แปลว่าเสียเปรียบ เพราะการที่จะได้อะไรดี ๆ จากเกมนั้นไม่จำเป็นต้องมาจากการเล่นเสมอไป แค่ฟังเพลงเพราะ ๆ อย่างที่ World of Warcraft และ Dark Souls III มีให้ ก็นับว่าคุ้มค่าพอแล้ว

Jazz Radio ฟังเพลงได้ตลอดเวลา วิทยุออนไลน์เอาใจคนสายแจ๊สโดยเฉพาะ

Jazz คือแนวดนตรีประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว โดยเริ่มต้นจากชาวแอฟริกันในประเทศอเมริกา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็กลายเป็นแนวดนตรีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยรวมแล้วแจ๊สถือเป็นดนตรีที่มีความสนุกสนาน แต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกและภาพลักษณ์โก้หรู เพลงแจ๊สนั้นสามารถใช้ได้ในหลาย ๆ โอกาส ทั้งบรรเลงสดอยู่ในร้านอาหาร, เปิดคลอในร้านคาเฟ่, หรือเปิดฟังในบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย เรียกได้ว่าเป็นแนวเพลงที่มีเสน่ห์ ไพเราะ และเหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกหลงรัก จนมีช่องทางในการฟังเพลงแจ๊สแบบออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย

มีมากกว่า 35 แชนแนล Jazz Radio ครอบคลุมเพลงแจ๊สหลายรูปแบบ

                Jazz Radio คือชื่อของวิทยุออนไลน์สำหรับฟังเพลงแจ๊ส โดยมีทั้งแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้จากอุปกรณ์ต่าง ๆ ใน Jazz Radio นี้ประกอบด้วยเพลงแจ๊สมากกว่า 35 แชนแนล ที่ดูแลและจัด Track เพลงโดยดีเจคนละคน ดังนั้นก็จะมีแชนแนลที่จำแนกในรูปแบบแตกต่างกัน บ้างก็เป็นแชนแนลที่แยกตามเครื่องดนตรี เช่น Piano Jazz, Saxophone Jazz, Guitar Jazz บ้างก็แยกตามการขับร้อง เช่น Vocal Legends, Smooth Vocals, Contemporary Vocals และการจำแนกแบบอื่น ๆ เช่น Paris Café, Bossa Nova, Mellow Jazz หรือ Jazz Ballads

ข้อดีของความเป็นวิทยุออนไลน์ คือทำให้ผู้ฟังไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเลือกเพลงเอง เพียงแค่เลือกแชนแนล แล้วดีเจก็จะจัด Play list แล้วเล่นเพลงตามนั้นให้ เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการหาเพลงฟังไปด้วย ทำงานไปด้วย ความจริงแล้วทุกคนสามารถฟังเพลงจาก Jazz Radio โดยไม่ต้องลงทะเบียนสร้างแอคเคาท์ก็ได้ แต่ว่าถ้ามีก็จะทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เพราะจะมีฟังก์ชัน Favorites ให้ผู้ใช้สามารถกดให้แชนแนลที่ชอบรวมอยู่ในส่วนนี้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่ทุกครั้งที่ต้องการฟัง อีกทั้งการลงทะเบียนนี้ก็สามารถทำได้ฟรี ๆ หรือถ้าใครที่อยากฟังเพลงด้วยคุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น และไม่มีโฆษณาก็สามารถทำได้ด้วยการสมัครสมาชิกแบบ Premium แต่แบบนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถเลือกรูปแบบการจ่ายเงินได้ 3 แบบคือ เดือนละครั้ง, ปีละครั้ง และสองปีครั้ง โดยเรทราคาก็จะต่างกันด้วย

ชอบก็บอกได้ ไม่ชอบก็บอกได้ Jazz Radio ใส่ใจทุกความต้องการ

                ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า Jazz Radio มีฟังก์ชันที่ให้ผู้ใช้กดชอบแชนแนลต่าง ๆ ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นฟังก์ชันที่พบได้ทั่วไปในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเพลงอื่น ๆ  แต่ความจริงแล้ว Jazz Radio ใส่ใจมากกกว่านั้น เพราะผู้ใช้ยังสามารถกดปุ่ม “Dislike” ให้กับเพลงที่ไม่ชอบได้อีกด้วย แล้วระบบก็จะนำเพลงนั้น ๆ ออกให้ นอกจากนี้แอคเคาท์ที่สร้างกับ Jazz Radio ยังสามารถใช้กับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเพลงแนวอื่น ๆ ในเครือเดียวกันได้อีกด้วย เช่น Classical Radio หรือ Rock Radio ซึ่งเป็นวิทยุออนไลน์จากเจ้าของเดียวกันนั่นเอง

                หากเป็นสิ่งที่มีค่าจริง ๆ ก็ย่อมไม่สามารถถูกแทนที่ได้ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเท่าไรก็ตาม เพลงคลาสสิกและการฟังเพลงจากวิทยุเองก็คงเป็นหนึ่งในสิ่งเหล่านั้นที่ยังคงมีคุณค่าต่อจิตใจของผู้คนเสมอ Jazz Radio อาจเป็นผลลัพธ์ของความคิดถึง ที่แม้เปลือกนอกจะถูกเปลี่ยนรูปแบบใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย แต่คุณค่าและเสน่ห์ภายในยังคงอยู่เหมือนเดิม

Asphalt 9 ภาคใหม่ของเกมแข่งรถในตำนาน ที่ไม่ได้มีดีแค่ภาพสวย

บนโลกนี้มีเกมอยู่หลากหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งดูจะสอดคล้องกับการที่มนุษย์แต่ละคนก็มีแนวเกมที่ชอบ หรือจุดประสงค์ในการเล่นแตกต่างกันไป เช่น บางคนชอบเล่นเกมที่ไม่ต้องคิดมาก เล่นได้เรื่อย ๆ สบาย ๆ บางคนชอบเล่นเกมที่มีความท้าทาย ต้องวางแผน บางคนเล่นเกมเพื่อความสนุกสนาน และบางคนก็เล่นเกมเพื่อฝึกสมอง เป็นต้น ก่อนหน้านี้เกมออนไลน์ส่วนมากจะสามารถเล่นได้แค่ในคอมพิวเตอร์ แต่ต่อมาเกมเหล่านั้นก็มีการพัฒนามากขึ้น จนสามารถเล่นในโทรศัพท์ได้ด้วย โดยหนึ่งในเกมที่มีมานาน และหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี คือเกมประเภทแข่งรถที่มีชื่อว่า “Asphalt” นั่นเอง

สนุก เร้าใจมากขึ้นกับฉากและเพลงประกอบใหม่ ๆ ใน Asphalt 9

Asphalt 9: Legends คือชื่อเต็ม ๆ ของเกม Asphalt ภาคใหม่ล่าสุดที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2561 นับว่าเป็นการเดินทางที่ยาวไกลมาก ๆ จากจุดเริ่มต้น หรือภาคแรกของเกมนี้ในปีพ.ศ. 2547 โดยมี Gameloft บริษัทเกมในประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้ผลิต ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตัวเกมก็ได้มีการพัฒนาในแต่ละด้านมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่หน้าตาของรถแข่งที่สร้างมาจากยี่ห้อรถที่มีอยู่จริง, การปรับแต่งรูปแบบรถได้ตามใจชอบ, รูปแบบในการแข่ง และฉากสนามแข่งที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย รวมถึงเพลงประกอบสุดเร้าใจที่มีให้ฟังตลอด ทั้งในหน้าเมนูและขณะแข่งรถ

เมื่อมาถึง Asphalt 9: Legends นี้ ทางผู้ผลิตก็ได้มีการต่อยอดจากภาคแปด ด้วยการเพิ่มเติมสิ่งใหม่ ๆ และปรับเปลี่ยนบางส่วนของเกมให้มีความสนุกสนาน น่าสนใจมากกว่าเดิม เช่น การเพิ่มฉากสนามแข่ง, การเพิ่มฟังก์ชันในการบังคับรถ, การเพิ่มตัวเลือกในการแต่งรถ และอื่น ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้ผู้เล่นหลายคนตกใจ คือเพลงประกอบของเกม ที่มีความไพเราะ กระตุ้นอารมณ์ และถึงใจมากกว่าเดิม หากใครที่ได้มีโอกาสลองเล่นทั้งภาคแปดและภาคเก้า จะทำให้เข้าใจได้ว่าเพลงประกอบในภาคเก้านั้น แทบจะใช้ฟังแทนเพลง POP-ROCK ของนักร้องดัง ๆ หรือใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ได้เลยทีเดียว เพราะองค์ประกอบของเพลงมีความสมจริง ไม่เหมือนเพลงประกอบเกมทั่วไปที่จะมีทำนอง จังหวะ หรือเสียงสูง-ต่ำเดียวกันตลอดทั้งเพลง

อยากสนุกด้วยเพลงแนวไหน Asphalt มีทางให้ลองเลือก

ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ว่าในเกม Asphalt จะมีเพลงประกอบทั้งในหน้าเมนูและขณะแข่งรถ โดยใน Asphalt 9 เพลงของหน้าเมนูจะเป็นเพลงแบบที่มีเนื้อร้อง มีคนขับร้องจริง แต่เพลงในขณะแข่งรถจะเป็นดนตรีอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เพลงที่ทำให้คนส่วนใหญ่ติดอกติดใจ แล้วหาดาวน์โหลดมาฟังต่อ จึงมักจะเป็นเพลงในหน้าเมนูนั่นเอง ถึงกระนั้น เพลงประกอบในขณะแข่งรถก็ไม่ได้น้อยหน้า เพราะตั้งแต่ภาคก่อน ๆ จนถึงภาคนี้ Asphalt ก็มีฟังก์ชันที่ให้ผู้เล่นสามารถเลือกแนวเพลงที่ต้องการจะฟังขณะแข่งรถได้เอง ซึ่งมีอยู่สามแนวด้วยกัน ได้แก่ Base, Rock และ Electronic

การที่จะเล่นเกมให้สนุก จำเป็นต้องมีเพลงดี ๆ ที่เหมาะสมประกอบด้วย บางเกมอาจสนุก แต่มีเพลงประกอบน่ารำคาญ หรือไม่เข้ากันก็ทำให้ผู้เล่นหมดอารมณ์ได้ ดังนั้นหากใครกำลังมองหาเกมที่ทั้งสนุก ภาพสวย และมีเพลงประกอบไพเราะ Asphalt 9: Legends คือเกมหนึ่งที่ไม่ควรพลาด แค่ลองเล่นเพียงสักครั้งแล้วคุณจะไม่มีทางผิดหวังอย่างแน่นอน

Foley Artists และ Sound Designer อาชีพของคนมีความคิดสร้างสรรค์

ปกติถ้ากล่าวถึงคำว่า “ออกแบบ” คนส่วนมากคงจะคิดถึงการออกแบบสิ่งที่เป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ เช่นการออกแบบสิ่งก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ หรือข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ แต่ว่าความจริงแล้วแม้แต่สิ่งที่เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้อย่าง “เสียง” ก็เป็นสิ่งที่สามารถออกแบบได้เหมือนกัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าการออกแบบเสียงนี้ได้กลายเป็นอาชีพจริงจัง ที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับคนบางกลุ่มเลยทีเดียว อาชีพแปลกประหลาดนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว ทว่าแท้จริงแล้วอยู่ใกล้เพียงใต้จมูก เพราะคนเหล่านี้ออกแบบเสียงเพื่อใช้ในภาพยนตร์นั่นเอง

รู้จักกับ Foley Artists และ Sound Designer

                Foley Artists และ Sound Designer มักจะเป็นสองคำที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน เพราะความหมายของ Foley Artists คือผู้ที่ทำซ้ำเสียงในชีวิตประจำวัน หมายความว่าอาจเป็นเสียงเดิน, กิน, เปิดประตู, ทุบประจก หรือเสียงใด ๆ ก็ได้ ส่วน Sound Designer ก็มีความหมายตรงตัวว่าเป็นนักออกแบบเสียง โดยปกติแล้วคนที่เป็น Foley Artists ก็มักจะเป็น Sound Designer ด้วย เหตุผลที่ต้องมีการทำซ้ำ และอัดแยกก็เพื่อเพิ่มคุณภาพของเสียง ความจริงอาชีพนี้อยู่เบื้องหลังสื่อหลากหลายรูปแบบ แต่ในที่นี้จะขอเน้นกล่าวถึงสื่อเพื่อความบันเทิงอย่างภาพยนตร์

งานของนักออกแบบเสียงคือการคิด ค้นหา สร้างเสียงที่ต้องการ และเลือกใส่ให้ถูกจังหวะ ซึ่งเป็นงานเบื้องหลังที่ทำไม่ได้ง่าย ๆ ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญ, ระทึกขวัญ, เหนือธรรมชาติ และแนวผีดิบ หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าซอมบี้ เพราะภาพยนตร์กลุ่มนี้มักจะต้องอาศัยเสียงในการช่วยส่งให้เรื่องราวดูน่ากลัว หรือตื่นเต้นมากขึ้น หลักฐานหนึ่งที่บ่งบอกว่าเสียงมีอิทธิพลกับคนดู คือการที่จะเห็นคนบางคนเอามือปิดหูเวลาดูภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับผี ชัดเจนเลยว่าเมื่อลดเสียงลง ภาพก็น่ากลัวน้อยลงไปด้วย

ภาพสยองอย่างเดียวไม่ได้ เสียงต้องสยองด้วย

                Sound Designer คนแรกที่จะกล่าวถึง คือ Matt Davies เขาเป็นนักออกแบบเสียงที่ทำงาน ณ Studio Unknown เขาทำงานให้กับภาพยนตร์สยองขวัญหลายเรื่องโดยเฉพาะแนวซอมบี้ ซึ่งเป็นแนวที่เขาถนัด ในวิดีโอของแชนแนล Insider ในเว็บไซต์ YouTube ได้ทำการสัมภาษณ์ แล้วก็เก็บภาพการทำงานของเขามาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้ประหลาดใจได้แล้ว ว่านี่หรือคือที่มาของเสียงน่ากลัวที่เราได้ยินกัน เช่น เสียงกัดของซอมบี้ มาจากเสียงกัดกินมะเขือเทศลูกใหญ่, เสียงบดบี้กระดูก มาจากการบดบี้พริกหยวก, เสียงดึงสาวเครื่องใน มาจากเสียงขยำไก่ดิบไปมา หรือเสียงหัวที่ถูกทุบ มาจากการเอาค้อนทุบแตงโม

                นอกจากนี้แชนแนล Insider ยังมีวิดีโอที่ถ่ายเบื้องหลังการทำเสียงประกอบของเรื่อง The Quiet Place ทำให้ได้เห็นทั้งการทำงานของ Foley Artists และ Sound Designer เช่น การทำซ้ำเสียงทั่วไป อย่างเสียงเดินด้วยเท้าเปล่าบนพื้นวัสดุต่าง ๆ กัน หรือการออกแบบเสียงใหม่ เพื่อใช้แทนเสียงสัตว์ประหลาดในเรื่อง เช่น ใช้เสียงบิด หักขาปู เป็นเสียงเคลื่อนไหวของมัน เป็นต้น สิ่งหนึ่งที่จะเห็นเหมือนกันในทั้งสองวิดีโอคือสภาพของสตูดิโอที่เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย เพื่อใช้ในการทดลองสร้างเสียงต่าง ๆ ให้ได้ตรงตามความต้องการ แม้จะดูรกไปบ้าง แต่ก็ดูเป็นงานที่ทำแล้วน่าจะรู้สึกสนุกอยู่ไม่น้อย

ความยากของงานนี้ คือการที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการหยิบจับสิ่งของรอบตัว มาทำให้เกิดเสียงที่เหมาะกับสถานการณ์ในเรื่อง อีกทั้งยังต้องมีความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ว่าเสียงแบบไหน จะทำให้เกิดความรู้สึกอย่างไร หากใครกำลังมองหาอาชีพที่สนุกและไม่เหมือนใคร Foley Artists และ Sound Designer คงสามารถเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจได้

Hollywood in Vienna เทศกาลดนตรีสุดอลังการ จากภาพยนตร์ฮอลลีวูด

ส่วนประกอบหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในภาพยนตร์คือเพลงประกอบ เพราะเพลงประกอบมีหน้าที่ช่วยเสริมให้คนดูเข้าถึงความรู้สึกของแต่ละฉากได้มากขึ้น หากนึกไม่ออกอาจจะลองย้อนมองที่ตัวเองหรือคนใกล้ตัว ในบางครั้งที่ดูหนังหรือซีรี่ส์ที่มีเนื้อหาหนักหน่วง เช่น ในฉากที่มีตัวละครเอกตาย ตอนดูนักแสดงเล่นเฉย ๆ ก็ยังกลั้นน้ำตาไว้ได้แท้ ๆ แต่พอเพลงประกอบขึ้นเท่านั้นน้ำตาที่กลั้นไว้กลับพรั่งพรูลงมาทันที อาการเหล่านี้เองคือสิ่งที่พิสูจน์ว่าเพลงประกอบมีอิทธิพลต่อคนดูมากแค่ไหน ดังนั้นในวงการภาพยนตร์เองจึงมีรางวัล และเทศกาลดนตรีของภาพยนตร์ต่าง ๆ เพื่อให้เกียรตินักแต่งเพลง

The Max Steiner Award รางวัลแห่งเกียรติยศของนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์

บางคนอาจจะเคยเห็นวิดิโอที่มีวงออร์เคสตราเล่นเพลงของภาพยนตร์ดัง ๆ อยู่ในโรงละครใหญ่ ๆ และมีบรรดาแขกเหรื่อแต่งตัวหรูหรานั่งชมอยู่ด้านล่าง ดูราวกับว่าเป็นฉากสำคัญฉากหนึ่งของหนังสักเรื่อง ไม่แน่ว่าการแสดงดนตรีในวิดิโอนั้น อาจจะบันทึกมาจากงาน “Hollywood in Vienna” ก็เป็นได้ เพราะงานนี้เป็นเทศกาลดนตรีประกอบภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย เทศกาล Hollywood in Vienna นี้ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2007 ถือเป็นงานหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติมาก ๆ สำหรับวงการนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์

ไฮไลท์แรกของงานที่จะกล่าวถึงคือการมอบรางวัล “Max Steiner Film Music Achievement Award” หรือที่หมายความว่า “รางวัล Max Steiner แด่เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ” ชื่อของรางวัลมาจากชื่อของนักแต่งเพลงชาวเวียนนา ที่มีนามว่า Max Steiner เขาเป็นผู้คิดค้นเทคนิคสำคัญในการทำเพลง สำหรับประกอบภาพยนตร์ในปี 1920 อีกทั้งยังเป็นคนแรกที่ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ แบบที่เล่นโดยวงออร์เคสตรา อันเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งนักแต่งเพลงเพื่อประกอบภาพยนตร์” ของฮอลลีวูด เมืองเวียนนาเลยได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งดนตรี จะเห็นได้ว่าการเลือกสถานที่จัดงานเป็นเมืองเวียนนาก็เพื่อเป็นการยกย่อง Max Steiner เช่นกัน รางวัลนี้จึงเป็นสิ่งยืนยันความสามารถของนักแต่งเพลงรุ่นใหม่เรื่อยมา

การแสดงดนตรีที่ดีที่สุดโดย Vienna Radio Symphony Orchestra

ไฮไลท์ที่สองของงานเป็นช่วงสำคัญที่ผู้ชมตั้งตารอ เพราะจะมีการนำเพลงประกอบของภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง มาแสดงสดโดย Vienna Radio Symphony Orchestra หรือวงออร์เคสตราของเวียนนา ซึ่งสามารถการันตีฝีมือของนักดนตรีได้เลยว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ตัวอย่างเพลงที่เคยมีการแสดงไปแล้วในปีก่อนหน้านี้ เช่น เพลง In Dreams ของเรื่อง The Lord of the Rings หรือ The Curse of the Black Pearl Suite ของเรื่อง Pirates of the Caribbean และเพลงประกอบภาพยนตร์ดังอื่น ๆ อีกมากมาย หากใครอยากลองฟังการแสดงดนตรีที่ผ่านมาแล้วแบบนี้ ทางเว็บไซต์ของงานก็มีลงให้ฟังกันแบบฟรี ๆ ในบางชุดการแสดง ส่วนใครที่อยากลองฟังสดที่งานก็สามารถทำได้ เพราะงานนี้เปิดให้คนทั่วไปจองตั๋วเข้าไปดูได้ เพียงแต่ราคาของตั๋วจะแพงสักเล็กน้อย โดยราคาถูกที่สุดเริ่มที่ 2000 กว่าบาท และราคาแพงที่สุดอยู่ที่เกือบๆ 7000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับใครที่เป็นทั้งคอหนังและคอดนตรีงาน Hollywood in Vienna นี้น่าจะเป็นงานที่ควรค่าแก่การเก็บเงินไปรับชม รับฟังให้ได้สักครั้งในชีวิต แม้ว่าราคาค่าเข้าของงานอาจดูแพง แต่ก็คงคุ้มที่จะเสียเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้รับ เพราะความจริงแล้วสุนทรียะจากดนตรีเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เลย

เรื่องที่คุณอาจไม่รู้ บริษัทรับทำ “เพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์”

วงการภาพยนตร์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งนานแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะถูกลดความสำคัญลงแต่อย่างใด เพราะการชมภาพยนตร์เป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างที่มนุษย์ชื่นชอบ เป็นกิจกรรมที่มีส่วนร่วมได้ทุกเพศ ทุกวัย อีกทั้งยังเหมาะสมกับหลาย ๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์เนื้อหาสบาย ๆ กับครอบครัว, ชมภาพยนตร์ระทึกขวัญกับเพื่อน หรือชมภาพยนตร์โรแมนติกกับคนรัก การรับชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งใช้เวลาไม่เกินสามชั่วโมงก็จบ ทว่ากว่าจะดำเนินการสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งออกมาได้ อาจต้องใช้เวลามากกว่าสามเดือน เพราะมีขั้นตอนและรายละเอียดมากมายในการผลิต ตั้งแต่คัดตัวนักแสดง, เขียนบท, จัดฉาก, ตัดต่อเนื้อเรื่อง, ทำเพลงประกอบ และอื่น ๆ อีกมากมาย

Audiomachine เพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์และโฆษณาระดับโลก

                ดังที่ได้กล่าวไปว่าในการผลิตภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนั้น ประกอบไปด้วยรายละเอียดยิบย่อย แต่จะมีอยู่ขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะมีผลต่อกำไรที่จะได้รับ ขั้นตอนที่ว่าคือการโปรโมทภาพยนตร์นั่นเอง ทั้งการโปรโมทผ่านการทำโปสเตอร์และตัวอย่างภาพยนตร์ โดยเฉพาะตัวอย่างภาพยนตร์ ที่มักจะถูกใช้เป็นตัวตัดสินใจในการไปรับชมเลยทีเดียว เนื่องจากตัวอย่างภาพยนตร์เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องย่อที่มีการเปิดเผยฉากเด็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อโน้มน้าวให้คนมาดู ดังนั้นการทำตัวอย่างภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตทุ่มเทสร้างเช่นกัน

                 “Audiomachine” คือชื่อของบริษัทรับทำเพลงประกอบของตัวอย่างภาพยนตร์โดยเฉพาะ คงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะคนส่วนมากอาจจะคิดว่าเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ ก็มาจากเพลงประกอบในภาพยนตร์ตัวเต็มอีกที แต่ในความเป็นจริงผลงานแต่ละเรื่องของวงการภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด หรือระดับโลกจะมีการจ้างบริษัทเหล่านี้แยกออกมาต่างหาก เพราะเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการสรรค์สร้างท่วงทำนอง เพื่อเติมเต็มอารมณ์ของเรื่องราวได้อย่างพอดิบพอดีกับเวลาไม่กี่นาทีนั้น “Audiomachine” ได้ทำงานให้กับภาพยนตร์ดัง ๆ หลายเรื่อง ยกตัวอย่างจากเรื่องที่เพิ่งเข้าโรงในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ เช่น Avengers : End Game, Mary Poppins Returns, Aquaman, Dumbo, Venom และ เรื่องอื่น ๆ อีกมากมายที่มีมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้บริษัทยังรับทำเพลงประกอบโฆษณาให้กับแบรนด์ดัง ๆ อีกด้วย

ภาพยนตร์ระทึกขวัญหรือต่อสู้ Really Slow Motion ทำให้ได้

                บริษัทที่รับทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ ไม่ได้มีเพียงแค่บริษัทเดียวอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถรองรับภาพยนตร์ที่มีอยู่มากมายในตลาดได้ บริษัทอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ ได้แก่บริษัทที่มีชื่อว่า “Really Slow Motion” ซึ่งรับทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ที่มีความตื่นเต้น หรือเนื้อหาเข้มข้น เช่น แนวระทึกขวัญ เหนือธรรมชาติ  แฟนตาซี ไล่ล่า และต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแนวครอบครัว สบาย ๆ หรือน่ารักบ้าง “Really Slow Motion” ทำผลงานให้กับภาพยนตร์ดังหลายเรื่องมาก ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เช่น Percy Jackson, The Maze Runner, Saw, John Wick,  Annabelle, Jurassic world, The Conjuring, Coco  และเรื่องอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ชนิดที่ว่าถ้าลองไปไล่ดูในลิสต์ของบริษัทแล้วจะอดทึ่งไม่ได้กับรายชื่อภาพยนตร์ดัง ๆ ที่บริษัทนี้มีส่วนร่วม

                ถึงตรงนี้คงทำให้เข้าใจได้แล้วว่าการจะสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเบื้องหลังของการผลิตมีรายละเอียดที่ต้องเก็บอยู่มากมาย การทำเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์นี้ อาจดูเหมือนเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ แต่ถ้าปราศความช่วยเหลือจากบริษัทเหล่านี้ ภาพยนตร์ที่เราชมก็อาจไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ได้

8tracks ทางเลือกพิเศษสำหรับคนรักเสียงเพลง

หากทดลองสุ่มคนมา 10 คนแล้วไล่สายตาสำรวจหน้าจอโทรศัพท์ของพวกเขาดูแล้ว เชื่อว่าในโทรศัพท์ของทุกคนต้องมีแอปพลิเคชันเพลงปรากฏอยู่อย่างแน่นอน การที่เห็นผู้คนทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยใส่หูฟังไปด้วยได้กลายเป็นภาพชินตาของสังคมไปเสียแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีแอปพลิเคชันเพลงใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายตลอดเวลาที่ผ่านมา โดยแต่ละแอปพลิเคชันนั้นต่างก็มีเอกลักษณ์ และข้อดีเป็นของตัวเอง เช่น ให้บริการฟรี มีเพลงหลากหลาย มีเพลย์ลิสต์ที่น่าสนใจ หรือแม้แต่สามารถลงเพลงที่ทำเองได้ 8tracks เองก็เป็นแอปพลิเคชันเพลงอันหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจเป็นของตนเอง

เลือกฟังได้ตามอารมณ์ ตัวเลือกที่มากขึ้นใน 8tracks

                ลักษณะของ 8tracks คือการเป็น music streaming ในรูปแบบของ internet radio หมายความว่าเป็นแหล่งฟังเพลงออนไลน์ในรูปแบบของวิทยุ เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนได้ลองจัดเพลย์ลิสต์เป็นของตัวเองและอัพโหลดให้คนอื่นฟัง ถึงตรงนี้อาจยังดูเหมือนว่าก็ไม่ได้แตกต่างจากแอปพลิเคชันเพลงอื่น ๆ นัก แต่ความจริงแล้ว 8tracks ยังมีลูกเล่นมากกว่านั้น ในขณะที่แอปพลิเคชันทั่วไปจะสามารถเสิร์ชเพลงได้จากชื่อศิลปิน หรือชื่อเพลง แต่สำหรับแอปพลิเคชันนี้ผู้ใช้ยังสามารถเสิร์ชเพลงที่อยากฟังได้จาก “อารมณ์” อีกด้วย ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าเป็นข้อดี ที่ทำให้ผู้ใช้มีวิธีในการหาเพลงที่ต้องการจะฟังได้หลากหลายและตรงใจมากขึ้น   

ไม่ต้องเสียเวลาเลือก 8tracks ออกแบบให้

                หากเพลงที่ฟังอยู่ไม่เข้ากับกิจกรรมที่กำลังทำ ก็มักจะกลายเป็นเรื่องขัดใจให้ใครหลาย ๆ คนต้องยุติสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วมานั่งหาเพลงที่ต้องการ จากความจริงข้อนี้ทำให้ลูกเล่นของ 8tracks ไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะนอกจากจะสามารถเสิร์ชหาเพลงได้จากอารมณ์แล้ว ยังสามารถเสิร์ชจาก “กิจกรรม” ที่กำลังทำอยู่ได้อีกด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจมาก ๆ เมื่อผู้ใช้สามารถหาเพลงที่เหมาะสมกับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการคิดและเลือก อันเป็นระบบที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง สำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือแม้แต่ผู้ใหญ่วัยทำงาน เพราะประสบการณ์หนึ่งที่นักเรียนและนักศึกษา คงจะเคยประสบพบเจอร่วมกัน คือเวลาที่จะทบทวนบทเรียนหรือทำสรุปแต่ต้องการฟังเพลงไปด้วย กลับกลายเป็นว่าเอาสมาธิในการเรียนไปลงกับการเลือกเพลงแทน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็หมดวันเสียแล้ว

                ระยะเวลากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้นแปรผันตรงต่อกัน หมายความว่าเป็นสิ่งที่ดำเนินไปควบคู่กัน ยิ่งเวลามากขึ้น เทคโนโลยีก็ถูกพัฒนามากขึ้นตามเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชีวิตในด้านต่าง ๆ หากรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ก็ย่อมมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จในการทำสิ่งต่าง ๆ แน่นอน แม้ว่า 8tracks อาจจะไม่ใช่แอปพลิเคชันที่เป็นที่รู้จักมากนักสำหรับคนไทย แต่ก็เป็นแอปพลิเคชันหนึ่งที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจ จากความใส่ใจของผู้สร้างที่ได้พยายามคำนึงถึงธรรมชาติของมนุษย์ตามความเป็นจริง เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ กลายเป็นทางเลือกแสนพิเศษให้กับคนที่หลงรักในเสียงดนตรี

Soundcloud สุดยอดช่องทางในการติดตามศิลปินเกาหลี

หากจะกล่าวว่าการฟังเพลงคือหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตของใครหลาย ๆ คนก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะเชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่รู้สึกว่าคำร้องและท่วงทำนองเหล่านั้นสามารถผ่อนคลายสมอง ปลดปล่อยความรู้สึก และปลอบประโลมจิตใจของตนเองได้ อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สามารถทำไปพร้อม ๆ กับกิจกรรมอื่นได้ทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นขณะอาบน้ำ กินข้าว ขับรถ หรือก่อนนอน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีช่องทางในการฟังเพลงถือกำเนิดขึ้นมามากมาย ทั้งการฟังเพลงผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชันหนึ่งที่หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง นั่นคือแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า “Soundcloud”

แหล่งรวบรวมทั้งเพลงในและนอกกระแส Soundcloud จัดให้หมด

เช่นเดียวกันกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่าง Spotify, Apple music, หรือ JOOX  Soundcloud คือ Music Streaming รูปแบบหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้เป็นช่องทางในการฟังเพลงแบบออนไลน์ เป็นบริการฟังเพลงที่ทำได้ผ่านอินเทอร์เน็ต จุดเด่นของ Soundcloud ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือการที่เป็นแหล่งรวบรวมทั้งเพลงในและนอกกระแส ซึ่งมาจากการที่สมาชิกสามารถสมัครแอคเคาท์แล้วอัพโหลดเพลงที่ทำเองลงได้ ทำให้มีศิลปินนอกกระแส หรือที่เรียกอีกชื่อว่าศิลปินใต้ดิน รวมทั้งคนธรรมดาที่มีใจรักในเสียงเพลงจำนวนไม่น้อย ที่เลือกใช้ช่องทางนี้สำหรับปล่อยของและแลกเปลี่ยนผลงานกัน

ไม่ต้องถึงสนามบิน แค่เข้า Soundcloud ก็ติดตามศิลปินเกาหลีได้       

คำว่า “K-POP” หรือที่หมายความว่าเพลง POP สัญชาติเกาหลีนี้ เป็นดนตรีกระแสหนึ่งที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในวงกว้าง เนื่องจากความเป็นเอกลักษณ์ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งแนวเพลง, การร้อง, การเต้น, การโปรโมท และหน้าตาของศิลปินที่ดูโดดเด่น ถูกใจคนวัยเรียนและวัยทำงาน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะในทวีปเอเชียที่มีการติดตาม สนับสนุน เพลงและศิลปินเกาหลีกันอย่างจริงจัง ซึ่งวิธีในการติดตามและสนับสนุนนั้นก็มีอยู่หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเทด้วยแรงกาย แรงใจ หรือจำนวนเงิน เช่น การฟังเพลงเพิ่มยอดวิว, การไปรอรับศิลปินตามสนามบิน, การซื้อสินค้าที่ศิลปินเป็น พรีเซนเตอร์, การซื้ออัลบั้ม, การไปคอนเสิร์ต และอื่น ๆ

แต่ความจริงแล้วยังมีการติดตามและสนับสนุนอีกรูปแบบหนึ่งที่บางคนอาจจะไม่ได้นึกถึง หากแต่เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและมีความพิเศษในตัว คือการฟังเพลงที่ศิลปินลงไว้ใน Soundcloud ความพิเศษของเพลงที่ลงในนี้คือเพลงเหล่านั้นมักจะเป็นเพลงที่ศิลปินแต่งด้วยตัวเอง บางครั้งก็เป็นเพลงที่แต่งเพื่อที่จะเอาลงอัลบั้ม แต่ไม่ผ่านการอนุมัติจากค่ายเพลง จึงมาปล่อยเองในแอปพลิเคชันเพื่อให้แฟน ๆ ได้ฟัง ถือเป็นเสน่ห์อีกแบบของการฟังเพลงจากศิลปินที่เราชื่นชอบ ไม่เพียงแต่ติดตามเพลงที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์พร้อมเท่านั้น แต่ยังได้ให้การสนับสนุนเพลงที่ศิลปินทำเองด้วยความตั้งใจอย่างแท้จริง

                จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด คงทำให้เข้าใจได้ว่าแอปพลิเคชัน Soundcloud นี้เปิดโอกาสให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นศิลปินหรือคนธรรมดา และในอีกแง่ก็ยังเป็นช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการติดตามศิลปินเกาหลี เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มทั้งความต้องการของผู้สร้างและผู้เสพอย่างแท้จริง

กฎหมายลิขสิทธิ์ทางปัญญา ปัญหาใหญ่น่ากลัวสำหรับศิลปิน

หากใครที่ติดตามโซเชียลอย่างต่อเนื่องคงเคยเห็นข่าวของนักร้องหนุ่มท่านหนึ่งที่เผยให้เห็นอีกมุมมองหนึ่งของการใช้ชีวิต เป็นศิลปินมือถือไมค์ร้องเพลงในเวลากลางคืน และแปลงร่างเป็นผู้ต้องหาโดนใส่กุญแจมือในตอนกลางวัน อย่างนักร้องหนุ่ม กะลา ที่ต้องเดินทางขึ้นศาลไปทั่วประเทศจากกรณีพิพาทลิขสิทธิ์เพลงดังเพลงหนึ่ง

                นั้นแสดงให้เห็นว่าการมีชีวิตเป็นนักร้องหรือศิลปินไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครๆ คิด เพราะเครื่องมือทำมาหากินอย่างบทเพลงก็สามารถทำให้ถูกจับกุมได้เช่นกัน ด้วยตัวสาเหตุมาจากคำว่า ลิขสิทธิ์ทางปัญญา ที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของบทเพลง หากใครทำการละเมิดลิขสิทธิ์บทเพลงนั้นๆ นำไปร้องโดยไม่ได้รับอนุญาตก็คงไม่รอดพ้นบทลงโทษทางกฎหมาย

ศิลปินต้องรู้เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์

                ในปัจจุบันเรื่องของลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญากลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่ศิลปินต้องทำความเข้าใจ เรียนรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงโดยการเผยแพร่ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของต้องมีโทษทางอาญาทั้งจำและปรับ ตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และเจ้าของยังสามารถเรียกร้องสิทธิค่าเสียหายทางแพ่งได้อีกด้วย ฉะนั้น หากจะขึ้นร้องเพลงที่ใดควรตรวจสอบให้ดีว่า ห้างนั้น ผับบาร์นั้น สามารถร้องเพลงอะไรได้และเพลงไหนร้องไม่ได้ ดีกว่าต้องมานั่งเสียเวลาถูกดำเนินคดี

อยากร้องต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์

                ขึ้นชื่อว่าทรัพย์สินทางปัญญา นั้นหมายความว่าข้อความหรือบทเพลงนั้นคือทรัพย์สินที่เกิดจากปัญญาของนักแต่ง ต่อให้ศิลปินจะร้องเพลงนี้ออกมาจนโด่งดังมากเพียงใด หากไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ กับบทเพลงนี้ได้ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันสิทธิประโยชน์ของผู้ริเริ่ม มิใช่ปกป้องผู้ป้องนำความคิดริเริ่มนั้นไปใช้ ฉะนั้น หากศิลปินเกิดหลงรักหรือผูกพันกับบทเพลงนั้นมากๆ เพราะเป็นบทเพลงแรกของชีวิตการร้องเพลงก็ดีหรือเป็นบทเพลงสร้างชื่อเสียงก็ดี ก็ต้องดำเนินการขอใช้สิทธิ์ในการร้องเพลงจากเจ้าของ เพื่อป้องกันกรณีเกิดข้อพิพาทฟ้องร้องกันภายหลัง โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข

– การซื้อลิขสิทธิ์ โดยการยื่นจ่ายเงินขอซื้อบทเพลงนั้นๆ จากเจ้าของ หากสามารถตกลงยินยอมกันได้ก็ทำการซื้อขายและบทเพลงนั้นก็จะเกิดการโอนย้ายเปลี่ยนมือ ศิลปินก็จะสามารถนำเพลงนี้ไปร้องที่ไหนอย่างไรก็ได้

– การตกลงร่วมกันระหว่างสังกัดใหม่และสังกัดเก่า กรณีเช่นนี้มักเกิดขึ้นกับศิลปินที่มีการย้ายสังกัดแต่บทเพลงนั้น เป็นเพลงของต้นสังกัดเก่า ทั้งสองสังกัดจึงต้องทำการตกลงร่วมกันให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องกันขึ้น

– การจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในทุกๆ ครั้งที่นำเพลงไปร้อง นี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในกรณีที่เจ้าของไม่ยินยอมขายสิทธิ โดยอนุญาตให้ศิลปินสามารถนำเพลงไปร้องได้แต่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทุกๆ ครั้งที่นำเพลงไปใช้ จะเห็นได้ว่าเรื่องของลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ศิลปินจะมองข้ามได้อีกต่อไป เพราะนั้นหมายถึงความเสี่ยงในการถูกจับกุม ถูกดำเนินคดี และนั้นก็ยังหมายถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา ฉะนั้น อย่าให้เสียงร้องที่หายไปในแต่ละคืนเพื่อแลกกับค่าจ้างหมดไปกับเรื่องที่ควรรู้แต่ไม่รู้เลยจะดีกว่า