อิทธิพลของเพลงที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก

หากจะพูดถึงอารมณ์และความรู้สึกนั้นมนุษย์เราเองจะสัมผัสได้จากรักหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสด้วยผิวหนังด้วยสายตาและรวมไปถึงการสัมผัสด้วยลิ้นจมูกและนอกจากนั้นก็ยังมีการสัมผัสด้วยเสียงนั่นก็คือหูนั่นเอง หูนั้นเป็นอวัยวะที่ใช้รับเสียงเข้าสู่งร่างกายเพื่อบ่งบอกความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ โดยเฉพาะบทเพลงนั้นถือได้ว่าหรือได้รับฟังมาตั้งแต่เมื่อราวจำความได้กันเลยทีเดียว เมื่อพูดถึงบทเพลงนั้นในปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายชนิดและหลากหลายประเภทซึ่งแต่ละชนิดแต่ละประเภทนั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับทำนองได้รวมถึงคำร้องของเนื้อเพลงนั่นเองโดยส่วนใหญ่แล้วบทเพลงนั้นจะมีอยู่สองลักษณะก็คือร้องเดียวกับที่ร้องคู่นั่นเอง อีกทั้งยังรวมไปถึงบทเพลงบางชนิดจะเป็นเพลงบรรเลงอย่างเดียวซึ่งจะให้ความเพลิดเพลินและความอ่อนไหวกับผู้ฟังได้มากกว่าเพลงที่มีเนื้อร้องนั่นเอง การฟังเพลงที่มีเฉพาะแต่เพลงบรรเลงนั้นสามารถส่งผลต่ออารมณ์และรวมถึงความรู้สึกนึกคิดของคนได้เป็นอย่างดีสามารถทำให้มีอารมณ์อ่อนไหวและคล้อยตามจังหวะรวมถึงสามารถสร้างสุนทรียภาพและความนึกคิดจนกระทั่งถึงการบีบเค้นอารมณ์ส่วนลึกออกมาได้โดยง่าย ซึ่งบทเพลงที่มีแต่บทบรรเลงนั้นในอดีตนั้นจะมีเฉพาะในส่วนของเพลงทำนองคลาสสิคเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบันนี้นับได้ว่ามีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีทั้งบทที่เป็นบรรเลงที่ใช้เครื่องดนตรีสากลและรวมไปถึงบทที่บรรเลงโดยใช้เครื่องดนตรีเฉพาะเพื่อสร้างสุนทรีย์ในการฟังแก่ผู้คนมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
หากจะพูดถึงเพลงที่สามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึกสำหรับผู้ฟังโดยตรงนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของบทเพลงที่เป็นเพลงบรรเลงโดยใช้เครื่องดนตรีในการส่งเสียงเพื่อสร้างความเพลิดเพลินแก่ผู้ฟังนั่นเอง โดยในปัจจุบันนี้มีการนำเครื่องดนตรีที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นในการทำให้เกิดเสียงอันไพรเราะและรวมถึงมีทำนองที่เหมือนบางครั้งจะคุ้นหูและดูเหมือนจะร้องตามได้ด้วยเช่นกัน การฟังทำนองและจังหวะของเพลงบรรเลงนั้นก็จะสามารถทำให้ผู้ที่ฟังเคลิ้มตามและรวมถึงสามารถมีอารมณ์ร่วมกับบทบรรเลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยลักษณะที่มีความไพรเราะของบทบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีต่างๆนั้นมีประโยชน์แก่ผู้ฟังเป็นอย่างมาก ในส่วนของทำนองเพลงฉันนั้นสามารถที่จะสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ฟังได้เป็นอย่างดีซึ่งจะช่วยในการผ่อนคลายทำจิตใจให้สงบรวมถึงสามารถใช้เปิดเบาเบาเพื่อการทำสมาธิได้เป็นอย่างดีนั่นเองโดยถือว่าจะทำให้มีสติและมีสมาธิอยู่เสมอ และยังรวมไปถึงทำให้มีความรู้สึกและมีอารมณ์ที่โล่งโปร่งสบาย มีความรู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากยิ่งขึ้น อีกทั้งหากเป็นบทบรรเลงที่เป็นทำนองเร็วนั้นก็สามารถช่วยเพื่มความกระชุ่มกระชวยให้แก้ผู้ฟัง อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดความไม่รู้สึกสดชื่นและสามารถช่วยรู้สึกเหมือนไม่อยู่คนเดียวและไม่เหงานั่นเอง
ซึ่งในปัจจุบันนี้มีผู้คนมากมายหันมาใช้ประโยชน์จากการฟังเพลงบรรเลงโดยส่วนใหญ่แล้วจะเลือกใช้เพลงบรรเลงทำนองช้าเป็นหลักซึ่งจะช่วยในการปรับสมดุลความคิดทำให้มีความคิดที่ดีอีกทั้งยังช่วยปรับทัศนคติในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และรวมไปถึงสามารถช่วยสร้างความผ่อนคลายทำให้ผู้ที่ฟังมีสมาธิในการทำสิ่งต่างๆมากยิ่งขึ้น จึงจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีการใช้การฟังเพลงเป็นการบำบัดสำหรับผู้ที่ต้องการขัดเกลาและกล่อมเกลาจิตใจของตัวเองและรวมถึงสามารถทำให้ผู้ที่ฟังนั้นมีสมาธิและสามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนั้นแล้วจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ดนตรีสามารถมีบทบาทมากที่สุดสำหรับชีวิตของมนุษย์ซึ่งไม่ว่าจะตั้งแต่การเกิดเป็นมนุษย์จนถึงวาระสุดท้ายก็คือการตายก็ยังสามารถนำดนตรีหรือบทเพลงเข้ามาประกอบเพื่อทำให้เกิดความเพลิดเพลินและเพื่อคลายจากปัญหาต่างๆนั่นเอง หากว่ามนุษย์ขาดดนตรีไปก็คงเหมือนชีวิตขาดรสชาติชีวิตขาดสีสันและอาหารที่ขาดการปรุงรสก็เป็นได้ หากแต่ว่าดนตรีหรือบทเพลงนั้นยังเป็นเหมือนงานวิทยาศาสตร์ที่สามารถช่วยปรับสภาพสมดุลจิตใจของมนุษย์ให้มีความสมดุลอีกครั้งยังช่วยให้มีความสงบและรวมถึงมีสมาธิในการทำสิ่งต่างๆมากยิ่งขึ้น การรับฟังบทเพลงนั้นสามารถทำให้ผู้ฟังนั้นเกิดอารมณ์คล้อยตามและมีความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับเพลงนั้นได้เป็นอย่างดีฉะนั้นการใช้ดนตรีเพื่อการบำบัดจึงไม่ใช่วิธีการที่เห็นได้ชัดเจนกับภายนอก แต่ทว่าการใช้ดนตรีเพื่อบำบัดนั้นจะมีผลโดยตรงกับสภาวะทางจิตใจนั่นเองอันจะทำให้จิตใจมีความอ่อนโยนมากกว่าผู้ที่ไม่ใช้ดนตรีสำหรับบำบัด และเมื่อสภาวะจิตใจมีความสมบูรณ์แข็งแรงก็จะส่งผลให้ร่างกายนั้นมีการทำงานที่ดีขึ้นมีความคิดที่ว่องไวขึ้นนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *