บอกเล่าเรื่องราวทุกยุคทุกสมัยผ่านเพลงลูกทุ่ง

เพลงลูกทุ่งสะท้อนความเป็นไทย

เพลงลูกทุ่งอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน บทเพลงลูกทุ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในแต่ละยุคสมัย และยังมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับโลกได้อย่างกลมกลืน แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นลูกทุ่งไว้อย่างเต็มเปี่ยม

ยุคหนุ่มสาวบ้านนา

เพลงลูกทุ่งในยุคแรก ๆ ตัวละครในเพลงส่วนใหญ่จะเป็นชาวชนบท หนุ่มสาวบ้านนา มีฐานะยากจน เช่น เพลงกลิ่นโคลนสาบควาย ของชาญ เย็นแข ที่ร้องขึ้นต้นว่า “อย่าดูหมิ่นชาวนาเหมือนดั่งตาสี เอาผืนนาเป็นที่พำนักพักพิงร่างกาย ชีวิตเอยไม่เคยสบาย ฝ่าเปลวแดดแผดร้อนแทบตาย ไล่ควายไถนาป่าดอน” เพลงนี้ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนมีเรื่องเล่าว่า รัฐบาลยุคนั้นห้ามไม่ให้มีการเผยแพร่เพลงนี้ตามวิทยุกระจายเสียง โดยมีข้อสันนิษฐานว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ใช้เป็นเพลงนำในรายการวิทยุกระจายเสียงของฝ่ายคอมมิวนิสต์มานาน ด้วยเป็นเพลงที่มีเนื้อหากินใจ ยกย่องชาวนา และแอบตำหนิผู้ที่มีฐานะทางสังคมดีกว่า ซึ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางสังคม จึงเข้าทางฝ่ายคอมมิวนิสต์ ที่ชูสโลแกนการสร้างสังคมอุดมคติ ที่ทุกคนต้องมีความเท่าเทียมกันพอดิบพอดี แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะแผ่นเสียงเพลงนี้กลับขายดิบขายดี ทุบสถิติขายหมดเกลี้ยง 6,000 แผ่น ในเวลาเพียง 15 วัน

ยุคหนุ่มสาวโรงงาน

ในยุคต่อมา หนุ่มสาวจากชนบทเริ่มเข้ามาทำงานในเมืองกรุงมากขึ้น เราจะเห็นเพลงที่มีเนื้อหาของการเข้ามาทำงานใช้แรงงาน บ้างก็เป็นหนุ่มสาวโรงงาน และการดิ้นรนปากกัดตีนถีบ เช่น เพลงฉันทนาที่รัก ของรักชาติ ศิริชัย ที่มีเนื้อเพลงว่า “ปิดไฟใส่กลอน จะเข้ามุ้งนอน คิดถึงใบหน้า นั่งเขียนจดหมาย แล้วรีบทิ้งไปโรงงานทอผ้า ถึงคนชื่อฉันทนา ที่เคยสบตากันเป็นประจำ” เพลงนี้ดังติดหูจนคำว่า “ฉันทนา” กลายเป็นคำเรียกสาวโรงงานท้อผ้ากันไปเลย

ไม่เคยตกเทรนด์

นอกจากได้เห็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนตามยุคสมัยแล้ว เพลงลูกทุ่งยังทำให้เราเห็นถึงการเข้ามาแทนที่และหายไป โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร จากเดิมที่สื่อสารกันทางจดหมาย เช่น เพลงจดหมายจากแนวหน้า ของยอดรัก สลักใจ หรือจดหมายผิดซอง ของมนต์สิทธิ์ คำสร้อย ก็เปลี่ยนมาสื่อสารผ่านโทรศัพท์ เช่น เพลงโชว์เบอร์ไม่โชว์ใจ ของดวงจันทร์ สุวรรณี หรือเพลงสุดฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง ขอใจแลกเบอร์โทร ของหญิงลี ศรีจุมพล ทุกวันนี้ลูกทุ่งยังก้าวไกลไปทั้งในเฟซบุ๊กและไลน์ เช่น เพลงกดไลค์ให้แนเด้อ ของต่าย อรทัย และเพลงเขาขอไลน์ อ้ายขอลา ของมนต์แคน แก่นคูณ เป็นต้น เพลงลูกทุ่งจึงไม่เคยตกเทรนด์และเป็นอีกหนึ่งบันทึกสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์จริง ๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *